ทางการอิหร่านส่งสัญญาณ เตรียมพร้อมรับมือหากสหรัฐบุกภาคพื้นดิน ตรึงกำลังหลายพื้นที่รอบฮอร์มุซ ล่าสุดประกาศให้รางวัลแก่ชายคนใดก็ตามที่สามารถสังหารทหารอเมริกันที่ขึ้นฝั่งอิหร่านได้ ถ้าผู้หญิงทำได้ให้ 2 เท่า
ทางการอิหร่านส่งสัญญาณว่า พวกเขาอาจเปลี่ยนไปใช้ “กลยุทธ์เชิงรุก” มากขึ้นในสงครามที่ทำกับสหรัฐ ขณะที่บันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่ทำร่วมกับวอชิงตันสิ้นสุดลง
พลตรียาดอลลาห์ จาวานี หัวหน้าสำนักการเมืองของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐเมื่อคืนวันอาทิตย์ (16 ส.ค.69) ว่า กองทัพของเขามีความพร้อมที่จะดำเนินการใดๆ ก็ตามที่จำเป็นเพื่อปกป้องประเทศ
อย่างไรก็ตาม จาวานียังไม่ได้อธิบายรายละเอียดว่ามาตรการเชิงรุกของอิหร่านจะเป็นอย่างไร แต่กล่าวว่า ฝ่ายตรงข้ามควรเตรียมรับมือกับ “ความประหลาดใจทางยุทธศาสตร์”
อัลจาซีรา รายงานว่า นักการเมือง และสื่อสายแข็งของอิหร่านเคยพูดถึงแนวคิดที่จะส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐในบาห์เรน และคูเวต หากวอชิงตันบุกอิหร่านอีกด้วย
แต่นักวิเคราะห์ยังคงเกิดคำถามถึงความเป็นไปได้ และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันยังไม่มีข้อบ่งชี้ใดๆ ในช่วงที่ผ่านมาว่าสหรัฐกำลังวางแผนปฏิบัติการภาคพื้นดินในอิหร่าน
ด้าน โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า หลังจากพลตรีอาหมัด วาฮิดี ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยุทธวิธีในการตอบโต้จะผสมผสานระหว่าง “การป้องปรามอย่างสูงสุด” กับความพร้อม “ปฏิบัติการโจมตีศัตรูอย่างทรงพลัง”
ขณะที่วาฮิดี กล่าวว่า ความเป็นผู้นำของคาเมเนอี และกองทัพอิหร่านสามารถ “ทำให้กองทัพที่มีศักยภาพสูงสุดในประวัติศาสตร์โลกต้องพ่ายแพ้” หลังจากที่สหรัฐ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จุดชนวนให้เกิดการสู้รบอย่างดุเดือดระหว่างทั้งสองฝ่าย
ให้รางวัลล่าหัวทหารสหรัฐ
แม้ว่าคำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่ว่า อิหร่านแพ้สงครามขณะถูกปิดล้อมทางทะเล และสหรัฐอาจประกาศยึดฮอร์มุซเป็นของตนเองนั้น เป็นเรื่องล้อเล่น ตามที่ทำเนียบขาวออกมาแก้ต่าง แต่อามีร์ ฮาตามี ผู้บัญชาการกองทัพบกอิหร่านได้ตอบสนองรายงานดังกล่าวด้วยการประกาศว่า
จะ “ให้รางวัล” แก่ชายคนใดก็ตามที่สามารถ “สังหารหรือจับกุม” ทหารสหรัฐได้ หากพวกเขามีส่วนร่วมในปฏิบัติการภาคพื้นดินบนแผ่นดินอิหร่าน ส่วนผู้หญิงจะได้รับรางวัลสองเท่าหากสามารถทำเช่นนั้นได้เหมือนกัน
โมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทรงอำนาจ ชี้ว่า รัฐบาลทรัมป์อาจเคยพิจารณาปฏิบัติการภาคพื้นดินในดินแดนอิหร่าน แต่ได้ระงับไว้เนื่องจาก “แผนการยังไม่สมบูรณ์”
เรซาอี กล่าวว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐ หลีกเลี่ยงการโจมตีกรุงเตหะรานหรือภาคเหนือของอิหร่านในช่วงการสู้รบที่ปะทุขึ้นเป็นเวลาสองสัปดาห์ในเดือนกรกฎาคม แต่กลับโจมตีเมืองประมาณ 50 เมืองในจังหวัดอื่น 15 จังหวัดแทน
เลขาธิการความมั่นคงเชื่อว่า จุดประสงค์ของการโจมตีทางอากาศของสหรัฐคือ การเตรียมการโจมตีภาคพื้นดินเพื่อยึดครองช่องแคบฮอร์มุซ และอาจต้องการเข้าถึงโรงงานนิวเคลียร์ในอิสฟาฮาน ซึ่งคาดว่ามียูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังจากการโจมตีของสหรัฐ
“พวกเขาไม่ได้คำนวณว่า การยกพลขึ้นบกที่ช่องแคบฮอร์มุซนั้นเป็นไปไม่ได้ หากจะใช้กำลังทหารเพียง 40,000-50,000 นาย ต้องใช้คนอย่างน้อย 100,000 คนต่างหาก” เรซาอี กล่าว “แถมยังต้องข้ามเทือกเขาซากรอส และผ่านจังหวัดฟาร์สให้ได้ด้วย”
อิหร่านเสริมกำลังรอบด้าน
สื่อและผู้บัญชาการของอิหร่านเผยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาว่า อิหร่านมีการเตรียมแผนปกป้องเกาะและพื้นที่ชายฝั่งต่างๆ ทางตอนใต้ของประเทศที่คาดว่ากองทัพสหรัฐอาจพิจารณายึดครอง ซึ่งรวมถึงท่าเทียบเรือส่งออกน้ำมันที่สำคัญบนเกาะคาร์กด้วย
พื้นที่ต่างๆ ของอิหร่านรอบช่องแคบฮอร์มุซก็ได้รับการเสริมกำลังด้วยหน่วยกำลังตอบโต้เร็ว (rapid-response unit)
โมฮัมหมัด-เรซา อัครามิเนีย โฆษกกองทัพกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้กองกำลังต่างชาติขึ้นฝั่งในดินแดนอิหร่าน
นอกจากนี้ ทางการอิหร่านยังได้ส่งสัญญาณว่าพร้อมรับมือกับความไม่สงบใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนใกล้ชายแดนด้านตะวันตกของอิหร่านที่ติดกับอิรัก และตุรกี หรือทางตะวันออกที่ติดกับปากีสถาน และอัฟกานิสถาน และIRGC ได้เสริมกำลังป้องกัน และดำเนินการโจมตีด้วยขีปนาวุธ และโดรนอย่างต่อเนื่องต่อกลุ่มติดอาวุธในเคอร์ดิสถานของอิรักด้วยเช่นกัน
อ้างอิง: Al Jazeera
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์



