เครือข่ายอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ถูกตัดขาดในภูมิภาคทิเกรย์ ทางตอนเหนือของเอธิโอเปีย ท่ามกลางการปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างกองทัพเอธิโอเปียและกองกำลังทิเกรย์
KEY POINTS
- เกิดการปะทะรุนแรงรอบใหม่ระหว่างกองทัพเอธิโอเปียและกองกำลังทิเกรย์ (TPLF) ถือเป็นการฉีกข้อตกลงสันติภาพ พร้อมมีการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ในภูมิภาคทิเกรย์โดยสมบูรณ์
- การตัดการสื่อสารและความรุนแรงทำให้ประชาชนเกิดความหวาดผวาว่าจะซ้ำรอยสงครามครั้งก่อน จนเกิดการแห่กักตุนเครื่องอุปโภคบริโภคและถอนเงินสดจากธนาคาร
- แหล่งข่าวระบุว่า TPLF สั่งตัดเครือข่ายเพื่อสกัดการโจมตีด้วยโดรนของรัฐบาล ขณะที่การสู้รบยังคงดุเดือดและขยายวงกว้าง โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
- กลุ่ม TPLF ถูกกล่าวหาว่าบังคับเกณฑ์เยาวชนชายเข้าร่วมรบ ทำให้ประชาชนต้องหลบซ่อนตัวและไม่กล้าใช้ชีวิตตามปกติ
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ถูกตัดขาดโดยสมบูรณ์ในภูมิภาคทิเกรย์ ทางตอนเหนือของเอธิโอเปีย เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา ท่ามกลางการปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างกองทัพเอธิโอเปียและกองกำลังทิเกรย์ ถือเป็นการยกระดับความรุนแรงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามในช่วงปี 2020-2022 และเป็นการฉีกข้อตกลงสันติภาพที่ดำเนินมานานถึง 4 ปีลงอย่างสิ้นเชิง
การปะทะรอบใหม่นี้ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงวันที่ 23 ก.ย. ในพื้นที่ทิเกรย์ รวมถึงภูมิภาคใกล้เคียงอย่างอัมฮารา และอาฟาร์ โดยแนวร่วมปลดปล่อยประชาชนทิเกรย์ (TPLF) ได้ผนึกกำลังกับกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ในเอธิโอเปีย เพื่อโค่นล้มรัฐบาลกลาง นับเป็นการทำลายข้อตกลงสันติภาพที่เคยยุติสงครามที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดครั้งหนึ่งในศตวรรษ
สำนักข่าว Reuters รายงานสถานการณ์ล่าสุดว่า การติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายของรัฐอย่าง Ethio telecom ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ ขณะที่เครือข่ายของเอกชนอย่าง Safaricom ก็ประสบปัญหาเช่นกัน ซึ่ง NetBlocks ยืนยันว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ล่มจริง
แหล่งข่าวทางการทูตและผู้ใกล้ชิดเหตุการณ์ระบุว่า กลุ่ม TPLF ซึ่งเคยครองอำนาจการเมืองเอธิโอเปียมานานเกือบ 3 ทศวรรษก่อนเสียอำนาจในปี 2018 นั้น เป็นผู้สั่งให้บริษัทโทรคมนาคมตัดเครือข่ายมือถือ เพื่อสกัดกั้นความได้เปรียบของกองทัพรัฐบาลกลางในการใช้โดรนโจมตีทางทหาร ซึ่งกองทัพเอธิโอเปียมีโดรนในคลังสรรพาวุธจำนวนมากและใช้โจมตีเป้าหมายในทิเกรย์มาตั้งแต่เดือนที่แล้ว แม้แหล่งข่าวใกล้ชิด TPLF จะออกมาปฏิเสธและโยนความรับผิดชอบให้รัฐบาลก็ตาม
การตัดขาดการสื่อสารในครั้งนี้จุดชนวนให้เกิดความหวาดผวาในหมู่ประชาชนว่าเหตุการณ์จะซ้ำรอยช่วงสงครามปี 2020-2022 ที่รัฐบาลกลางจำกัดการเข้าถึงอาหาร เงินสด และยารักษาโรค จนทำให้ประชาชนนับแสนต้องเผชิญกับภาวะคล้ายความอดอยาก (Famine-like conditions) ความตึงเครียดในสัปดาห์นี้ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากแห่กักตุนเครื่องอุปโภคบริโภคและถอนเงินสดออกจากธนาคารอย่างกว้างขวาง
ส่วนสถานการณ์แนวหน้ายังคงดุเดือด กองบัญชาการทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกองกำลังป้องกันประเทศเอธิโอเปีย (ENDF) แถลงอ้างชัยชนะว่าสามารถขับไล่กองกำลังทิเกรย์ได้เป็นครั้งที่ 2 โดยรายงานยอดสังหารฝ่ายตรงข้าม 436 นาย บาดเจ็บ 220 นาย และจับกุมได้ 44 นาย เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทิเกรย์ยอมรับว่าตัวเลขความสูญเสียดังกล่าวไม่ได้เกินจริง
ทั้งนี้ การสู้รบยังขยายวงกว้างเข้าไปในเขตอัมฮารา โดยมีการปะทะกันห่างจากสนามบินเมืองลาลิเบลาเพียงไม่กี่กิโลเมตร ห่างจากเมืองมรดกโลกโบสถ์หินโบราณออกไปราว 30 กิโลเมตรเท่านั้น
นอกจากนี้ กลุ่ม TPLF ยังถูกกลุ่มสิทธิมนุษยชนและชาวเมืองกล่าวหาว่า ได้บังคับเกณฑ์เยาวชนชายเป็นทหารเข้าร่วมรบอย่างหนักหน่วงตั้งแต่ช่วงวันพุธที่ผ่านมา แม้ TPLF จะออกมาปฏิเสธ แต่ชาวเมืองหลายคนยืนยันว่ากลุ่มติดอาวุธยังคงเดินสายค้นหาเยาวชนตามบ้านเรือน ส่งผลให้ประชาชนต้องหลบซ่อนตัวและไม่กล้าออกไปใช้ชีวิตตามปกติ
ความรุนแรงครั้งใหม่นี้มีแนวโน้มที่จะบั่นทอนเสถียรภาพของภูมิภาคที่เปราะบางอยู่แล้วให้เลวร้ายลงไปอีก ซ้ำเติมผลกระทบที่ลุกลามมาจากสงครามกลางเมืองในซูดาน ความขัดแย้งเหนือเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง





