สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐเผย วอชิงตัน-ปักกิ่ง เตรียมหารือเรื่องเอไอต่อในเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน ในอีก 2 เดือนข้างหน้า ส่งสัญญาณบวกด้านการแข่งขันเอไอระหว่างสองมหาอำนาจ
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (21 ก.ย.) ว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐและจีนจะหารือเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และระเบียบปฏิบัติในการสื่อสารหากเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเอไอ ในอีกประมาณสองเดือนข้างหน้า ที่เมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน
เบสเซนต์ กล่าวกับซีเอ็นบีซีว่า ในระหว่างการหารือเมื่อวันอาทิตย์ (20 ก.ย.) กับเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะจัดตั้งกลไกการหารืออย่างเป็นทางการในประเด็นเอไอ ซึ่งรวมถึงการมี “ช่องทางสื่อสารสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน” (incident line) เพื่อใช้ติดต่อสื่อสารกันในกรณีที่เกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยของเอไอ
“เราต้องการเริ่มหารือเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติและระเบียบวิธีต่างๆ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเห็นพ้องร่วมกันได้ว่า อะไรคือความเสี่ยงหลักจากเอไอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเอเจนต์เอไอที่ไม่อาจควบคุมได้ หรือภัยคุกคามจากกลุ่มที่ไม่ใช่รัฐ รวมถึงกลุ่มที่ไม่ใช่รัฐที่ปฏิบัติการทางไซเบอร์” เบสเซนต์กล่าว
นอกจากนี้ เบสเซนต์ยังได้ย้ำจุดยืนเดิมว่า ผู้พัฒนาเอไอจำเป็นต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนสร้างขึ้น ซึ่งรวมถึงกรณีที่เอเจนต์เอไอ ทำงานผิดเพี้ยนจนก่อเหตุแฮ็กระบบโดยไร้การควบคุม เช่น เหตุการณ์โจมตีแพลตฟอร์มเครื่องมือเอไอแบบโอเพนซอร์สอย่าง Hugging Face
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Hugging Face นั้นเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร OpenAI ไม่ใช่ความรับผิดชอบของเอเจนต์เอไอ” ขุนคลังกล่าว “ห้องปฏิบัติการเหล่านี้จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง พวกเขาสามารถชะลอการดำเนินงานลงได้ทุกเมื่อที่ต้องการ”
เมื่อถามถึงอนาคตของข้อตกลงพักรบทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งช่วยจำกัดการขึ้นภาษีศุลกากรระหว่างกันและกำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 10 พ.ย.นี้ เบสเซนต์กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันในเรื่องดังกล่าว แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าได้ตกลงขยายกำหนดเวลาพักรบออกไปหรือไม่
อย่างไรก็ดี เบสเซนต์ได้แสดงความเห็นในเชิงบวกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
“นั่นถือเป็นประเด็นสำคัญ และเรามองว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวมีความมั่นคงอย่างมากนับตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว ซึ่งผมคิดว่าเราจะรักษาเสถียรภาพนี้ไว้ต่อไป” เบสเซนต์กล่าว





