วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม’ จากตำนาน สู่แลนด์มาร์กใจกลางกรุงฮานอย | World Wide View

รู้จัก "ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม" ที่เต็มไปด้วยตำนานแห่งการต่อสู้ของคนเวียดนาม และปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญใจกลางกรุงฮานอย

ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม (แปลว่า คืนดาบ) เป็นทะเลสาบขนาดกลางใจกลางกรุงฮานอย มีพื้นที่ประมาณ 1.2 แสน ตร.ม. ยาวประมาณ 700 เมตร กว้างประมาณ 250 เมตร ใกล้เคียงกับทะเลสาบของสวนเบญจกิติข้างๆ ศูนย์การประชุมสิริกิติ์ของเรา ตำนานเล่าว่า ราวศตวรรษที่ 15 จักรพรรดิเล เหล่ย แห่งราชวงศ์เล ได้ใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ในการขับไล่กองทัพจีนแห่งราชวงศ์หมิงที่รุกรานให้ออกไปจากเวียดนาม และรวบรวมบ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่น เมื่อภารกิจสำเร็จ วันนึงขณะที่กำลังประทับบนเรือที่ทะเลสาบแห่งนี้ ก็มีเต่ายักษ์ตัวนึงโผล่ขึ้นมาจากน้ำและขอดาบนั้นคืนแก่พญามังกร และเต่าก็คาบดาบนั้นกลับลงไปสู่ใต้ผิวน้ำ จึงเป็นที่มาของชื่อทะเลสาบคืนดาบ และที่วัดกลางทะเลสาบก็ยังมีเต่าสตัฟฟ์ตั้งอยู่เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเต่าศักดิ์สิทธิ์ตัวดังกล่าว

ทุกเสาร์-อาทิตย์ถนนรอบๆ ทะเลสาบแห่งนี้จะปิดเพื่อเป็นถนนคนเดินให้คนในกรุงฮานอยอุ้มลูกจูงหลานออกมาเดินเล่นกัน คนที่นี่ก็ใช้ประโยชน์จาก 2 วันสุดสัปดาห์ดังกล่าวอย่างเต็มที่ จะมีสาวๆ แต่งชุดอ๋าวหญ่ายออกมาถ่ายรูปกันคึกคัก หลายคนจ้างช่างถ่ายภาพมาถ่ายจริงจังทำ content ไปด้วย มีกิจกรรมชวนเพลินต่างๆ เช่น วาดภาพเหมือนแบบการ์ตูน เปิดเพลงเต้นกัน กิจกรรมส่งเสริมการขายของบริษัท เป็นต้น จึงทำให้กลายเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวไปในตัว ส่งผลให้มีรถสามล้อมารอรับนักท่องเที่ยวเพื่อชมเมืองกันเป็นล่ำเป็นสัน

ด้วยความที่อยู่ติดยักษ์ใหญ่อย่างจีน พื้นเพประวัติศาสตร์ของเวียดนามจึงเกี่ยวดองกับจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งชื่อเวียดนามเอง ที่ Nam แปลว่าทางใต้ ชื่อประเทศเวียดนามก็คือคนเวียดทางใต้ ซึ่งบางตำราก็บอกว่าหมายถึงทางใต้ของจีนนั่นเอง

จะว่าไปตำนานทะเลสาบคืนดาบแห่งนี้ก็คล้ายประวัติศาสตร์การก่อร่างสร้างตัวของเวียดนาม คือต้องต่อสู้กับมหาอำนาจหลายเจ้า ไม่ว่าจะจีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น สหรัฐ แต่ดาบศักด์สิทธิ์ที่แท้จริงของคนเวียดนาม คือพลังกายและหัวใจที่แข็งแกร่ง ที่ใช้ต่อสู้กับผู้รุกรานรุ่นแล้วรุ่นเล่า จนได้เอกราชและเติบโตอย่างแข็งแกร่งเช่นปัจจุบัน และดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้ยังปรากฏอยู่ถึงทุกวันนี้ ไม่มีใครมาขอคืนไปได้

ใครที่ไม่ได้มาเวียดนามซัก 10 ปี พอกลับมาอีกครั้งจะจำแทบไม่ได้ ด้วยเหตุที่เมืองขยายตัวไปไกล มอเตอร์ไซค์ที่เคยมากมายเต็มถนน แม้จะยังมีมากแต่ถนนก็ถูกแทนที่ด้วยรถยนต์ที่มีเพิ่มขึ้นอย่างหนาตา ทำให้การจราจรในเมืองแน่นขนัดไม่น้อย แต่กระนั้น เวียดนามวันนี้ก็มีสีสันชวนให้มาเยือน และมีมุมต่างๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งขอไว้เล่าต่อตอนหน้าครับ