ทรัมป์เผยสหรัฐเปิดฉากปฏิบัติการ "สงครามเศรษฐกิจ" เล่นงานอิหร่าน รุนแรงอย่างไม่เคยมีมาก่อน เรียกร้องพันธมิตรเข้าร่วม รวมทั้งขู่ลงโทษประเทศคู่ค้าอิหร่าน เช่นจีน
บลูมเบิร์ก รายงานว่า สหรัฐ เตรียมเริ่มปฏิบัติการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าจะเป็น “สงครามเศรษฐกิจ Economic Warfare” เล่นงานอิหร่านในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลังกล่าวโทษว่าอิหร่านพลาดโอกาสในการทำข้อตกลงกับเขา
“ดังนั้น วันนี้ผมขอประกาศการปฏิบัติการทางเศรษฐกิจที่บดขยี้ที่สุดเท่าที่เคยกระทำต่อประเทศใด ๆ! นี่จะเป็นสงครามเศรษฐกิจและการโดดเดี่ยวในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน” ทรัมป์กล่าวผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันพุธ (19 ส.ค. 69)
โพสต์ของทรัมป์ไม่ได้ระบุชัดว่าสหรัฐ จะใช้มาตรการใดบ้าง ขณะนี้อิหร่านถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากสหรัฐ อย่างกว้างขวางอยู่แล้ว และกองทัพสหรัฐ ก็พยายามบังคับใช้การปิดล้อมทางทะเลต่อประเทศดังกล่าว
ทรัมป์ขู่กดดันทั้งอิหร่านและคู่ค้าของอิหร่าน
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ ได้ขยับจากการใช้มาตรการทางทหารมาสู่การกดดันทางเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะที่สงครามยืดเยื้อและการเจรจาตกอยู่ในทางตัน รัฐมนตรีคลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ เคยเตือนอย่างเปิดเผยว่าสหรัฐ กำลังเตรียมใช้มาตรการในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อบีบเศรษฐกิจของสาธารณรัฐอิสลาม
ทรัมป์ ระบุในวันพุธว่าปฏิบัติการกดดันนี้จะขยายไปยังประเทศคู่ค้าของอิหร่าน โดยเตือนว่า “ประเทศใดก็ตามที่ปล่อยให้สถาบันการเงิน ธุรกิจ สนามบิน หรือหน่วยงานรัฐบาลของตนให้ ‘เส้นชีวิต’ ใด ๆ แก่อิหร่าน จะต้องเผชิญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่รุนแรงอย่างยิ่ง”
เขายกตัวอย่างรูปแบบการช่วยเหลืออิหร่านที่ประเทศคู่ค้าควรยุติ เช่น ร้านแลกเปลี่ยนเงิน การโอนเงินสดและข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลท้องถิ่นระหว่างกัน (swap lines) การจดทะเบียนเรือ บริษัทนอมินี/บริษัทบังหน้า และการลักลอบค้าน้ำมัน
บททดสอบทรัมป์กล้าลงโทษจีนไหม
แนวทางที่แข็งกร้าวเช่นนี้อาจบีบให้รัฐบาลทรัมป์ต้องตัดสินใจที่ยากลำบาก เนื่องจากอิหร่านมีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับจีน และจะเป็นบททดสอบว่ารัฐบาลมีความพร้อมแค่ไหนในการเล่นงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปักกิ่ง
ด้านราคาน้ำมันยังคงรักษาการปรับขึ้นต่อเนื่องสี่วัน โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนตุลาคมซื้อขายเหนือ 84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่เบรนท์ ปิดใกล้ระดับ 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
คำประกาศของทรัมป์มีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตัดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่าน โดยให้เหตุผลถึง “การยกระดับความตึงเครียดที่บ่อนทำลายสันติภาพและความมั่นคงระดับภูมิภาคและนานาชาติ”
ทรัมป์เรียกร้องพันธมิตรเข้าร่วม Economic Warfare
แม้พันธมิตรสหรัฐ จะลังเลที่จะเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารที่ทรัมป์และอิสราเอลเริ่มไว้ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ประธานาธิบดีก็เรียกร้องให้พันธมิตรช่วยกัน “บีบ” อิหร่านทางเศรษฐกิจ
“นี่จะเป็นวันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ (ECONOMIC D-DAY) และเราต้องการให้พันธมิตรทั้งหมดของเรายืนเคียงข้างสหรัฐอเมริกา เพื่อโดดเดี่ยวและเอาชนะภัยคุกคามจากอิหร่าน” ทรัมป์กล่าว





