โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าเขาไม่มีความกังวลใดๆ ต่อความเสี่ยงที่รัสเซียจะเปิดฉากโจมตีประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) พร้อมปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่า ได้ส่งผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) เดินทางเยือนกรุงมอสโก เพื่อส่งคำเตือนถึงรัสเซียในประเด็นดังกล่าว
ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยผ่านการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าว Axios โดยระบุชัดเจนว่า "ผมไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย... ไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น" หลังถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่รัสเซียอาจทำการยั่วยุทางทหารต่อชาตินาโต
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังโต้แย้งรายงานจากสื่อหลายสำนักที่อ้างว่า จอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) เดินทางเยือนกรุงมอสโกอย่างลับๆ เพื่อเข้าพบกับ เซอร์เก นาริชกิน ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองต่างประเทศของรัสเซีย และเตือนไม่ให้มอสโกโจมตีชาตินาโต
ผู้นำสหรัฐมองว่าการเดินทางของแรตคลิฟฟ์เป็นเพียงภารกิจตามปกติ (Standard business) และแสดงความประหลาดใจต่อการนำเสนอข่าวของสื่อ โดยชี้แจงว่า ผอ.ซีไอเอ พบกับคู่เจรจาฝั่งรัสเซียเป็นประจำทุก 6 เดือนหรือ 1 ปี ทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์ที่ดี และไม่มีการส่งสารเตือนหรือความผิดปกติใดๆ
สอดคล้องกับคำแถลงของนาริชกินที่ยืนยันว่า การหารือในประเด็นด้านข่าวกรองครั้งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทำงานตามปกติ
ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามทรัมป์อีกครั้งในเวลาต่อมาว่า สหรัฐได้ส่งคำเตือนไปยังประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน หรือไม่ ทรัมป์ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น แต่ย้ำทิ้งท้ายว่า "พวกเขาจะไม่โจมตีดินแดนของนาโตอย่างแน่นอน"
อย่างไรก็ตาม ท่าทีที่ผ่อนคลายของทรัมป์สวนทางกับความกังวลของบรรดาผู้นำยุโรป ที่เพิ่งออกมาเตือนว่า รัฐบาลมอสโกอาจกำลังทดสอบความเด็ดขาดของนาโต รวมถึงจุดยืนของทรัมป์ที่มีต่อมาตรา 5 ซึ่งเป็นหลักการป้องกันร่วมกันของพันธมิตร ผ่านการโจมตีในวงจำกัดหรือการยั่วยุทางทหารอื่นๆ
โดยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานการยิงสกัดโดรนของรัสเซียที่รุกล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของชาติสมาชิกนาโตหลายประเทศ รวมถึงโรมาเนียและโปแลนด์
สำหรับสถานการณ์การสู้รบในปัจจุบัน ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เคยเปิดเผยกับ Axios เมื่อเดือนกรกฎาคมว่า ปูตินกำลังวางแผนระดมพลครั้งใหญ่ถึง 500,000 นายในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้าเพื่อเปิดฉากบุกยูเครนระลอกใหม่ พร้อมอ้างว่ารัสเซียกำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับกองกำลังเพิ่มเติมอีก 30,000 นายจากเกาหลีเหนือที่จะถูกส่งมาร่วมรบในยูเครน
ทิศทางความขัดแย้งในภูมิภาคมีแนวโน้มตึงเครียดและอาจบานปลาย หลังจากกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกมาเตือนอย่างแข็งกร้าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า อังกฤษและฝรั่งเศสกำลัง "เล่นกับไฟ" จากการจัดหาเทคโนโลยีที่ช่วยให้ยูเครนสามารถโจมตีระยะไกลเจาะลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียได้
โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียได้ขู่ที่จะโจมตีเป้าหมายทางทหารของอังกฤษทั้งในและนอกยูเครน เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่รัฐบาลเคียฟในครั้งนี้



