ทูตมาเลเซียชวนเที่ยวทรงวาด สัมผัสบรรยากาศของงาน “RASA Malaysia 2026” ที่จัดเต็มราวกับยกมาเลเซียมาไว้กลางกรุงเทพฯ
“ทรงวาด” ย่านเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แหล่งท่องเที่ยวเดินชิล สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาดูแปลกหูแปลกตาเล็กน้อยนึกว่าไปเดินอยู่ต่างแดน ด้วยบรรยากาศของงาน “RASA Malaysia 2026” ที่สถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย จัดเต็มราวกับยกมาเลเซียมาไว้กลางกรุงเทพฯ
งานนี้ไม่ใช่แค่งานส่งเสริมการท่องเที่ยวธรรมดา แต่รวบรวมประสบการณ์ทั้งอาหาร วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และการเจรจาธุรกิจไว้ด้วยกัน ผ่านพื้นที่ 3 โซนของทรงวาด เริ่มตั้งแต่ โซนที่ 1 Taste Malaysia ที่ร้าน The Old Bread Shop ลิ้มรสเมนูมาเลเซียจานเด็ด รสชาติท้องถิ่นแท้ ๆ ก่อนจะมูฟไปยังโซนที่ 2 Discover Malaysia ณ Soul Songwat รู้จักประเทศมาเลเซียด้วยข้อมูลสำคัญทั้งสถานที่ท่องเที่ยว บริษัททัวร์ เพลิดเพลินกับการละเล่นดั้งเดิม และการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม
จากนั้นเดินต่อกันอีกเล็กน้อยถึงโซนที่ 3 Experience Malaysia ที่ต้นโพธิ์ริมน้ำ (Mahapho Riverview) ร่วมทำกิจกรรมสุดพิเศษ เช่น ออกแบบโปสการ์ด ทดลองทำงานฝีมือปั๊มลายผ้าบาติก เลือกซื้อสินค้ามาเลเซียนานาชนิด
ดาตุก วัน ไซดี บิน วัน อับดุลละฮ์ เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย เล่าว่า สถานเอกอัครราชทูตมาเลเซีย จัดงาน RASA Malaysia 2026 ซึ่งแปลว่ารสชาติมาเลเซียขึ้นเป็นครั้งแรก ณ ใจกลางกรุงเทพฯ บนถนนทรงวาด เพราะที่นี่เป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถเข้ามาสัมผัส เพลิดเพลิน และลิ้มลองสี่ประสบการณ์สำคัญของมาเลเซียได้
อลังการวัฒนธรรม
องค์ประกอบแรก ได้แก่ วัฒนธรรม ทูตกล่าวว่า ตลอดสองวันของการจัดงาน RASA Malaysia 2026 วันที่ 19-20 ก.ย. มีการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้สัมผัสและเห็นภาพสะท้อนของวัฒนธรรมมาเลเซีย
"เรามีกิจกรรมมากมาย แต่ไฮไลท์ที่น่าตื่นตาตื่นใจได้แก่ การร้องเพลงประกอบการเต้นรำ การแสดงหนังตะลุง ศิลปะการต่อสู้แบบสีลัต (Silat) และการแสดงดนตรีพื้นเมืองอย่าง 'เกนดัง' (Gendang) เป็นต้น" ทูตวัน อับดุลละฮ์กล่าวและว่า มาเลเซียและไทยมีองค์ประกอบทางวัฒนธรรมคล้ายคลึงกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเพราะสองประเทศอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน มีรากเหง้าทางวัฒนธรรมร่วมกัน แต่ก็มีความแตกต่างหลากหลายตามบริบทของพื้นที่
เจรจาธุรกิจแต่ไก่โห่
RASA Malaysia 2026 ใช่จะมีแต่ความสนุกสนาน เช้าวันที่ 19 ก.ย. ก่อนพิธีเปิดงานได้มีกิจกรรมพบปะเจรจาทางธุรกิจซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการจัดกิจกรรมประเภทนี้
“เพราะโดยปกติแล้วเราจะไม่จัดกิจกรรมทางธุรกิจในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์” ทูตกล่าว แต่ปรากฏว่าผลตอบรับดีเกินคาด มีการหารือที่เน้นย้ำถึงแนวทางที่ไทยและมาเลเซียจะร่วมมือกันเพื่อยกระดับหรือกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการค้าและการลงทุน
“เราพยายามค้นหาว่ามีอุปสรรคหรือปัญหาอะไรบ้างที่ภาคธุรกิจของมาเลเซียและไทยกำลังเผชิญอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน และแน่นอนว่าเรายังได้นำเสนอโอกาสต่างๆ ที่สามารถคว้าไว้ได้ เพื่อให้เราสามารถเดินหน้าขยายความสัมพันธ์อันดีระหว่างมาเลเซียและไทยต่อไป”
เพลิดเพลินอาหารมาเลเซีย
อาหารการกินถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของทุกประเทศ ทูตวัน อับดุลละฮ์ ย้ำว่า มาเลเซียก็ประสบความสำเร็จในการนำเสนอเรื่องนี้ได้ดีไม่แพ้ประเทศไทยเลยทีเดียว แม้ไม่ใช่ผู้นำโลกด้านอาหารเพียงหนึ่งเดียว
"แต่เรามีความหลากหลายทางอาหารอย่างมหาศาลที่พร้อมจะนำเสนอและแบ่งปันให้กับชาวโลก เพราะในฐานะชาวเอเชีย เราเป็นคนที่ชื่นชอบการรับประทานอาหาร เราให้คุณค่ากับคุณภาพและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และโชคดีที่มาเลเซียมีการผสมผสานวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก รวมถึงรสชาติแบบจีนและอินเดียเข้าไว้ด้วยกันในประวัติศาสตร์อาหารของเรา" ทูตกล่าวถึงอาหารอย่างภาคภูมิใจก่อนย้ำว่า อาหารในงานเป็นแค่บางส่วน หากไปเยือนมาเลเซียด้วยตนเองจะได้ชิมมากกว่านี้!
