"ยูเอ็น-กาชาด" เตือน โลกกำลังเข้าใกล้อนาคต “หุ่นยนต์สังหาร” เล่นงานมนุษย์ เรียกร้องให้มีกฎหมายระดับนานาชาติควบคุมอาวุธอัตโนมัติ
สหประชาชาติและกาชาดสากลเตือน โลกกำลังเข้าใกล้อนาคตที่ “หุ่นยนต์สังหาร” พุ่งเป้าเล่นงานมนุษย์เต็มที จึงร้องขออย่างเร่งด่วนให้มีกฎหมายระดับนานาชาติควบคุมอาวุธอัตโนมัติ
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นสืบเนื่องจากเมื่อปี 2023 นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ และนางมิร์ยานา สโปลยาริช ประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เคยเรียกร้องให้มีการกำหนดข้อห้ามและข้อจำกัดเป็นการเฉพาะภายในปี 2026 สำหรับเทคโนโลยีนี้ที่กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
“วันนี้ เราขอเรียกร้องอีกครั้งด้วยความเร่งด่วนกว่าเดิม ความกังวลพื้นฐานยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ความเสี่ยงรุนแรงขึ้น”
“ตอนนี้เราใกล้ข้ามเส้นตายทางจริยธรรมเต็มที มนุษย์กำลังตกเป็นเป้าโดยอัตโนมัติของเครื่องกล” แถลงการณ์ร่วมระบุและว่า โดยทั่วไปแล้ว ระบบอาวุธสังหารอัตโนมัติหมายถึงระบบอาวุธที่สามารถเลือกเป้าหมายและใช้กำลังได้โดยมนุษย์ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว
“ระบบอาวุธอัตโนมัติถูกใช้ในสนามรบ, ในสภาพแวดล้อมในวงกว้างเรียบร้อยแล้ว และพลเรือนกำลังเสี่ยงถูกสังหารมากขึ้น” นายลอเรนท์ จีเซล หัวหน้าแผนกอาวุธและการกระทำอันเป็นปรปักษ์ของ ICRC กล่าวกับผู้สื่อข่าว
ด้านคณะผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันใช้อาวุธอัตโนมัติเต็มรูปแบบเล่นงานมนุษย์โดยตรง แต่ด้วยความตึงเครียดและความขัดแย้งที่พุ่งขึ้นในตะวันออกกลางและยูเครน ที่เน้นการสู้รบด้วยโดรนเป็นหลัก จึงเกรงว่าสิ่งที่หวาดกลัวอาจเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
ความกล้าหาญทางการเมือง
หลังจากหารือกันมาหลายปี นานาประเทศมีกำหนดเปิดการเจรจาสนธิสัญญาเต็มรูปแบบในเดือน พ.ย.นี้
“เราขอเรียกร้องให้รัฐต่างๆ ฉวยโอกาสนี้ไว้” นายกูเตอร์เรสและ นางสโปลยาริชกล่าว พร้อมเรียกร้อง “ความกล้าหาญทางการเมือง” โดยให้เหตุผล “ถ้าไม่กระทำอย่างเด็ดขาดรวดเร็วจะต้องสูญเสียชีวิตอีกมาก”
“ระบบอาวุธอัตโนมัติไม่ใช่อนาคตอันไกลโพ้น ตอนนี้นานาประเทศกำลังแข่งขันอย่างเต็มที่ทำให้อาวุธทำงานได้อย่างเป็นอิสระยิ่งขึ้น” ทั้งสองคนกล่าว
“คนรุ่นหลังจะตั้งคำถามว่า ทำไมผู้นำไม่รีบสร้างขอจำกัดตอนที่ยังมีโอกาส ก่อนที่อาวุธนี้จะแพร่ขยายไปจนเกินควบคุม”
ส่วนนายจีเซลย้ำว่า ICRC ไม่ได้เรียกร้องให้ห้ามแพร่ขยายระบบอาวุธอัตโนมัติทั้งหด แต่จำเป็นต้องห้ามอาวุธสองชนิดที่ “ยอมรับไม่ได้มากที่สุด” และ “ก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงสุดที่จะละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบด้านมนุษยธรรมอย่างร้ายแรงและเพิ่มความสูญเสียต่อชีวิตมนุษย์จากความขัดแย้งด้วยอาวุธ” ได้แก่ “อาวุธอัตโนมัติที่คาดเดาไม่ได้” โดยที่ “ผู้ปฏิบัติงานไม่สามารถคาดการณ์ และคาดเดาผลกระทบของการใช้ได้อย่างเพียงพอ” และ “ระบบอาวุธอัตโนมัติต่อต้านบุคคล” มุ่งเป้าไปที่มนุษย์โดยตรง
ทั้งนี้ นายกูเตอร์เรสเตือนมานานแล้วถึงอันตรายจากอาวุธดังกล่าว เดือนก่อนก็ได้ยืนยันว่า
"การที่เครื่องจักรเลือกและเข้าจัดการกับเป้าหมายรวมถึงคร่าชีวิตผู้คนโดยปราศจากการควบคุมและการตัดสินใจของมนุษย์ ถือเป็นสิ่งที่ขัดต่อศีลธรรมอย่างร้ายแรง จะต้องถูกสั่งห้ามโดยกฎหมายระหว่างประเทศ"
ในแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร ผู้นำยูเอ็นและกาชาดสากล ย้ำด้วยว่า ในหลายกรณีนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรผู้กำลังพัฒนาอาวุธต้องส่งเสียงเตือนด้วยตนเอง
“เมื่อสถาปนิกของเทคโนโลยีนี้เรียกร้องให้จำกัด นานารัฐจึงมิอาจเพิกเฉยอยู่ต่อไปได้ จำเป็นต้องนิยามกฎเกณฑ์ชัดเจนอย่างเร่งด่วน” สองผู้นำกล่าวและยืนกรานว่า “นวัตกรรมต้องรับใช้มนุษยชาติ มิใช่สร้างอันตราย”



