วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ทรัมป์’ เปลี่ยนชื่อ ‘ทะเลสาบออนแทรีโอ’ เป็น ‘ทะเลสาบอเมริกา’ ยกระดับขัดแย้งแคนาดา

ประธานาธิบดีทรัมป์ ลงนามคำสั่งบริหาร เปลี่ยนชื่อ "ทะเลสาบออนแทรีโอ" เป็น "ทะเลสาบอเมริกา" ยกระดับขัดแย้งกับแคนาดา หลังเจรจาการค้าล่ม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐเปลี่ยนชื่อ “ทะเลสาบออนแทรีโอ” เป็น “ทะเลสาบอเมริกา” เมื่อวันพฤหัสบดี (27 ส.ค.) ที่ผ่านมา ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งกับแคนาดา หลังทั้งสองฝ่ายเปิดศึกเรียกเก็บภาษีศุลกากรการค้าข้ามพรมแดนมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์

“เราจะเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอเป็นทะเลสาบอเมริกาโดยมีผลทันที” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ “การเปลี่ยนชื่อทะเลสาบเป็นทะเลสาบอเมริกา เป็นสิ่งที่ผมคิดมานานแล้ว”

คำสั่งบริหารของทรัมป์เกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอ ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าทะเลสาบใหญ่ของทวีปอเมริกาเหนือ มีผลบังคับใช้กับการใช้งานของรัฐบาลกลางสหรัฐ และไม่ได้ควบคุมว่าแคนาดา องค์กรระหว่างประเทศ หรือองค์กรอื่นๆ ต้องเรียกทะเลสาบนี้ว่าอย่างไร

ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากทรัมป์ออกแถลงการณ์นี้ นายกรัฐมนตรีแคนาดาและผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กจากพรรคเดโมแครตกล่าวว่าพวกเขาจะไม่เปลี่ยนชื่อทะเลสาบที่ใช้มานานกว่า 400 ปีแล้ว

‘ทรัมป์’ เปลี่ยนชื่อ ‘ทะเลสาบออนแทรีโอ’ เป็น ‘ทะเลสาบอเมริกา’ ยกระดับขัดแย้งแคนาดา

มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวว่า ชื่อของทะเลสาบนี้มีมาก่อนที่ทั้งแคนาดาและสหรัฐจะก่อตั้งเป็นประเทศเสียอีก

“เรารู้ว่าอเมริกากำลังเปลี่ยน ความสัมพันธ์ทางการค้า นโยบายต่างประเทศ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ และชื่อเรียกแหล่งน้ำต่างๆ” คาร์นีย์โพสต์ในโซเชียลมีเดีย “ชาวแคนาดาก็รู้เช่นกันว่า การตั้งชื่อตามความเป็นจริงนั้นหมายถึงการเรียกมันว่าทะเลสาบออนแทรีโอ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต”

ด้านแคธี โฮชุล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ตอบโต้ในโซเชียลมีเดียว่า “นิวยอร์กจะไม่เรียกแบบนั้น” หรือหมายถึง ไม่เรียกตามชื่อใหม่ที่ทรัมป์เปลี่ยน

ฟิล สก็อตต์ ผู้ว่าการรัฐเวอร์มอนต์จากพรรครีพับลิกัน ซึ่งมีพรมแดนติดกับแคนาดาและรัฐนิวยอร์ก โพสต์ผ่าน X ในวันพฤหัสบดีว่า การตัดสินใจของทรัมป์นั้น “ไร้สาระและน่าผิดหวัง”

ขณะที่ประมุขสูงสุดปิแอร์ ปิคาร์ด แห่งควิเบก ออกแถลงการณ์ประณามการเปลี่ยนชื่อทะเลสาบ ซึ่งมีที่มาจากภาษาเวนดัตและมีความหมายว่า ‘ทะเลสาบสวยงามยิ่งใหญ่’

“ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังพยายามลบประวัติศาสตร์ของเรา” เขากล่าว “ผมรู้สึกโกรธ ตกใจ และช็อก ไม่มีคำอื่นใดที่จะอธิบายความรู้สึกของผมได้ หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอเป็น ‘ทะเลสาบอเมริกา’”

ทั้งนี้ นิวยอร์กอยู่ติดกับทะเลสาบดังกล่าวทางฝั่งสหรัฐ และพื้นที่ผิวน้ำของทะเลสาบออนแทรีโอประมาณ 52% อยู่ในแคนาดา ส่วนที่เหลืออยู่ในนิวยอร์ก

ทรัมป์อยากเปลี่ยนชื่อมหาสมุทร

รอยเตอร์รายงานว่า ทรัมป์ยังได้กล่าวเป็นนัยว่า เขาอาจพิจารณาเปลี่ยนชื่อมหาสมุทรด้วย

