วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน 2569

Login
Login

จับตาซาอุดีฯ ตุรกี ปากีฯ ประชุมเสนาธิการทหาร หลังฮูตีโจมตีพันธมิตรร่วมดีลกลาโหม

จับตาซาอุดีอาระเบีย ตุรกี ปากีสถาน เตรียมจัดประชุมคณะเสนาธิการเร่งด่วน เพื่อหารือแนวทางสนับสนุนซาอุดีฯ หลังกลุ่มฮูตีโจมตีพันธมิตรที่มีข้อตกลงกลาโหมร่วมกัน

ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถาน ประกาศในวันศุกร์ (25 ก.ย.) ว่า พวกเขากำลังวางแผนจัดการประชุมหัวหน้าคณะเสนาธิการเร่งด่วน เพื่อหารือแนวทางในการสนับสนุนราชอาณาจักรซาอุดีฯ ภายใต้ข้อตกลงกลาโหมร่วมเมกกะ

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการประชุมในนิวยอร์ก ระหว่างเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย, อิสฮัก ดาร์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน และฮาคาน ฟิดาน รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตามรายงานของสำนักข่าวซาอุดีอาระเบีย

แถลงการณ์ไม่ได้ระบุว่า ผู้นำทางทหารจะพบกันเมื่อใด หรือจะพิจารณาให้การสนับสนุนในรูปแบบใด

ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถานได้ลงนามในข้อตกลงกลาโหมร่วมเมกกะเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างการป้องปรามร่วมกันและขยายความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ

ข้อตกลงดังกล่าวระบุว่า การโจมตีประเทศใดประเทศหนึ่งในสามประเทศนี้ จะถือเป็นการโจมตีทั้งสามประเทศ

นับตั้งแต่นั้นมา ทั้งสามประเทศได้เริ่มจัดตั้งกลไกภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว รัฐมนตรีต่างประเทศ รัฐมนตรีกลาโหม และผู้นำทางทหารของทั้งสามประเทศได้พบกันที่อิสตันบูลเมื่อวันที่ 31 ส.ค. เพื่อร่วมการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเมืองและการป้องกันประเทศ พร้อมตกลงที่จะจัดตั้งสำนักงานเลขาธิการในซาอุดีอาระเบียและกระชับความร่วมมือทางทหารให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศเมื่อวันพฤหัสบดี (24 ก.ย.) ที่ผ่านมา ทั้งสามประเทศยังได้ประณามการโจมตีที่มุ่งเป้าไปที่นครเมกกะ รวมถึงสถานที่สำคัญสำหรับภาคพลเรือนและเศรษฐกิจในซาอุดีอาระเบีย และยืนยันสิทธิของราชอาณาจักรในการป้องกันตนเองภายใต้มาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ

การดำเนินการทางการทูตดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ซาอุดีอาระเบียกำลังดำเนินสกัดโจมตีระลอกใหม่จากเยเมน

ซาอุดีอาระเบียเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของตนสามารถยิงสกัดขีปนาวุธ 6 ลูกที่ยิงไปยังเมืองทาอิฟและยันบูเมื่อวันพฤหัสบดี

พลตรี ตูร์กี อัล-มัลกี โฆษกของกองกำลังพันธมิตร กล่าวว่า การยกระดับความรุนแรงของกลุ่มฮูตีจะถูก “จัดการอย่างเด็ดขาด”

ด้านหน่วยงานป้องกันพลเรือนของซาอุดีอาระเบียได้ออกประกาศเตือนภัยในหลายพื้นที่ ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะประกาศอีกครั้งว่าอันตรายได้ผ่านพ้นไปแล้ว

กลุ่มฮูตี อ้างความรับผิดชอบในการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนต่อเป้าหมายสำคัญในกรุงริยาด และโรงกลั่นของซาอุดีอารัมโกในเมืองยันบู

ด้านฝรั่งเศส เสนอให้การสนับสนุนด้านการป้องกันแก่ซาอุดีอาระเบีย โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง กล่าวว่า ปารีสจะส่งกำลังทหารไปช่วยปกป้องยันบู

“เราจะส่งกำลังทหาร ซึ่งหมายถึงทหาร เรดาร์ และระบบป้องกัน เพื่อปกป้องสถานที่แห่งนี้” มาครงให้สัมภาษณ์กับ TF1 เมื่อวันพฤหัสบดี

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักข่าวเอเอฟพี ระบุว่า การสู้รบในหลายสมรภูมิทั่วเยเมนส่งผลให้นักรบกลุ่มฮูตีและสมาชิกกองกำลังฝ่ายรัฐบาลเสียชีวิตรวมกันอย่างน้อย 150 ราย ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงก่อนถึงวันศุกร์

ยอดผู้เสียชีวิตที่เอเอฟพีรวบรวมได้ มีทั้งนักรบฝ่ายรัฐบาล 98 ราย และนักรบกลุ่มฮูตี 52 ราย และมีการรายงานเหตุปะทะกันบริเวณเทือกเขาคาห์บูบ และพื้นที่ระหว่างจังหวัดลาฮิจ (Lahj) กับทาอิซ (Taiz) ซึ่งเป็นจุดที่มองเห็นช่องแคบบับอัลมันเดบได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ กลุ่มฮูตียังได้ขยายอิทธิพลไปตามแนวชายฝั่งทะเลแดงของเยเมน รวมถึงการเข้ายึดครองเมืองท่าโมคา และเกาะที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ความสำเร็จในการรุกคืบครั้งนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของกลุ่มในพื้นที่รอบช่องแคบบับอัลมันเดบ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่พลุกพล่านที่สุดในโลก โดยสำนักข่าวเอพีระบุว่า ปริมาณการค้าโลกราว 12% ขนส่งผ่านเส้นทางเดินเรือแห่งนี้

ข้อมูลจาก UNHCR ระบุว่า การสู้รบที่ปะทุขึ้นใหม่ส่งผลให้ประชาชนกว่า 230,000 คนต้องละทิ้งบ้านเรือนตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน และการพลัดถิ่นระลอกล่าสุดก็มีจำนวนเพิ่มขึ้น จากที่มีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเยเมนอยู่แล้วราว 5.2 ล้านคน