มหาวิทยาลัยออสเตรเลียแถลง ผู้ช่วยนักบินฟลายดูไบ ผู้พยายามทำให้เครื่องบินมุ่งหน้าอิสราเอลตกพร้อมผู้โดยสารทั้งลำ เรียนไม่จบ
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน มหาวิทยาลัย RMIT ในนครเมลเบิร์นของออสเตรเลีย แถลงว่า นายฮามัม อัล ฮัมมามี ผู้ช่วยนักบินชาวโอมาน วัย 29 ปี ผู้ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายกัปตันระหว่างเที่ยวบินฟลายดูไบ ลงทะเบียนเรียนที่มหาวิทยาลัยแต่เรียนไม่จบวิศวกรรมศาสตร์
แถลงการณ์ระบุว่า มหาวิทยาลัย “รับทราบรายงานข่าวเกี่ยวกับอดีตนักศึกษาที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เที่ยวบินของสายการบินฟลายดูไบ” มหาวิทยาลัยไม่สามารถให้ความเห็นเพิ่มเติมได้ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ RMIT เป็นหนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาเก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลีย และมีจำนวนนักศึกษารวมทั้งสิ้นประมาณ 99,000 คน
บลูมเบิร์กรายงานว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนให้ความสำคัญกับช่วงเวลาที่เขาอยู่ในออสเตรเลียว่ามีส่วนทำให้เขามีแนวคิดรุนแรงหรือไม่
หน่วยงานในออสเตรเลียยืนยันว่ากำลังสอบสวนความเชื่อมโยงระหว่างนายฮัมมามีกับออสเตรเลีย โฆษกตำรวจกล่าวว่า ทีมรับมือก่อการร้ายร่วมแห่งรัฐวิกตอเรีย ซึ่งประกอบด้วยตำรวจกลาง ตำรวจรัฐ และหน่วยข่าวกรองจะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในเวลาที่เหมาะสม
ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์สรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (4 ต.ค.) อ้างข้อมูลจากผู้สันทัดกรณีว่า เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบตามที่มีข้อกล่าวหาว่านายอัล ฮัมมามีได้ไปเยือนมัสยิดที่มีแนวคิดสุดโต่งและเข้าชมเว็บไซต์ของกลุ่มหัวรุนแรงในช่วงที่เขาอยู่ในออสเตรเลีย
ข้อมูลที่ว่านายอัล ฮัมมามี สนใจเนื้อหาของกลุ่มสุดโต่งมาตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียน ช่วยให้บริบทเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพนักบินของเขา เขาเคยถูกสายการบินโอมานแอร์เลิกจ้างเพราะกังวลกับแนวคิดสุดโต่งของเขา แต่ก็ยังสามารถหางานทำกับสายการบินฟลายดูไบซึ่งเป็นสายการบินในเครือเดียวกันกับเอมิเรตส์ได้ในเวลาต่อมา
รัฐบาลอิสราเอลระบุตัวนายอัล ฮัมมามีว่าเป็นนักบินผู้พยายามจี้เครื่องบินในเที่ยวบินจากดูไบไปยังเทลอาวีฟเมื่อวันที่ 30 ก.ย.โดยกล่าวหาว่าเขาใช้ขวานทำร้ายกัปตันภายในห้องนักบินข้อมูลการติดตามเที่ยวบินแสดงให้เห็นว่าเครื่องบินลำดังกล่าวลดระดับลงอย่างรวดเร็วกว่า 14,000 ฟุตภายในเวลา 30 วินาที
อย่างไรก็ตาม เครื่องบินโบอิงลำดังกล่าวซึ่งมีผู้โดยสารกว่า 170 คน สามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัยที่สนามบินระดับภูมิภาคแห่งหนึ่งในซาอุดีอาระเบีย หลังจากที่ผู้โดยสารและลูกเรือสำรองบนเครื่องได้เข้าควบคุมตัวนายอัล ฮัมมามีแลัวช่วยกันประคับประคองสถานการณ์ของเครื่องบินเอาไว้ได้





