ซาอุดีอาระเบียกำลังวางแผนปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่เพื่อโจมตีกลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมน ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ เพื่อทวงคืนเส้นทางเดินเรือบริเวณทะเลแดง
KEY POINTS
- ซาอุดีอาระเบียเตรียมเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่เพื่อโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อทวงคืนพื้นที่ยุทธศาสตร์และรักษาความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง
- ปฏิบัติการนี้จะนำโดยกองกำลังภาคพื้นดินของเยเมน และได้รับการสนับสนุนการโจมตีทางอากาศจากซาอุดีอาระเบีย
- สหรัฐฯ ปากีสถาน และตุรกี ให้การสนับสนุนด้านอาวุธและข้อมูลข่าวกรอง แต่สหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีทางทหารโดยตรง
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ซาอุดีอาระเบีย กำลังวางแผนปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่เพื่อโจมตีกลุ่มติดอาวุธฮูตี ในเยเมน ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อทวงคืนพื้นที่ยุทธศาสตร์และรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือบริเวณทะเลแดง ปฏิบัติการดังกล่าวจะนำโดยกองกำลังภาคพื้นดินของเยเมน และสนับสนุนการโจมตีทางอากาศโดยซาอุดีอาระเบีย
เจ้าหน้าที่ระดับสูงในภูมิภาคและนักการทูตตะวันตกเปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์สำคัญของซาอุดีอาระเบียคือการสกัดกั้นและทวงคืนพื้นที่จากการรุกคืบอย่างรวดเร็วของกลุ่มฮูตีเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งได้บุกยึดแนวชายฝั่งและเข้าควบคุมช่องแคบบับเอลมันเดบ ทางออกตอนใต้ของทะเลแดงที่เป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญระดับโลก แทนที่ช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดกั้นจากผลพวงของสงครามอิหร่าน
รัฐบาลริยาดประเมินแล้วว่าจะไม่สามารถเจรจาสันติภาพกับกลุ่มฮูตีได้ ตราบใดที่กลุ่มติดอาวุธยังคงควบคุมช่องแคบแห่งนี้อยู่ สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ฮูตีมีอำนาจต่อรองมหาศาล
ขณะนี้ซาอุดีอาระเบียจึงกำลังพิจารณา 2 ทางเลือกหลัก ได้แก่ การมุ่งเป้าโจมตีเฉพาะพื้นที่รอบช่องแคบบับเอลมันเดบ หรือการเปิดฉากบุกโจมตีเต็มรูปแบบในหลายแนวรบพร้อมกัน ทั้งในจังหวัดอัลบัยฎออ์, มาริบ, ทะอิซ และอัลเญาฟ์ ซึ่งอาจต้องระดมกำลังทหารเยเมนมากกว่า 100,000 นายเข้าร่วมปฏิบัติการ
ไมเคิล แรตนีย์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำซาอุดีอาระเบีย คาดการณ์ว่า ปฏิบัติการนี้น่าจะเป็นการโจมตีในวงจำกัดและมีขนาดเล็กกว่าความพยายามกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธในปี 2015 โดยเป้าหมายที่เหมาะสมที่สุดคือ การทวงคืนพื้นที่ชายฝั่งให้กลับสู่สถานะเดิมก่อนฮูตียึดครอง และฟื้นฟูการสัญจรทางทะเลให้กลับมาเป็นปกติ
แม้ซาอุดีอาระเบียจะเป็นแกนนำ แต่พันธมิตรหลายชาติได้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุน สหรัฐในฐานะพันธมิตรที่ทรงอิทธิพลที่สุด ได้ส่งที่ปรึกษาทางทหารและข้อมูลข่าวกรอง รวมถึงข้อมูลการชี้เป้าหมายเพื่อสนับสนุนการโจมตีทางอากาศ
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ปฏิเสธคำขอของมกุฎราชกุมาร โมฮัมหมัด บิน ซัลมาน ที่ต้องการให้สหรัฐร่วมสนับสนุนการโจมตีทางทหารโดยตรง
นอกจากนี้ ภายใต้ข้อตกลงการป้องกันประเทศร่วมกัน ปากีสถานได้ส่งเครื่องบินขนส่ง 4 ลำ พร้อมระบบป้องกันภัยทางอากาศ ปืนใหญ่ โดรน และระบบต่อต้านโดรนไปยังเมืองเอเดน พร้อมทั้งส่งกำลังทหาร 30,000 - 40,000 นายไปประจำการบริเวณพรมแดนซาอุดีอาระเบียเพื่อช่วยสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรน โดยยังไม่มีแผนจะส่งทหารเข้าไปรบในเยเมนโดยตรง ขณะที่ตุรกีได้สนับสนุนโดรนรบ และฝรั่งเศสประกาศส่งทหารและระบบป้องกันภัยเพื่อช่วยคุ้มกันเมืองท่าหยานปูของซาอุดีอาระเบีย
อย่างไรก็ดี อุปสรรคสำคัญของการรบภาคพื้นดินคือ ความแตกแยกของกองกำลังเยเมน นักวิเคราะห์มองว่ากองกำลังต่อต้านฮูตีหลายกลุ่มยังขาดการจัดตั้งและการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับกองทัพฮูตีที่มีระเบียบวินัย ยิ่งไปกว่านั้น กองกำลังเยเมนยังเกิดความขัดแย้งกันเองเมื่อช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา ระหว่างกลุ่มนักรบฝ่ายใต้ที่สนับสนุนโดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และกลุ่มนักรบที่สนับสนุนโดยซาอุดีอาระเบีย
ความพยายามของซาอุดีอาระเบียในการโจมตีกลุ่มฮูตี ซึ่งปัจจุบันเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของอิหร่านในตะวันออกกลาง ถือเป็นการสร้างจุดปะทุแห่งใหม่ในภูมิภาคที่บอบช้ำจากความขัดแย้งมาตั้งแต่เหตุการณ์โจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 และสงครามต่อเนื่องระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของปฏิบัติการรุกคืบในเยเมนครั้งนี้ จะขึ้นอยู่กับคุณภาพและประสิทธิภาพของกองกำลังภาคพื้นดินท้องถิ่นเป็นสำคัญ





