วันอังคาร ที่ 18 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘ทรัมป์’ ขู่ทิ้งระเบิดใส่ ‘โอมาน’ หากร่วมมืออิหร่าน ขวางเปิดฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ เรียกร้องให้อิหร่านยอมจำนน และขู่ว่าจะทิ้งระเบิดใส่โอมาน หากขัดขวางการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ข้อตกลง 60 วัน ระหว่างวอชิงตันและเตหะรานสิ้นสุดลงโดยไร้ข้อตกลงยุติสงคราม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐกล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์ เมื่อวันจันทร์ (17 ส.ค.) ว่า อิหร่านควรชูธงขาวเพื่อยอมจำนนในสงครามสหรัฐ-อิสราเอลและอิหร่าน ที่ดำเนินมานาน 5 เดือน พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลของเขาได้เปิดช่องทางติดต่อโดยตรงกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) แล้ว

ทรัมป์อธิบายด้วยว่า IRGC เป็น “ผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่ดี” ที่ “กำลังจะตาย”

แต่ปธน.สหรัฐยืนกรานว่าเขาไม่เร่งรีบยุติสงครามที่เขาได้สูญเสียการควบคุมไปมาก และส่งผลกระทบต่อการสนับสนุนทางการเมืองของเขาก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐ ซึ่งจะมีขึ้นในเดือน พ.ย. ขณะที่เดโมแครตพยายามยึดเสียงข้างมากในสภาคองเกรสคืน

“ผมไม่มีกำหนดเวลา ผมไม่รีบ” ทรัมป์กล่าว

ในทางกลับกัน ทรัมป์ได้แสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวอีกครั้ง โดยขู่ว่าจะทิ้งระเบิดใส่โอมาน พันธมิตรของสหรัฐ หากโอมาน “ขัดขวาง” ข้อตกลงในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันทั่วโลกที่อิหร่านปิดกั้นอยู่

“ถ้าโอมานขัดขวาง เราจะทิ้งระเบิดใส่พวกเขาให้ยับเยิน” ทรัมป์กล่าวในระหว่างการสัมภาษณ์

‘อิหร่าน-โอมาน’ ตกลงคุมฮอร์มุซได้แล้ว?

สำนักข่าวอัลซาจีรา รายงานเมื่อวันจันทร์ว่า เจ้าหน้าที่อิหร่านและโอมานหารือเกี่ยวกับการจัดการเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมานานหลายสัปดาห์แล้ว และเตหะรานยืนกรานว่าตนจะควบคุมการขนส่งในน่านน้ำแห่งนี้

ทางการอิหร่านเผยว่า ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงเส้นทางขนส่งใหม่ในช่องแคบ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเผยในวันจันทร์ว่า อิหร่านและโอมานเตรียมแถลงการณ์ร่วมกันด้วย

เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า กลไกที่เสนอจะมุ่งปกป้องผลประโยชน์ของทั้งอิหร่านและโอมานไปพร้อมๆ กับการรักษาการขนส่งทางทะเลเชิงพาณิชย์

“นี่เป็นครั้งแรกที่มีการพัฒนากลไกปกป้องสิทธิอธิปไตยของทั้งสองรัฐชายฝั่งไปพร้อมๆ กัน และรับประกันการเดินเรืออย่างปลอดภัยของเรือพาณิชย์” บาเกอีกล่าว

โฆษกกระทรวงฯ ยังได้กล่าวโทษสหรัฐและอิสราเอลที่พยายามบ่อนทำลายการเจรจา และเสริมว่าการเจรจาที่ติดขัดระหว่างเตหะรานและวอชิงตันไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนผู้ไกล่เกลี่ย แต่เกิดจากการที่รัฐบาลทรัมป์พึ่งพาแนวทางที่ล้มเหลวมาแล้วนับร้อยครั้ง

บาเกอียังได้ปฏิเสธความสำคัญของการสิ้นสุดของข้อตกลงเดิม และแย้งว่าบันทึกความเข้าใจที่กำหนดเวลาเจรจา 60 วันเพื่อผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรและนิวเคลียร์ ถูกทำให้เป็นโมฆะไปแล้ว เนื่องจากการละเมิดของสหรัฐในครั้งก่อน ซึ่งหมายความว่า การเจรจาไม่เคยเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ และเสริมว่า อิหร่านจะไม่ยอมอ่อนข้อต่อมาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐเสนอ รวมถึงการปิดล้อมทางบก

อาจจบด้วยการเก็บค่าธรรมเนียมช่องแคบ?

ด้านไบรอัน คลาร์ก นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันฮัดสัน กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลทั้งสองฝ่ายต่างแสดงจุดยืนแบบ “สุดโต่ง” โดยปราศจากปัจจัยสนับสนุนที่เป็นรูปธรรม

“ตอนนี้พวกเขาไม่ได้เจรจากันอย่างจริงจัง พวกเขาเพียงแค่กล่าวอ้างและหวังว่าอีกฝ่ายจะยอมถอย” คลาร์กกล่าว และว่า สหรัฐได้จำกัดขอบเขตการยกระดับปิดล้อมท่าเรืออิหร่านโดยไม่ส่งกำลังทหารไปเสี่ยง และย้ำว่าอำนาจควบคุมทางอากาศอย่างเดียวไม่สามารถตัดสินผลแพ้ชนะในความขัดแย้งได้

คลาร์กมองว่าทางเลือกทางทหารทางเดียวที่เหลืออยู่ของวอชิงตันคือ การ “เปิดช่องแคบฮอร์มุซและใช้กำลังปกป้องการขนส่งสินค้าที่ผ่านช่องแคบนั้น” ซึ่งจะต้องใช้กำลังทางเรือและทางอากาศในการป้องกันการจราจรทางทะเลอย่างแข็งขัน ซึ่งเป็นสิ่งที่วอชิงตันหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด

นักวิจัยอาวุโสรายนี้คาดการณ์ด้วยว่า ในที่สุดแล้วสถานการณ์ตึงเครียดนี้จะคลี่คลายลง โดย "อิหร่านและเยเมนจะควบคุมช่องแคบด้วยข้อตกลงเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมบางอย่าง” ซึ่งจะทำให้วอชิงตันต้องหา “ข้ออ้างบางอย่างที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถโต้แย้งได้ว่าอย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็ได้แก้ไขปัญหาได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของสหรัฐ”

 

อ้างอิง: Al Jazeera