วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

สำรวจความเป็นไปได้ ‘ยูเครนจัดเลือกตั้ง’ อุปสรรคสำคัญไม่ได้มีแค่ ‘สงคราม’

รอยเตอร์สำรวจความเป็นไปได้ของยูเครนในการจัดการเลือกตั้ง คาด อุปสรรคสำคัญไม่ได้มีแค่สงคราม แต่ความยุ่งยากเริ่มต้นตั้งแต่การปรับปรุงทะเบียนราษฎร เนื่องจากชาวยูเครนพลัดถิ่นกระจัดกระจายมากหลังเกิดสงคราม

ยูเครน จะสามารถจัดการเลือกตั้งท่ามกลางสงครามได้หรือไม่ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยเรียกร้องให้จัดเลือกตั้ง แต่อุปสรรคของยูเครนไม่ได้มีแค่สงคราม เพราะความยากลำบากอาจเกิดขึ้นตั้งแต่การปรับปรุงทะเบียนราษฎร

“ความมั่นคง” ปัจจัยสำคัญจัดเลือกตั้ง

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวไว้ว่า เขาเตรียมจัดเลือกตั้งแล้ว หากสหรัฐและพันธมิตรยุโรปของเคียฟสามารถรับประกันความมั่นคงในการลงคะแนนเสียงได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์ย้ำว่า ยูเครนควรจัดการเลือกตั้งได้แล้ว

ยูเครน ซึ่งจัดเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2019 กำลังอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก นับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2022 เมื่อรัสเซียเปิดฉากรุกรานอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งกฎดังกล่าวระบุห้ามจัดการเลือกตั้งเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย

ขณะนี้การสู้รบกำลังดุเดือดเป็นระยะทางกว่า 1,200 กิโลเมตรทางตะวันออก ทางใต้ และตอนเหนือของยูเครน โดรนและขีปนาวุธรัสเซียหลายร้อยลูกยังคงมุ่งโจมตีเมืองและเขตต่างๆ ของยูเครนที่อยู่ห่างจากแนวหน้า

ขณะที่อุปทานไฟฟ้าหยุดชะงักเนื่องจากรัสเซียโจมตีภาคพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานพลังงานต่างๆ

ส่วนผลสำรวจแสดงให้เห็นอย่างต่อเนื่องว่า ประชาชนยูเครนส่วนใหญ่ยังคัดค้านแนวคิดการจัดเลือกตั้งระหว่างเกิดสงคราม

โวโลดิมีร์ เฟเซนโก นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวว่า อย่างน้อยที่สุด การหยุดยิงทางอากาศถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการพิจารณาจัดการเลือกตั้ง

เฟเซนโกเสริมว่า ยูเครนจำเป็นต้องสร้างกรอบกฎหมายสำหรับการเลือกตั้งขึ้นมาใหม่ทั้งหมด รวมถึงกฎหมายใหม่ที่ระบุถึงช่วงเวลา กฎระเบียบ และขั้นตอนต่างๆ ซึ่งเขาประเมินไว้ว่าอาจต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือนในการดำเนินการดังกล่าว

ลำบากตั้งแต่ปรับปรุงทะเบียนราษฎร-จัดหาพื้นที่เลือกตั้ง

ชาวยูเครนหลายล้านคนอาจเผชิญกับความยากลำบากในการเข้าถึงจุดเลือกตั้ง นักวิเคราะห์และเจ้าหน้าที่เตือนว่า การปรับปรุงทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อระบุว่าใครมีสิทธิเลือกตั้งและต้องเลือกตั้งที่ใดนั้น อาจเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง

ข้อมูลทางการแสดงให้เห็นว่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน มีชาวยูเครนมากกว่า 4.4 ล้านคนได้รับสถานะคุ้มครองชั่วคราวในสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งอาจทำให้ยูเครนต้องจัดตั้งหน่วยเลือกตั้งหลายร้อยแห่งทั่วทวีปยุโรป และมีชาวยูเครนเพียง 4 ล้านคน ที่พลัดถิ่นภายในประเทศ ตามข้อมูลของหน่วยงานผู้อพยพสหประชาชาติเมื่อเดือนที่แล้ว

ด้านนักวิเคราะห์เผยว่า การลงทะเบียนผู้พลัดถิ่นทั้งหมดไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจต้องเบียดเบียนเวลาและงบประมาณจากงานด้านการป้องกันประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนอีกราว 1 ล้านคนรับราชการอยู่ในกองทัพ ดังนั้น การจัดการเลือกตั้งอย่างอิสระและยุติธรรมบริเวณแนวหน้าที่เต็มไปด้วยโดรนอาจเป็นอันตราย และอาจต้องเปลี่ยนแปลงเรื่องกฎหมาย

ทางการยูเครนคาดการณ์ว่า ณ ปี 2024 ชาวยูเครนวัยผู้ใหญ่ 4.5 ล้านคนยังคงพักอาศัยอยู่หลังแนวหน้าในดินแดนที่รัสเซียยึดครอง รัสเซียครอบครองดินแดนของยูเครนราว 19% และมีแผนที่จะจัดการเลือกตั้งในพื้นที่ดังกล่าวเดือนหน้าด้วย ซึ่งยูเครนบอกว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย

คะแนนนิยมเซเลนสกีนำ แต่อย่าชะล่าใจ

จากผลสำรวจพบว่า เซเลนสกีอาจมีโอกาสได้รับเลือกตั้งอีกครั้ง ความนิยมของเซเลนสกีในยูเครนเคยอยู่ที่ระดับ 90% ในช่วงเริ่มต้นสงคราม แต่นับตั้งแต่นั้นก็ลดลงมาสู่ระดับ 60%

นักวิเคราะห์ทางการเมืองและนักสำรวจความคิดเห็นระบุว่า คะแนนนิยมของเซเลนสกีได้รับผลกระทบจากเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการคอร์รัปชันในภาคพลังงานเมื่อปีก่อน แต่หลังจากนั้นคะแนนนิยมก็ฟื้นกลับมา และเซเลนสกียังคงเป็นตัวเลือกแถวหน้าในบรรดานักการเมืองดั้งเดิมทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า วาเลรี ซาลูซนี เอกอัครราชทูตยูเครนประจำอังกฤษและอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด อาจเป็นคู่แข่งสำคัญของเซเลนสกี เช่นเดียวกับคีรีโล บูดานอฟ หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีและอดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองทางทหาร

แต่เฟโดรอฟ นักปฏิรูปวัย 35 ปี ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ก็มีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นในผลสำรวจล่าสุด นับตั้งแต่ถูกเซเลนสกีปลดออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหันเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมได้เพียง 6 เดือน ซึ่งจุดชนวนให้เกิดการประท้วงบนท้องถนนครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สื่อ NV ของยูเครน อ้างอิงผลสำรวจความคิดเห็นจาก SOCIS สำนักสำรวจความคิดเห็นชั้นนำในท้องถิ่น คาดการณ์ว่า เฟโดรอฟอาจสามารถครองคะแนนเสียงได้ประมาณ 13% ขณะที่ซาลูซนีอาจได้ 21% และเซเลนสกีได้ราว 22% และหากเฟโดรอฟหรือซาลูซนีผ่านเข้ารอบสอง ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าทั้งสองคนมีโอกาสเอาชนะเซเลนสกีได้ด้วย