สถานทูตสหรัฐแจ้งข่าว เรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush เทียบท่าครั้งแรกนับตั้งแต่ออกจากสหรัฐที่ภูเก็ตวันนี้ตามกำหนด ลูกเรือพร้อมพักผ่อนเรียนรู้วัฒนธรรมไทย
สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย แจ้งว่า เรือ USS George H.W. Bush (CVN 77) ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz และเรือธงของกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ 10 และเรือ USS Delbert D. Black (DDG 119) ซึ่งเป็นเรือพิฆาตติดอาวุธนําวิถีชั้น Arleigh Burke เดินทางถึงภูเก็ต ประเทศไทย ตามกําหนดการเข้าจอดเทียบท่าเรือเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569
กองเรือบรรทุกเครื่องบิน George H.W. Bush (George H.W. Bush Carrier Strike Group: GHWBCSG) ประกอบไปด้วยเรือธง USS George H.W. Bush (CVN 77), ทหารประจำกองเรือบรรทุกเครื่องบินที่ 10, กองบินประจําเรือบรรทุกเครื่องบินที่ 7 พร้อมฝูงบิน 9 ฝูง, เรือ USS Mason (DDG 87) และกองเรือเรือพิฆาตที่ 22 พร้อมเรือพิฆาตติดอาวุธนําวิถีชั้น Arleigh Burke 2 ลำ ได้แก่ เรือ Ross และเรือ USS Donald Cook (DDG 75)
สถานทูตสหรัฐกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของเราในเอเชีย และพันธมิตรตามสนธิสัญญาเพียงหนึ่งเดียวของเราในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับไทย โดยเฉพาะในทางทะเล มีความสำคัญยิ่งในการธํารงไว้ซึ่งสันติภาพผ่านความเข้มแข็งในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ความสัมพันธ์นี้ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเพราะการฝึกซ้อมทวิภาคีและพหุภาคี เช่น การฝึกคอบร้าโกลด์ และการเข้าจอดเทียบท่าเรือเช่นนี้
การเทียบท่าเรือที่ภูเก็ตจะเป็นการเทียบท่าเรือครั้งแรกของกองเรือบรรทุกเครื่องบิน George H.W. Bush นับตั้งแต่ที่เดินทางเพื่อออกปฏิบัติการจากเมืองนอร์ฟอล์ก รัฐเวอร์จิเนีย และเมืองเมย์พอร์ต รัฐฟลอริดา เมื่อเดือนมีนาคม ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา กองเรือฯ สนับสนุนภารกิจสู้รบในปฏิบัติการ Operation Epic Fury และการปิดสกัดการเดินเรือในทะเลของสหรัฐฯ ในพื้นที่ความรับผิดชอบของกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (U.S. Central Command) เพื่อรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพทางทะเลในตะวันออกกลาง
“กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีนี้ปฏิบัติการและมีความยืดหยุ่นที่ดีเยี่ยมในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา” พลเรือตรี ท็อดด์ เอฟ. ชิมิคาตา ผู้บัญชาการกองเรือบรรทุกเครื่องบินที่ 10 กล่าว “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในมิตรประเทศที่เก่าแก่ที่สุดของอเมริกาในโลก ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเกียรติอย่างมากที่เราได้เยือนภูเก็ตและทหารเรือของเราได้มีโอกาสสัมผัสกับวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์และน่าสนใจนี้”
นายทหารระดับสูงของกองเรือฯ จะพบกับเจ้าหน้าที่พลเรือนและเจ้าหน้าที่ทหารของไทย เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไทย นอกจากนี้ ทหารเรือจะได้พบปะกับชาวภูเก็ตและเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันหลากหลายของไทย โดยมีกำหนดการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมถึงมีกิจกรรมร่วมกับชุมชน เช่น การแข่งฟุตบอลกระชับมิตรสหรัฐฯ-ไทย ซึ่งจัดโดย คณะกรรมการส่งเสริมขวัญกำลังใจ สวัสดิการ และนันทนาการ ประจำเรือ George H.W. Bush
“ลูกเรือของเราปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมระหว่างการออกปฏิบัติการครั้งนี้ โดยแสดงให้เห็นถึงความมีวินัย ความยืดหยุ่น และความสามัคคี” นาวาเอก จัสติน ที อิสส์เลอร์ ผู้บังคับการเรือ USS George H.W. Bush (CVN 77) กล่าว
“การเทียบท่าครั้งนี้เปิดโอกาสให้ทหารเรือของเราได้พักผ่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับยิ่ง และตระหนักถึงความเป็นมืออาชีพในการปฏิบัติภารกิจของพวกเขาด้วย เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เรียนรู้วัฒนธรรมอันรุ่มรวยของไทย ทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนท้องถิ่น และเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่เรามีมายาวนานกับหุ้นส่วนทางทะเลชาวไทย”
กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ 10 กําลังปฏิบัติภารกิจตามปกติในพื้นที่ปฏิบัติการของกองเรือที่ 7 ของสหรัฐฯ กองเรือฯ พร้อมด้วยพันธมิตรและหุ้นส่วนของเรามุ่งปฏิบัติภารกิจเพื่อภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง เชื่อมโยง มั่งคั่ง มั่นคง และเข้มแข็งสําหรับทุกชาติ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี George H.W. Bush พร้อมบุคลากรราว 4,800 คน แวะพักผ่อนที่ภูเก็ตหลังปฏิบัติภารกิจสนับสนุนในตะวันออกกลางนานหลายเดือน เดือนก่อนกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี USS carrier Abraham Lincoln พร้อมกะลาสีและนาวิกโยธินราว 5,000 คน ได้มาเทียบท่าแหลมฉบังเป็นเวลาห้าวัน นายกเทศมนตรีคาดการณ์ว่า ทหารอเมริกันใช้จ่ายในพื้นที่วันละราว 3,000 บาท





