วันพุธ ที่ 9 กันยายน 2569

Login
Login

‘สหรัฐ’ คว่ำบาตร ‘อุตฯ การบินอิหร่าน’ เข้มข้น ตัดขาดการค้าทางอากาศ

กระทรวงการคลังสหรัฐ ออกมาตรการคว่ำบาตร "อุตสาหกรรมการบินอิหร่าน" เพิ่มเติม ตัดขาดการค้าทางอากาศ และสกัดการนำเข้าเทคโนโลยีการบินจากสหรัฐ

สหรัฐออกมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน 36 รายการ โดยมุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมการบินของประเทศ และบริษัทอื่นๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจเตหะรานเป็นวงกว้าง ขณะที่สงครามในตะวันออกลางเข้าสู่เดือนที่ 7

รอยเตอร์อ้างอิงประกาศกระทรวงการคลังสหรัฐ รายงานว่า สหรัฐคว่ำบาตรสายการบินอิหร่านไป 27 แห่ง รวมถึงบริษัทหลายแห่งในตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เนื่องจากให้ความช่วยเหลือสายการบินมาฮานแอร์ (Mahan Air) ในการจัดหาเครื่องบินโบอิ้ง B-777 อย่างน้อย 3 ลำในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ปลดประจำการแล้วจากที่อื่น

มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อ อิบราฮิม อาลี โมฮาเหม็ด โมฮาเหม็ด มาห์ราน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ECT Aviation Support ซึ่งเป็นพลเมืองอียิปต์ที่พำนักอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และส่งผลต่อธุรกิจในเครือที่อยู่ในสหราชอาณาจักรด้วย

กระทรวงการคลังสหรัฐเผยว่า มาตรการใหม่มีจุดประสงค์เพื่อให้สายการบินมาฮานแอร์ของอิหร่านหยุดดำเนินงาน ซึ่งเป็นสายการบินที่ถูกสหรัฐและสหภาพยุโรปคว่ำบาตรอยู่แล้ว และขยายการคว่ำบาตรไปยังสายการบินอิหร่านสายอื่นๆ ทั้งหมดด้วย

การคว่ำบาตรยังมีจุดประสงค์เพื่อลงโทษบริษัทบังหน้า รวมถึงบริษัทจัดการขนถ่ายสินค้า ตัวกลางจากต่างประเทศ และเส้นทางการขนถ่ายสินค้าที่หลีกเลี่ยงการตรวจสอบด้วย ซึ่งสหรัฐระบุว่าเป็นช่องทางที่อิหร่านใช้ในการจัดหาอากาศยานและเทคโนโลยีที่มีความละเอียดอ่อนซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐ

กระทรวงการคลังสหรัฐยังได้สั่งการให้สถาบันการเงินรายงานข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายการจัดหาที่สนับสนุนอุตสาหกรรมการบินของอิหร่าน และขึ้นบัญชีดำบริษัทในตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มาเลเซีย และคาซัคสถาน เนื่องจากบริษัทเหล่านี้มีส่วนช่วยให้สายการบินของอิหร่านสามารถดำเนินงานได้ และช่วยให้ทางการอิหร่านสามารถจัดหาเครื่องบินที่ผลิตในสหรัฐ รวมถึงเทคโนโลยีที่มีความละเอียดอ่อนมาครอบครองได้

กระทรวงฯ เตือนด้วยว่า บริษัทหรือบุคคลต่างชาติใดก็ตามที่ให้ความช่วยเหลือแก่สายการบินของอิหร่าน ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายโอนเครื่องบิน การให้บริการด้านขนส่งสินค้า หรือการสนับสนุนในฐานะตัวแทนขายทั่วไป จะต้องเผชิญกับผลกระทบที่รุนแรงเช่นกัน

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐแถลงการณ์เมื่อวันอังคารว่า

“ขอแจ้งเตือนกับผู้ที่ทำธุรกิจกับสายการบินที่เหลืออยู่ของอิหร่าน ซึ่งเราได้ประกาศคว่ำบาตรไปทั้งหมดในวันนี้ไว้เลยว่า พวกคุณเสี่ยงถูกตัดขาดจากระบบการเงินโลก”

OFAC เพิ่มการคว่ำบาตรอีกทาง

สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของกระทรวงการคลังสหรัฐ (OFAC) ได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทอีก 2 แห่งในตุรกีและมาเลเซีย ที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศและประสานงานการขนส่งสินค้าแก่สายการบินมาฮานแอร์

OFAC ยังได้ระงับใบอนุญาตการบินที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน 3 รายการ ซึ่งอนุญาตให้บินผ่านน่านฟ้าอิหร่าน และอนุญาตให้สายการบินที่ไม่ใช่ของสหรัฐนำเครื่องบินพาณิชย์ที่มีต้นกำเนิดจากสหรัฐ หรืออยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐ บินเข้าไปในอิหร่านได้

เมียด มาเลกี อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการคลังสหรัฐ และนักวิชาการประจำมูลนิธิเพื่อการปกป้องประชาธิปไตย (Foundation for Defense of Democracies) กล่าวว่า การระงับดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินจากดูไบ โดฮา และอิสตันบูล ซึ่งถือเป็นการปิดช่องทางหลักของกรุงเตหะรานในการเชื่อมต่อกับการค้าและการเงินในภูมิภาค

นอกจากนี้ เขามองว่ามาตรการของ OFAC ยังเป็นการยกเลิกข้อยกเว้นเดิมที่เคยอนุญาตให้มีการขนส่งชิ้นส่วนด้านความปลอดภัย เชื้อเพลิง และการซ่อมแซมฉุกเฉินได้อีกด้วย

ความเคลื่อนไหวเมื่อวันอังคารนี้ สะท้อนถึงการยกระดับความรุนแรงอย่างชัดเจนในความพยายามรอบใหม่ของรัฐบาลทรัมป์ที่จะบีบคั้นเศรษฐกิจของอิหร่าน และกดดันให้ทางการอิหร่านผ่อนคลายการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ

ด้านเบรตต์ เอริกสัน ผู้บริหารระดับสูงของ Obsidian Risk Advisors กล่าวว่าการเคลื่อนไหวล่าสุดถือว่ามีความสำคัญ

“สหรัฐกำลังใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อปิดกั้นอุตสาหกรรมการบินของอิหร่านจากส่วนอื่นๆ ของโลกอย่างมีประสิทธิภาพ นั่นแสดงให้เห็นถึงการขยายตัวครั้งใหญ่ของสงครามเศรษฐกิจ โดยมีผลกระทบต่อการเดินทางของพลเรือน การพาณิชย์ ห่วงโซ่อุปทาน และความสามารถของอิหร่านในการรักษาเศรษฐกิจที่ตึงเครียดของพวกเขา”