ทูตกล่าวต่อไปว่า วัฒนธรรมอาหารของมาเลเซียนั้นมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตของผู้คน แต่ก็ได้รับอิทธิพลมาจากชาวจีนด้วยเช่นกัน มีการใช้วัตถุดิบพื้นฐานอย่างเครื่องเทศ ซึ่งแม้จะมีต้นกำเนิดมาจากอินเดีย แต่ก็หาได้ทั่วไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้น เมนูอาหารมาเลเซีย เช่น แกงกะหรี่ จึงมีความคล้ายคลึงกับอาหารของประเทศอย่างอินเดีย ศรีลังกา หรือแม้แต่บังกลาเทศ
นอกจากนี้อาหารมาเลเซียยังได้รับอิทธิพลมาจากเอเชียตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น หรือเกาหลี ซึ่งมีการใช้ซีอิ๊วเป็นส่วนประกอบหลักมาอย่างยาวนาน เช่นเดียวกับประเทศไทยที่นิยมใช้กะปิหรือน้ำปลาเป็นส่วนประกอบหลักในอาหารเช่นกัน การหลอมรวมวัฒนธรรมอาหารของเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้เข้าด้วยกันกลายเป็นความโดดเด่น
นาซิเลอมัก อาหารจานเด็ด
หากต้องแนะนำอาหารมาเลเซียสักจาน ทูตวัน อับดุลละฮ์ กล่าวว่า นาซิเลอมักเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมสูงสุดในมาเลเซียเพราะมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับคนไทยแล้วก็น่าจะเป็นเมนูที่นำมาประยุกต์ได้ง่าย เพราะทำจากข้าว กะทิ และพริก ทั้งสามอย่างเป็นส่วนผสมที่คนไทยชอบ รับประทานได้ทั้งมื้อเช้า กลางวัน เย็น
“ในมาเลเซียเรายังทานเป็นมื้อดึกกันอีกต่างหาก แม้แต่ตอนตีหนึ่งเราก็ยังทานนาซิเลอมักกันเลย” ทูตย้ำถึงความนิยมชมชอบในอาหารชนิดนี้
ไลฟ์สไตล์สะท้อนชีวิต
สิ่งสุดท้ายที่นำเสนอในงานคือไลฟ์สไตล์ ซึ่งถูกเลือกมาเพื่อสะท้อนวิถีชีวิตที่ค่อนข้างผ่อนคลายของชาวมาเลเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดเทศกาล
"นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมชาวมาเลเซียถึงนิยมเดินทางมายังภาคใต้ของประเทศไทยเพื่อลิ้มลองอาหารรสเลิศ วิถีชีวิตของพวกเขาโดยพื้นฐานแล้วคือการได้เพลิดเพลินกับสถานที่และสภาพแวดล้อม รวมถึงได้ลิ้มลองอาหารอร่อย ๆ สิ่งเหล่านี้ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาคใต้ของไทยได้เป็นอย่างดีและแน่นอนว่ามีชาวมาเลเซียเดินทางมายังกรุงเทพฯ มากขึ้นเรื่อย ๆ" ทูตกล่าวและว่า ด้วยเหตุนี้ RASA Malaysia 2026 จึงจำลองบรรยากาศและวิถีชีวิตแบบมาเลเซียมาไว้ที่ประเทศไทยเพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสกับไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจของชาวมาเลเซีย
เชื่อมโยงวัฒนธรรม‘ไทย-มาเลเซีย’
แน่นอนว่าในแง่ของการท่องเที่ยวนั้น มาเลเซียและไทยมีความคล้ายคลึงกัน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอยากเยือนทั้งไทยและมาเลเซียควบคู่กันไป
"แต่เราก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ความแตกต่างเหล่านี้ช่วยสร้างความน่าตื่นเต้นให้กับทั้งสองประเทศเป็นอย่างมาก" ทูตกล่าวก่อนขยายความว่า ทั้งมาเลเซียและไทยมีจุดขายหลักเป็นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ แต่สถานที่ท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นในแต่ละประเทศก็แตกต่างกัน ทำให้มีอัตลักษณ์ของตนเอง
"ยกตัวอย่างกัวลาลัมเปอร์ เหตุผลที่ผู้คนเดินทางไปที่นั่นไม่ใช่เพราะเรื่องธรรมชาติเป็นหลัก แต่เป็นเพราะมรดกทางวัฒนธรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นซึ่งมีอยู่ในเมือง ผสมผสานกับสภาพแวดล้อมที่ทันสมัย นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลายและครอบคลุมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงเทศกาล การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการแพทย์ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา ประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ที่นักท่องเที่ยวจะได้รับเมื่อมาเยือนมาเลเซีย"
เพื่อนบ้านหรือคู่แข่ง?
