อิหร่านประณามแผนการสหรัฐเตรียมประกาศคว่ำบาตรรอบใหม่ที่อาจทำให้เศรษฐกิจตึงตัวยิ่งขึ้น และส่งผลต่อคู่ค้ารายสำคัญอย่างจีน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน ตามที่นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ เตรียมแถลงข่าวในวันจันทร์ (24 ส.ค.) เวลา 14.00 น. ตามเวลากรุงวอชิงตัน หรือ 1.00 น. วันอังคาร (25 ส.ค.) ตามเวลาประเทศไทย หลังจากขู่ว่าจะ “คว่ำบาตรรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์อิหร่าน” และขอให้จีน ซึ่งซื้อน้ำมันกว่า 80% ที่อิหร่านส่งออก ร่วมมือกับรัฐบาลวอชิงตันด้วย ขณะที่ปักกิ่งเร่งเร้าให้ใช้การทูตแก้ปัญหา
ล่าสุดนายอิสมาอิล บากาดี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวผ่าน X ในวันเสาร์ (22 ส.ค.) ว่า การประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ของสหรัฐฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น ถือเป็น “การใช้สิทธิอธิปไตยเหนือดินแดนของประเทศสมาชิกอิสระทุกประเทศของสหประชาชาติ”
“การคว่ำบาตรทางอ้อมดังกล่าวไม่มีพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศรองรับ” นายบากาดีกล่าว
นายโมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า เตหะรานจะมุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์ของประเทศที่ให้ความช่วยเหลือสหรัฐ
“เรากำลังบอกประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดว่าอย่าเข้าร่วมสงครามเศรษฐกิจของสหรัฐ มิฉะนั้นเราจะถือว่าพวกเขาเป็นศัตรู” นายเรซาอีย้ำ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้เคยเตือนถึงผลเสียหายทางเศรษฐกิจต่อประเทศใดๆ ที่ “ต่อชีวิตให้อิหร่านไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม” กล่าวในวันศุกร์ (21 ส.ค.) ว่า วอชิงตันกำลังสังเกต “สิ่งที่เกิดขึ้นในความขัดแย้งนี้”
“ในความเห็นของผม พวกเขาอยากทำดีล แต่ยังไม่พร้อมทำดีลที่เหมาะสม” ทรัมป์กล่าวถึงอิหร่าน
ช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก
เมื่อสหรัฐปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ช่องแคบฮอร์มุซ จึงมีเรือติดอยู่เป็นร้อยๆ ลำ พร้อมด้วยลูกเรืออีกหลายพันชีวิต เมื่อวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) มีเรือสินค้าโภคภัณฑ์สัญจรผ่านเพียงสี่ลำเท่านั้น ไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันดิบหรือก๊าซธรรมชาติเหลวขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว IRNA ของทางการรายงานว่า อิหร่านอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนหนึ่งของอิรักผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ หลังจากได้รับการร้องขอซ้ำจากรัฐบาลแบกแดด ซึ่งการอนุญาตพิเศษแก่เรือบรรทุกน้ำมันอิรัก เป็นหนึ่งในคำขอพิเศษที่แบกแดดขอมาช่วงที่นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบัฟ ประธานสภาอิหร่านไปเยือนอิรัก
ด้านนายคริส ไรท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐ กล่าวว่า กองทัพสหรัฐช่วยให้ขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เฉลี่ยวันละ 8 ล้านบาร์เรลในเจ็ดวัน ลดลงจากวันละกว่า 20 ล้านบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม หรือราวหนึ่งในห้าของการบริโภคน้ำมันทั่วโลก
สถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่านรายงานเมื่อวันเสาร์ว่า นายอับดอลลาฮี ผู้บัญชาการกองกำลังติดอาวุธ พยายามเน้นย้ำขีดความสามารถของอิหร่านระหว่างตรวจโรงงานผลิตขีปนาวุธใต้ดิน
“โรงงานนี้ผลิตอุปกรณ์ได้เหนือชั้นกว่าในอดีตมาก ทั้งในแง่ขีดความสามารถ คุณภาพ และปริมาณ” นายอับดลลาฮีกล่าว
ส่วนนายกาลิบัฟ กล่าวว่า เตหะรานได้รับ “ข้อความจำนวนมาก” จากประเทศเพื่อนบ้านให้ทำข้อตกลงความมั่นคงระดับภูมิภาคและความร่วมมือทางเศรษฐกิจกันใหม่
เขาไม่ได้อ้างถึงประเทศใด แต่กล่าวหาสหรัฐกำลังบั่นทอนความมั่นคงของพันธมิตรในภูมิภาคเพื่ออิสราเอล จึงมีแต่ระเบียบที่เกิดขึ้นอย่างอิสระ “ภายในภูมิภาค” เองเท่านั้นที่จะสร้างสันติภาพและความมั่นคงได้
น่าสังเกตว่า แม้อิหร่านยังคงท้าทายสหรัฐ แต่ประธานาธิบดีมาซูด เปเซซเคียน ก็เรียกร้องแก้ปัญหาด้วยการทูตด้วย
“จะเป็นการดีกว่าหากยุติสงครามในวันนี้ ขณะที่เรายังมีอำนาจและศักดิ์ศรี และทั่วโลกยอมรับชัยชนะของเรา พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าอเมริกาฝ่าฝืนกฎระเบียบทั้งหมด ด้วยการโจมตีโรงเรียน โรงพยาบาล และโครงสร้างพื้นฐานของเรา จนเป็นที่เกลียดชังไปทั่วโลก” สำนักข่าว ISNA รายงานคำกล่าวของประธานาธิบดีเมื่อวันศุกร์
ที่มา: รอยเตอร์



