วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน 2569

Login
Login

สรุปผลลัพธ์รูปธรรม การหารือทรัมป์-สี ‘ลดภาษี ดีลเอไอ เปิดศักราชใหม่ด้านสัมพันธ์’

รอยเตอร์สรุป 3 ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม หลัง "สี จิ้นผิง" หารือ "ปธน. ทรัมป์" ระหว่างเยือนสหรัฐ ทั้งสองฝ่ายบรรลุนโยบายร่วมกันหลายด้าน อาทิ เตรียมลดภาษี ทำดีลเอไอ และเปิดศักราชใหม่ด้านความสัมพันธ์

สหรัฐ และจีน ตกลงที่จะลดภาษีศุลกากรสินค้า มูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ และจะเริ่มการหารือเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งทั้งสองประเทศได้ประกาศเรื่องดังกล่าวภายหลังการเยือนกรุงวอชิงตันของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

ทำเนียบขาว แถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ (25 ก.ย.) ว่า การลดภาษีดังกล่าวจะครอบคลุมสินค้าส่งออกของสหรัฐด้วย เช่น สินค้าเกษตร ไม้ และเครื่องสำอาง รวมถึงสินค้านำเข้าของสหรัฐ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ของเล่น และของตกแต่งต่างๆ

“ทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางในการปรับลดภาษีให้เป็นประโยชน์มากขึ้น สำหรับสินค้าที่ไม่จัดอยู่ในกลุ่มสินค้าอ่อนไหว (non-sensitive goods) มูลค่าฝ่ายละ 3 หมื่นล้านดอลลาร์” ทำเนียบขาวระบุ

ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะจัดตั้งสภาการค้าและสานต่อผลลัพธ์จากการหารือครั้งก่อนหน้านี้ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ต่อไป

จีนยอมรับ ศัพท์ใหม่ทรัมป์ super intelligence

ในด้านเอไอ กระทรวงการต่างประเทศจีนและทำเนียบขาวระบุว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงจัดการหารือเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของเอไอ โดยกำหนดให้มีการหารือรอบถัดไปในเดือน พ.ย. นี้ และตกลงที่จะจัดตั้งช่องทางการสื่อสารสำหรับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับAI

นอกจากนี้ ทำเนียบขาวระบุว่า

ผู้นำทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะใช้คำว่า “ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์” (super intelligence) แทนคำว่า “ปัญญาประดิษฐ์” (artificial intelligence) อีกด้วย

ในแถลงการณ์อีกฉบับหนึ่ง กระทรวงต่างประเทศจีนระบุว่า ทางการจีนให้ความสำคัญกับการที่สหรัฐเลือกใช้คำศัพท์ใหม่ดังกล่าว

ทั้งนี้ ทางกระทรวงฯ ระบุว่า ในขณะที่เอไอยังคงพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองฝ่ายควรยกระดับการแลกเปลี่ยนและมุ่งสร้างฉันทามติให้สอดคล้องกับสถานการณ์และพัฒนาการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น

นโยบายอื่นๆ

ทั้งสองฝ่ายยัง ตกลงที่จะสนับสนุนซึ่งกันและกันในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) และการประชุมสุดยอดกลุ่ม G20 โดยผู้นำทั้งสองมีแผนที่จะเข้าร่วมการประชุมที่อีกฝ่ายเป็นเจ้าภาพด้วย

ในด้านนโยบายต่างประเทศ ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องกันว่า อิหร่านควรปฏิบัติตามพันธกรณีที่จะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และไม่ควรมีประเทศทั้งนี้ หรือหน่วยงานใดเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการผ่านทางในน่านน้ำสากล

การประชุมสุดยอด 3 วันระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเสร็จสิ้นลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น เน้นไปที่การสร้างความสัมพันธ์ส่วนบุคคลมากกว่าการบรรลุข้อตกลงครั้งใหญ่ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานเมื่อวันเสาร์ (26 ก.ย.) ว่า ประธานาธิบดีสีได้เดินทางกลับถึงกรุงปักกิ่งแล้ว

ข้อตกลงภาษีเกิดขึ้นหลังจากที่สองชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกตัดสินใจขยายเวลาข้อตกลงพักรบทางการค้าออกไปอีก 2 เดือน จากเดิมที่มีกำหนดจะสิ้นสุดลงในวันที่ 10 พ.ย. ซึ่งจะช่วยเพิ่มเวลาในการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงทางการค้าที่มีขอบเขตครอบคลุมและสำคัญยิ่งขึ้น ซึ่งสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐเป็นผู้เปิดเผยข้อมูลนี้เมื่อวันพุธ (23 ก.ย.)

“การเยือนครั้งประวัติศาสตร์นี้ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์และมั่นคงระหว่างจีนและสหรัฐ อีกทั้งยังช่วยรักษาเสถียรภาพโดยรวมของความสัมพันธ์ทวิภาคี และเป็นการเปิดศักราชใหม่ให้กับความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อสันติภาพและการพัฒนาของโลก” หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ระบุในแถลงการณ์