“เรามีอ่าวและเรามีทะเลสาบแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เราต้องการก็คือมหาสมุทร ดังนั้นบางทีเราอาจต้องเปลี่ยนชื่อมหาสมุทรแอตแลนติกหรือแปซิฟิก บางทีเราอาจเปลี่ยนทั้งสองอย่างเลยก็ได้” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว

นอกจากการเปลี่ยนชื่อสถานที่ทางธรรมชาติแล้ว นับตั้งแต่กลับมารับตำแหน่งเมื่อปีก่อน ทรัมป์ยังได้พยายามนำชื่อของตัวเองตั้งให้กับอาคารและสัญลักษณ์อื่นๆ ที่สะท้อนถึงอำนาจอเมริกัน รวมถึงอาคารหลายแห่งในวอชิงตัน เรือรบของกองทัพเรือที่วางแผนสร้างไว้ โครงการวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่ร่ำรวย เว็บไซต์ยาตามใบสั่งแพทย์ที่ดำเนินการโดยรัฐบาล และบัญชีออมทรัพย์ของรัฐบาลกลางสำหรับเด็ก

ก่อนหน้านี้ในเดือน ม.ค. ปี 2025 ทรัมป์ได้สั่งให้เปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโกเป็นอ่าวอเมริกา หลังจากนั้นคณะกรรมการชื่อทางภูมิศาสตร์ของสหรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงมหาดไทย ใช้เวลาประมาณสองสัปดาห์ในการปรับปรุงชื่อทางการของรัฐบาลกลางในระบบข้อมูลชื่อทางภูมิศาสตร์ เพื่อสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลง และมีผลบังคับใช้ทันทีสำหรับการใช้งานของรัฐบาลกลาง

เจรจาการค้าแคนาดา-สหรัฐ อาจไม่คืบหน้าเร็วๆ นี้

นับตั้งแต่ต้นปี 2025 ทรัมป์ได้เยาะเย้ยแคนาดาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี่ยวกับการดึงประเทศดังกล่าวเข้ามาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐ ซึ่งผู้นำแคนาดาได้ปฏิเสธความคิดนี้ว่าเป็นเรื่องไร้สาระ และความเคลื่อนไหวล่าสุดอาจไม่ช่วยให้การเจรจาการค้าในอนาคตระหว่างสหรัฐและแคนาดาราบรื่นขึ้นได้ เนื่องจากชาวแคนาดาส่วนใหญ่มองว่าเป็นการกระทำที่ยั่วยุและดูหมิ่น

การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-แคนาดา ล้มเหลวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยแต่ละฝ่ายต่างกล่าวโทษอีกฝ่ายว่าเป็นต้นเหตุทำให้การเจรจาที่เข้มข้นสามวันต้องหยุดชะงัก

คาร์นีย์กล่าวว่า การเจรจาการค้าสะดุดลงจากหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงข้อเสนอของผู้เจรจาฝ่ายสหรัฐที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์บางประการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกฎระเบียบด้านการใช้ภาษาฝรั่งเศสของแคนาดา รวมถึงประเด็นการผ่อนปรนภาษีศุลกากรของสหรัฐที่อาจครอบคลุมรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ และข้อเรียกร้องให้จำกัดความสามารถของแคนาดาในการทำข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับประเทศอื่น ๆ

เจ้าหน้าที่สหรัฐปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว และบอกว่าการตัดสินใจของคาร์นีย์ที่เลือกปฏิเสธข้อตกลงถือเป็นการตัดสินใจทางการเมือง

ทรัมป์ซึ่งหาเสียงด้วยคำมั่นว่าจะหลีกเลี่ยงการเริ่มสงครามต่างประเทศครั้งใหม่และต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ กำลังเผชิญกับคะแนนนิยมตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง และกำลังพยายามแก้ไขทั้งสงครามการค้าที่รัฐบาลของเขาเริ่มต้นกับออตตาวา รวมถึงสงครามที่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มขึ้นกับอิหร่านเมื่อหกเดือนก่อน ซึ่งทั้งสถานการณ์ทั้งสองอย่างมีส่วนทำให้ค่าครองชีพของชาวอเมริกันสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้นำสหรัฐมีท่าที่แข็งกร้าวกับแคนาดา แต่ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอส ในเดือนพฤษภาคม แสดงให้เห็นว่า 72% ของชาวอเมริกันมีมุมมองที่ดีต่อแคนาดา ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ ในการสำรวจ รวมถึงเยอรมนีและเม็กซิโก และสูงกว่าคะแนนความนิยมของทรัมป์ประมาณสองเท่า