นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ปฏิเสธว่ารัฐบาลไม่ได้สั่งให้ตำรวจปะทะ "ม็อบนักเรียน" พร้อมยกเลิกใช้ระเบิดแสงในม็อบเยาวชน
นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ยืนยันในวันพุธ (7 ต.ค.) กองกำลังความมั่นคงฝรั่งเศสไม่มีคำสั่งให้เผชิญหน้ากับนักเรียนระดับชั้นมัธยมปลาย ท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องการใช้ความรุนแรงของตำรวจที่เพิ่มมากขึ้น หลังจากการประท้วงหลายวันสั่นสะเทือนประเทศ
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นักเรียน ตำรวจ และบุคลากรด้านการศึกษาได้รับบาดเจ็บหลายร้อยคน นับตั้งแต่การประท้วงเรียกร้องให้ปรับปรุงคุณภาพการศึกษเริ่มต้นขึ้น และมีผู้คนมากกว่า 6,500 คน ถูกจับกุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชน
หลังจากที่กลุ่มสิทธิมนุษยชน สหภาพแรงงาน และกลุ่มนักศึกษาต่างกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ รัฐบาลจึงประกาศให้ตำรวจระงับการใช้ระเบิดแสง (stun grenades) ในการชุมนุมประท้วงที่มีนักเรียน/นักศึกษาเป็นแกนนำ
นายกรัฐมนตรีเซบาสเตียน เลอคอร์นู แถลงการณ์ทางโทรทัศน์ช่วงเย็นวันพุธว่า ประเทศไม่สามารถเพิกเฉยต่อข้อกังวลของนักเรียนมัธยมปลายได้ และยอมรับว่า “ความโกรธของคนหนุ่มสาวไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีที่มาที่ไป”
อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธว่ากองกำลังความมั่นคงไม่ได้รับ “คำสั่งให้เผชิญหน้า” กับคนหนุ่มสาว และให้คำมั่นว่า รัฐบาลจะนำเสนอแผนตอบสนองต่อความต้องการในวิกฤตการณ์นี้ช่วงปลายเดือนตุลาคม
ทั้งนี้ การยกเลิกใช้ระเบิดแสงต่อการชุมนุมของนักเรียน มีขึ้นหลังจากมีนักเรียนวัย 15 ปี สูญเสียมือหลังจากตำรวจยิงระเบิดชนิดดังกล่าว
ทั้งนี้ ผู้จัดงานประท้วงยังคงเรียกร้องให้มีการชุมนุมประท้วงรอบใหม่ในวันพฤหัสบดี (9 ต.ค.) ขณะที่สหภาพด้านการศึกษาหลายแห่งเรียกร้องให้มีการหยุดงานประท้วงทั่วประเทศอีกครั้ง
“เรารู้ว่าถ้าหยุดเรียกร้อง ขบวนการเคลื่อนไหวนี้ก็จะสูญเสียแรงขับเคลื่อนไป” มาริลู นักเรียนมัธยมปลายจากเมืองฟงแตนโบล (Fontainebleau) ใกล้กรุงปารีส ซึ่งไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อเต็มกล่าว
“เราต้องการการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม จนกว่าเราจะได้สิ่งนั้น เราจะยังคงเดินหน้าเคลื่อนไหวต่อไป” เธอกล่าวกับเอเอฟพี
นอกจากนี้ ผู้ประท้วงกลุ่มนักเรียน ที่ออกมาร้องเรียนเรื่องภาวะขาดแคลนครู ตารางเรียนแน่นเกินไป ห้องเรียนและอาคารเรียนทรุดโทรม และอาคารไม่สามารถรองรับอุณหภูมิที่สูงขึ้นได้ ได้ขอเข้าพบนายกฯ เลอคอร์นูด้วย โดยระบุว่า พวกเขามีข้อเสนอต่อนายกฯ ซึ่งได้คำนวณค่าใช้จ่ายไว้แล้ว





