ทรัมป์จี้หั่นดอกเบี้ยเหลือ 1% “หรือต่ำกว่า” ไม่กี่ชั่วโมงหลังธนาคารกลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023
“เรากำลัง ‘แบก’ แทบทุกประเทศในโลก และสถานการณ์เช่นนี้จะดำเนินต่อไปอีกไม่ได้แล้ว” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์โพสต์ทรูธโซเชียล เมื่อวันพุธ (16 ก.ย.) ตามเวลาสหรัฐ
“ลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับสหรัฐอเมริกาซะ และต้องรีบทำเดี๋ยวนี้!” ทรัมป์ย้ำ
เว็บไซต์บลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยนายเควิน วอร์ช คนที่ทรัมป์เลือกขึ้นมาเป็นประธาน เพิ่งประกาศเมื่อบ่ายวันพุธขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% มาอยู่ในกรอบ 3.75%-4% ตามการตัดสินใจโดยมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) โดยให้เหตุผลว่า “เงินเฟ้อยังคงสูง”
รายงานฉบับปรับปรุงเผยแพร่เมื่อวันพุธแสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ของเฟด คาดการณ์ว่าอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง
แต่ทรัมป์ ผู้กดดันเฟดไม่หยุดให้ลดอัตราดอกเบี้ย ยืนกรานผ่านทรูธโซเชียลว่า อัตราดอกเบี้ยในสหรัฐ “อยู่ที่ 1% หรือน้อยกว่า เพราะเรามีเครดิตดีที่สุดในโลก นับถึงขณะนี้”
“ประเทศของเรากำลังเฟื่องฟูด้วยการลงทุนใหม่” ทรัมป์ระบุในโพสต์เขาอ้างซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าสหรัฐกวาดรายได้ไปถึง 20 ล้านล้านดอลลาร์หรือมากกว่านั้นในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งวาระที่ 2แต่บรรดาผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงระบุว่าตัวเลขของทรัมป์ไม่เป็นความจริง
“ถ้าเราหยุดค้าขายกับทุกประเทศที่เราขาดดุล ซึ่งก็เป็นส่วนใหญ่ เราจะทำเงินได้อย่างน้อย 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี” ทรัมป์อ้างต่อ
ไม่ถึงสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยขู่ว่า ถ้าเฟดไม่หั่นดอกเบี้ยเขาจะตัดการค้าขายกับประเทศที่เกินดุลการค้าสหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคู่ค้าหลักของสหรัฐ และประเทศอื่น ๆ อีกหลายสิบประเทศ
การข่มขู่รุนแรงนั้นยิ่งเติมเชื้อไฟหลังจากที่ทรัมป์ใช้กลยุทธ์กดดันเฟดมานาน แต่พอจะสงบลงบ้างเมื่อวอร์ชขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเฟดต่อจากเจอโรม พาวเวลล์ และจนถึงขณะนี้ทรัมป์และทีมงานก็ยังคงงดเว้นจากการโจมตีวอร์ชโดยตรง
ก่อนหน้านั้นช่วงบ่ายวันพุธ นายคุช เดไซ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์ว่า ทรัมป์ยังคงเชื่อมั่นในความเป็นอิสระของเฟด “อย่างที่สุด”
"แต่นั่นไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงที่ว่า ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกามีสิทธิตามรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ที่จะออกมาแสดงความคิดเห็น “เมื่อสิ่งต่างๆ เกิดความผิดพลาด” เดไซกล่าวเสริม





