เวียดนามวันนี้ คือพลังแห่งความมุ่งมั่นสู่อนาคต ใครที่ไม่ได้มาเวียดนาม 10-20 ปีที่ผ่านมาจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองอย่างมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนไป คือแววตาของคนเวียดนามที่มีความมุ่งมั่น ขยันทำงานเพื่อพัฒนาตัวเองและประเทศชาติ
เวียดนามเป็นประเทศที่ได้รับความสนใจมากในปัจจุบัน ด้วยมีการเมืองที่มีเสถียรภาพ เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมั่นคงและรวดเร็ว ทรัพยากรที่สมบูรณ์ แถมมีกลุ่มประชากรในวัยทำงานขนาดใหญ่ ทำให้เป็นที่น่าดึงดูดของทั้งนักลงทุนและนักท่องเที่ยว
ด้วยภูมิประเทศที่หลากหลาย มีทั้งชายทะเลยาว ที่ราบลุ่มและที่ราบสูง เวียดนามจึงมีผลผลิตทางการเกษตรที่มีชื่อเสียงหลายอย่าง เช่น ลิ้นจี่ ลำไย ที่ขึ้นชื่อว่าหวานจับใจ แก้วมังกรที่เป็นผลไม้ยอดนิยมและคนไทยเอาเข้ามาปลูกตามเมื่อสิบกว่าปีก่อน มะม่วงหิมพานต์หรือแม็คคาเดเมีย ที่เม็ดใหญ่ทานอร่อยเต็มคำ รวมถึงมีแหล่งปลูกกาแฟที่มีคุณภาพ จนทำให้เวียดนามส่งออกกาแฟเป็นอันดับ 2 ของโลก (รองจากบราซิล) และเวลาไปเดินเล่นตามถนนหนทางในเวียดนาม ก็จะพบคาเฟ่ทั้งแบบบ้านๆ และแบบเก๋ๆ มากมาย และมีเมนูกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น กาแฟไข่แดง ที่เอาไข่แดงมาตีให้ละอียดจนเป็นครีมฟูราดบนผิวกาแฟแทนฟองนม เพิ่มความมันตัดกับกาแฟรสเข้มได้เป็นอย่างดี
ดอกไม้สดก็เป็นที่ขึ้นชื่อว่าสวย สดจริง และราคาถูกมาก อย่างดอกลิลลี่ที่ขายเป็นช่อ 10 ก้าน ก้านละ 3-5 ดอก สนนราคาก็จะประมาณกำละ 1 แสนด่องหรือราว 120 บาทเท่านั้น หรือดอกไม้อื่นๆ อย่างไฮเดรนเยียร์ หรือดอกบัว (ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติของเวียดนาม) ก็ดอกใหญ่สวยสด และราคาดีงาม
อีกอย่างที่เวลาไปเวียดนามแล้วจะไม่เห็นไม่ได้เลยก็คือ presence ของโฮจิมินห์หรือลุงโฮ ผู้ต่อสู้เรียกร้องอิสรภาพให้เวียดนามยุคใหม่ ซึ่งคนเวียดนามในปัจจุบันยังเคารพบูชาปานคนจีนบูชาจักรพรรดิ สุสานโฮจิมินห์ถือเป็นสถานที่สำคัญที่แขกบ้านแขกเมืองจะไปแสดงความเคารพ และภายในก็ยังมีศพของลุงโฮเก็บไว้ในโลงแก้วเพื่อให้เป็นอนุสรณ์ของการต่อสู้และความรักชาติของชนรุ่นหลัง เวลาไปที่ต่าง ๆ ก็จะพบภาพของลุงโฮอยู่ทั่วไป ส่วนสถานที่ราชการก็จะไม่ได้มีเพียงรูปปั้นลุงโฮอยู่ด้านหน้าแบบบ้านเราที่มีอนุสาวรีย์บุคคลสำคัญหน้าตึกเท่านั้น แต่จะมีรูปปั้นลุงโฮอยู่แทบในทุกห้องประชุมเลยทีเดียว
สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ในเมืองใหญ่อย่างฮานอยหรือโฮจิมินห์ คือการก่อสร้างที่มีมากมาย ทั้งโครงการของภาครัฐอย่างรถไฟใต้ดิน หรือโครงการของเอกชนอย่างตึกรามบ้านช่องและอาคารพาณิชย์ นั่นก็เพราะทั้งเศรษฐกิจและการลงทุนที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และเงินกระตุ้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจากรัฐบาล เพื่อให้ GDP เติบโต และรองรับการขยายตัวในอนาคต
อีกสิ่งหนึ่งเห็นได้ชัดบนท้องถนน และเป็นความภูมิใจของคนเวียดนามคือรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ VinFast ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2560 หรือ 9 ปีก่อนนี่เอง โดยตั้งใจจะให้เป็นรถยนต์สัญชาติเวียดนามที่เป็นแบรนด์ระดับโลกยี่ห้อแรก เดิมเริ่มต้นทำ 2 รุ่นแรกเป็นรถสันดาป แต่ต่อมาปรับตัวเป็นผลิตรถ EV เต็มตัว ชื่อ VinFast ก็มีที่มาเก๋ไก๋ Vi คือ Viet / N คือ Nam / F จากภาษาเวียดนามคือ Phong cách แปลว่าสไตล์ แต่แปลงเสียง Ph เป็น F / A จาก An toàn แปลว่าความปลอดภัย / S จาก Sáng tạo แปลว่าความสร้างสรรค์ / T จาก Tiên phong แปลว่าผู้บุกเบิก แม้การขยายตลาดระดับโลกยังไม่เป็นไปตามแผนที่ตั้งไว้ แต่ในตลาดเวียดนาม รถ EV ของ VinFast ถือเป็นเบอร์หนึ่ง บนท้องถนนแทบไม่เห็นรถไฟฟ้าจากจีนอย่างที่เห็นดาษดื่นในบ้านเรา และ VinFast ก็มีหลายรุ่น ทั้งแบบ city car ขนาดย่อม รุ่นครอบครัวขนาดกลาง ไปจนถึงรุ่นหรูหราที่ใช้รับแขกบ้านแขกเมืองได้สบาย เป็นความภาคภูมิของชาติอย่างไม่อายใคร
ใครที่ไม่ได้มาเวียดนาม 10-20 ปีที่ผ่านมาจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองอย่างมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนไป คือแววตาของคนเวียดนามที่มีความมุ่งมั่น ขยันทำงานเพื่อพัฒนาตัวเองและประเทศชาติ และความมุ่งมั่นนี่เองที่เป็นดาบศักดิ์สิทธิ์ที่คนเวียดนามยังครองอยู่ เป็นดาบที่ไม่ได้ใช้ต่อสู้ผู้รุกรานอีกต่อไป แต่ใช้ต่อสู้เพื่อฟันฝ่าอนาคตอันรุ่งเรืองของวันใหม่ .. หากวรยุทธ์ไร้เทียมทานของจีนคือกระบี่อยู่ที่ใจฉันใด วรยุทธ์สุดยอดของเวียดนามก็คือดาบศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในจิตวิญญาณของคนเวียดนามฉันนั้น