จากความคล้ายคลึงระหว่างมาเลเซียและไทยอย่างที่ท่านทูตกล่าวมา ชวนให้คิดว่า แล้วอย่างนี้เราจะเป็นคู่แข่งด้านการท่องเที่ยวหรือไม่
"มันก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของคุณครับ ถ้าคุณอยู่ในชุมชนหรือย่านที่พักอาศัยคุณก็ย่อมมีเพื่อนบ้าน คุณคิดว่าเพื่อนบ้านของคุณคือคู่แข่งหรือเปล่าครับ? โดยปกติแล้วก็ไม่ใช่นะครับ"
ในมุมมองของทูต สองประเทศอาจแข่งขันกันบ้างในบางระดับ และต่างฝ่ายต่างทำได้ดีและไม่ดีกันคนละด้าน แต่มาเลเซียเชื่อมั่นในแนวคิดที่ว่า เพื่อนบ้านต้องเจริญรุ่งเรืองไปด้วยกัน
"หากเราไปได้ดี เพื่อนบ้านของเราก็ควรจะไปได้ดีด้วยเช่นกัน ดังนั้น เราจึงเชื่อมั่นในเรื่องการแบ่งปันความมั่งคั่งและการแบ่งปันความเจริญรุ่งเรืองครับ นั่นคือเหตุผลที่เราพยายามส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมายังมาเลเซีย"
อย่างไรก็ตาม ข่าวดีสำหรับประเทศไทยมีอยู่ว่า ปีที่แล้วจำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางมาเยือนไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ การจัดงาน RASA Malaysia 2026 ก็เพื่อสร้างความตื่นเต้นกระตุ้นความสนใจ
"การที่ผมไปเยือนประเทศของคุณ และคุณก็มาเยือนประเทศของผม ต่างฝ่ายต่างก็ได้รับประโยชน์ร่วมกันจากสิ่งนี้" ทูตกล่าวทิ้งท้าย
เตรียมจัดกระเป๋า มุ่งหน้ามาเลเซีย
ตลอดระยะเวลาการจัดงาน “RASA Malaysia” เป็นเวลาสองวัน ณ ถนนทรงวาด ซึ่งเป็นย่านท่องเที่ยวยอดนิยมในกรุงเทพฯ มีผู้เข้าร่วมงานทั้งกลุ่มที่ตั้งใจมาชมงานโดยเฉพาะและนักท่องเที่ยวทั่วไปในพื้นที่ รวมแล้วมีจำนวนราว 15,000 คน ตามเป้าหมายที่วางไว้
สำหรับคนที่พลาดงาน RASA Malaysia 2026 ก็ไม่ต้องเสียใจ เนื่องจากปีนี้เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวมาเลเซีย (Visit Malaysia Year) และจะมีการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027 มาเลเซียได้เตรียมแผนงานและกิจกรรมต่างๆ เพื่อผลักดันให้มาเลเซียเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างต่อเนื่อง
กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้แก่ งาน Citrawarna Speed Festival 2026 ระหว่างวันที่ 23 ก.ย. ถึง 4 ต.ค.2026, งาน Malaysian Street Food Festival ในวันที่ 14 และ 15 พ.ย.2026 รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอื่นๆ ที่จะชูจุดเด่นของงานระดับนานาชาติและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในมาเลเซียในช่วงปลายปี ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ Embassy of Malaysia, Bangkok




