วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘เฉิงตู' เมืองแห่งแพนด้าและเสน่ห์แห่งเสฉวน | World Wide View

“เฉิงตู” เมืองเอกของมณฑลเสฉวน ไม่ได้มีแค่ "แพนด้ายักษ์" แต่แท้จริงแล้ว เฉิงตูมีเสน่ห์มากกว่านั้น ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว

เมื่อเอ่ยถึง “เฉิงตู” (Chengdu) เมืองเอกของมณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น “แพนด้ายักษ์” สัตว์ที่กลายเป็นสัญลักษณ์อันเป็นที่จดจำของจีนไปทั่วโลก แต่แท้จริงแล้ว เฉิงตูมีเสน่ห์มากกว่านั้น ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว

เฉิงตูได้รับการยกย่องว่าเป็น “บ้านของแพนด้ายักษ์” เนื่องจากมณฑลเสฉวนเป็นถิ่นอาศัยของประชากรแพนด้ายักษ์ในธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของโลก โดยพื้นที่อนุรักษ์แพนด้าในเสฉวนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก ครอบคลุมพื้นที่ป่าภูเขาและป่าไผ่ที่เป็นถิ่นอาศัยของแพนด้ายักษ์มากกว่าร้อยละ 30 ของประชากรแพนด้ายักษ์ทั่วโลก 

เมืองเฉิงตูยังเป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยและเพาะขยายพันธุ์แพนด้ายักษ์เฉิงตู (Chengdu Research Base of Giant Panda Breeding) ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์อนุรักษ์แพนด้าที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก ศูนย์แห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการเพาะขยายพันธุ์ ศึกษาวิจัย การดูแลสุขภาพ และการอนุรักษ์แพนด้ายักษ์ ตลอดจนเผยแพร่ความรู้ด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าและความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก 

สำหรับนักท่องเที่ยว การได้เห็นลูกแพนด้าเดินเตาะแตะ ปีนต้นไม้ นั่งแทะไผ่แบบชิวสุด ๆ หรือหยอกล้อกันอย่างไร้เดียงสา ถือเป็นช่วงเวลาที่สร้างรอยยิ้มได้เสมอ โดยเฉพาะในช่วงเช้า ซึ่งเป็นเวลาที่แพนด้ามักออกมากินไผ่ เล่น และทำกิจกรรมต่าง ๆ ก่อนจะพักผ่อนในช่วงสายและบ่าย จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการเยี่ยมชม

แม้แพนด้าจะเป็นดาวเด่นของเมืองแบบว่า เดินไปมุมไหนก็จะต้องเจอกับน้องๆ แพนด้าบนหลากหลายการตกแต่งและผลิตภัณฑ์ คาเฟ่แพนด้า ไอศกรีมแพนด้า ชาแพนด้า กระเป๋าแพนด้า แต่เฉิงตูยังมีอีกหลายแง่มุมที่น่าค้นหา เมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและผ่อนคลาย ผู้คนมักใช้เวลานั่งจิบชา สนทนากับครอบครัวและเพื่อนฝูงในโรงน้ำชา ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาหลายศตวรรษ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นตามย่านเมืองเก่า เช่น ถนนจิ่นหลี่ และตรอกกว้าง–ตรอกแคบ เพื่อสัมผัสบรรยากาศของเมืองโบราณที่ยังคงมีชีวิตชีวาควบคู่กับการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ 

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกคืออาหารเสฉวน ซึ่งมีรสชาติเผ็ดร้อนและกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากพริกและ “ฮวาเจียว” หรือพริกหอมเสฉวน ที่ให้ความรู้สึกชาลิ้นอันเป็นเอกลักษณ์ เมนูขึ้นชื่ออย่างหม้อไฟเสฉวน เต้าหู้หม่าผอ และไก่ผัดพริก ล้วนสะท้อนภูมิปัญญาการปรุงอาหารที่สืบทอดกันมายาวนาน จนองค์การยูเนสโกประกาศให้เฉิงตูเป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร” (UNESCO Creative City of Gastronomy) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 

นอกจากความโดดเด่นด้านวัฒนธรรมแล้ว เฉิงตูยังพัฒนาอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมดิจิทัลที่สำคัญของจีนตะวันตก พร้อมทั้งเป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคม เศรษฐกิจ และการลงทุนของภูมิภาค เชื่อมโยงจีนกับเอเชียกลาง ยุโรป และประเทศต่าง ๆ ผ่านเครือข่ายรถไฟและการขนส่งระหว่างประเทศ 

บริเวณโดยรอบเฉิงตูยังเป็นที่ตั้งของแหล่งมรดกโลกที่สำคัญ ได้แก่ ระบบชลประทานตูเจียงเยี่ยน ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อนและยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน รวมทั้ง ภูเขาชิงเฉิงซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของลัทธิเต๋า ทั้งสองแห่งสะท้อนภูมิปัญญาของชาวจีนในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน  

แพนด้าอาจเป็นเหตุผลแรกที่ทำให้หลายคนอยากมาเยือนเฉิงตู แต่เมื่อได้สัมผัสเมืองแห่งนี้อย่างใกล้ชิด จะพบว่าเสน่ห์ของเฉิงตูไม่ได้อยู่เพียงที่สัตว์หายากอันเป็นที่รักของผู้คนทั่วโลก หากยังอยู่ที่วัฒนธรรมอันงดงาม วิถีชีวิตที่เรียบง่าย อาหารที่มีเอกลักษณ์ และการพัฒนาเมืองที่ก้าวหน้าโดยไม่ละทิ้งรากฐานทางประวัติศาสตร์ 

ด้วยเอกลักษณ์ที่ผสมผสานธรรมชาติ วัฒนธรรม และนวัตกรรมไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน เฉิงตูจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่มอบประสบการณ์อันน่าประทับใจให้แก่ผู้มาเยือน และเป็นอีกหนึ่งเมืองของจีนที่สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตควบคู่กับการอนุรักษ์ได้อย่างงดงาม