วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทาจิกิสถาน: เสน่ห์เปอร์เซีย ร่องรอยพุทธ และมิตรภาพกับไทย

บทความตอนที่แล้วกล่าวถึงคาซัคสถานในฐานะประตูของไทยสู่เอเชียกลาง ตอนนี้ขอพาผู้อ่านไปรู้จักทาจิกิสถาน ประเทศในเขตอาณาของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัสตานา

ทาจิกิสถานเป็นประเทศที่มีพื้นที่เล็กที่สุดในเอเชียกลาง ไม่มีทางออกสู่ทะเล และมีพรมแดนติดกับอัฟกานิสถาน จีน คีร์กีซสถาน และอุซเบกิสถาน มีประชากรกว่า 10 ล้านคน เมืองหลวงคือกรุงดูชานเบ พื้นที่ร้อยละ 93 เป็นภูเขา โดยเฉพาะเทือกเขาปามีร์ซึ่งได้รับสมญาว่า “หลังคาโลก” ภาษาและวัฒนธรรมทาจิกมีรากเปอร์เซีย จึงแตกต่างจากประเทศเอเชียกลางอีกสี่ประเทศซึ่งภาษาหลักอยู่ในกลุ่มเติร์ก แม้ประชากรปัจจุบันส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม แต่ดินแดนของทาจิกิสถานเคยเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายเส้นทางสายไหม เส้นทางหลายสายดังกล่าวนำพาทั้งสินค้า ผู้คน ความเชื่อ ความรู้ และศิลปะให้เดินทางข้ามพรมแดน ทาจิกิสถาน: เสน่ห์เปอร์เซีย ร่องรอยพุทธ และมิตรภาพกับไทย

หลักฐานที่ชวนมองทาจิกิสถานในฐานะแหล่งเชื่อมอารยธรรมที่หลากหลายคือพระพุทธรูปปางปรินิพพานในพระอิริยาบถไสยาสน์ ยาวเกือบ 13 เมตร ซึ่งขุดพบที่อชินาเทปปา (Ajina Tepe) ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีที่เคยเป็นพุทธสถานสำคัญในคริสต์ศตวรรษที่ 7 - 8 และสะท้อนการผสมผสานระหว่างอิทธิพลศิลปะอินเดียกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของโตคาริสถาน ปัจจุบันได้รับการบูรณะและจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานโบราณวัตถุแห่งชาติทาจิกิสถานในกรุงดูชานเบ และในปี 2568 ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในฐานะ “กลุ่มแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมแห่งคุตตัลโบราณ” ซึ่งรวมอชินาเทปปาไว้ด้วย

ทาจิกิสถาน: เสน่ห์เปอร์เซีย ร่องรอยพุทธ และมิตรภาพกับไทย

ประเทศไทยมีส่วนสนับสนุนการอนุรักษ์องค์พระพุทธรูปฯ อย่างต่อเนื่อง ในปี 2547 บริษัท Bel Oil จำกัด ของไทยบริจาคเงิน 19,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อร่วมบูรณะองค์พระ และในปี 2556 รัฐบาลไทยสนับสนุนอีก 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อมาในปี 2565 รัฐบาลไทยมอบเงิน 9,500 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับปรับปรุงห้องจัดแสดงองค์พระพุทธรูปฯ เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ทาจิกิสถาน ความร่วมมือตลอดเกือบสองทศวรรษมีความหมายมากกว่าตัวเลข เพราะสะท้อนหัวใจของการทูตวัฒนธรรม ซึ่งมิใช่เพียงการเผยแพร่วัฒนธรรมของฝ่ายหนึ่ง แต่อยู่ที่การร่วมดูแลมรดกของมนุษยชาติ โดยไทยอาศัยสายสัมพันธ์ทางพุทธศาสนาเป็นสะพานสร้างความไว้วางใจ ส่วนทาจิกิสถานแสดงการให้คุณค่าแก่ประวัติศาสตร์อันหลากหลายของตน

ปี 2570 ซึ่งจะครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ทาจิกิสถาน จึงเป็นโอกาสยกระดับความร่วมมือไทย-ทาจิกิสถาน ผ่าน “โบราณวัตถุที่ไทยเคยช่วยบูรณะ” สู่ความร่วมมือระยะยาวไทย-ทาจิกิสถานด้านศิลปวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “พุทธศิลป์เชื่อมเส้นทางสายไหม” ซึ่งอาจต่อยอดสู่การศึกษา การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พระพุทธรูปปางปรินิพพานแห่งอชินาเทปปาจึงเป็นมากกว่าร่องรอยพุทธศาสนาในเอเชียกลาง เพราะยืนยันว่า วัฒนธรรมเดินทางข้ามพรมแดนและมรดกจากอดีตสร้างมิตรภาพในปัจจุบันได้ ดังนั้น บทบาทของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัสตานา คือการมองเห็นสายใยนี้ แล้วเปลี่ยนให้เป็นความร่วมมือที่ต่อเนื่องและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งสองประเทศ นี่คือการทูตวัฒนธรรมที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐมีทั้งเรื่องราว ความทรงจำ และความหมายต่อผู้คน