วันอาทิตย์ ที่ 16 สิงหาคม 2569

Login
Login

'โมร็อกโก' สกัด ผู้อพยพ 111 คน ก่อนข้ามไปสเปน ลดความเสี่ยงอพยพครั้งใหญ่รอบ 2

โมร็อกโกสกัดผู้อพยพได้ 111 คน ก่อนพวกเขาข้ามพรมแดนไปยังเมืองเซวตาของสเปน เพื่อลดความเสี่ยงอพยพครั้งใหญ่รอบ 2 หลังพบข้อความในโซเชียลปลุกเร้าการอพยพครั้งใหม่

ตำรวจโมร็อกโกจับกุมผู้อพยพได้อย่างน้อย 111 คน เมื่อวันเสาร์ (15 ส.ค.) ขณะที่พวกเขาพยายามข้ามไปยังเมืองเซวตา ดินแดนส่วนแยกของสเปนที่ตั้งอยู่ในแอฟริกาเหนือ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นของทั้งสองฝั่งชายแดน หลังจากมีโพสต์ในโซเชียลมีเดียจุดชนวนให้มีการข้ามแดนของผู้อพยพครั้งใหญ่อีกครั้ง

ความพยายามข้ามแดนครั้งนี้เกิดขึ้นสองสัปดาห์หลังจากที่ผู้อพยพกว่า 72,000 คนหลั่งไหลเข้าสู่เมืองเซวตา ทำให้เกิดความตึงเครียดภายในสหภาพยุโรป (อียู) และกระตุ้นให้เกิดวาทกรรมต่อต้านการอพยพในกลุ่มพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดทั่วโลก เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 96 คน

แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทยของโมร็อกโกเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ผู้ที่ถูกจับกุมล่าสุด รวมผู้อพยพจากแอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา 109 คน และพลเมืองโมร็อกโก 2 คนที่ถูกจับกุมบริเวณใกล้เคียงเมืองฟนิเดก ซึ่งเป็นเมืองของโมร็อกโกที่อยู่ตรงข้ามกับเมืองเซวตา

สำนักข่าว EFE ของสเปนรายงานว่า ตำรวจโมร็อกโกใช้แก๊สน้ำตาเพื่อสลายกลุ่มผู้อพยพที่รวมตัวกันอยู่บนเนินเขาห่างจากชายแดนประมาณ 3 กิโลเมตร ต่อมาสำนักข่าวรอยเตอร์เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนาย ทั้งหน่วยสวมชุดปราบจลาจลและเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ เดินทางกลับจากเนินเขาด้านนอกเมืองฟนิเดก

สำนักข่าว EFE และสถานีโทรทัศน์ TVE ของสเปนรายงานอีกว่า กระทรวงมหาดไทยของโมร็อกโกสั่งให้ผู้สื่อข่าวของพวกเขาออกจากฟนิเดกทันที โดยไม่ได้ให้คำอธิบายใดๆ

'โมร็อกโก' สกัด ผู้อพยพ 111 คน ก่อนข้ามไปสเปน ลดความเสี่ยงอพยพครั้งใหญ่รอบ 2

โมร็อกโกเสริมกำลังสกัดผู้อพยพ

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลราบัตกล่าวว่ากำลังจับตาดู “การเผยแพร่ข้อความและโพสต์ในโซเชียลมีเดียที่ไม่ทราบที่มา” ซึ่งเป็นข้อความที่เรียกร้องให้มีการข้ามพรมแดนครั้งใหญ่ในวันที่ 15 สิงหาคม พร้อมเตือนว่าจะดำเนินคดีกับผู้ริเริ่มและผู้เข้าร่วม

ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์เผยว่า บริเวณชายแดนมีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น ทั้งยังมีรถตู้ตำรวจที่มีแผ่นกั้นลวดหนามและมีจุดตรวจตามถนนหนทางมากขึ้น

เจ้าหน้าที่ของโมร็อกโกเองยังได้พยายามสกัดกั้นกลุ่มคนหลายกลุ่มไม่ให้ขึ้นรถไฟและรถโดยสารไปยังภาคเหนือของโมร็อกโกในเมืองต่างๆ เช่น คาซาบลังกา เฟซ และเคนิตรา

อย่างไรก็ตาม พยานหลายคนเผยกับรอยเตอร์ว่า ผู้อพยพบางส่วนจากแอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮาราได้หลบเลี่ยงจุดตรวจรักษาความปลอดภัย และใช้เส้นทางภูเขาเพื่อเดินทางไปยังฟนิเดก

พยานคนหนึ่งกล่าวว่า โรงเรียนในฟนิเดกได้ถูกดัดแปลงเป็นที่พักสำหรับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ประจำการอยู่ใกล้ชายแดน เพื่อคอยสกัดผู้อพยพ

'โมร็อกโก' สกัด ผู้อพยพ 111 คน ก่อนข้ามไปสเปน ลดความเสี่ยงอพยพครั้งใหญ่รอบ 2

สเปนคงมาตรการคุมชายแดนเข้มงวด

ในเมืองเซวตา ทหารสเปนประจำการตามซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อรักษาความปลอดภัย ขณะที่ตำรวจปฏิบัติงานลาดตระเวนอย่างเข้มข้นตามถนนสายหลักของเมือง

ตอนนี้สถานการณ์ในเมืองสงบกว่าช่วงหลายวันหลังจากเกิดเหตุการณ์พยายามข้ามพรมแดนครั้งใหญ่ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา

นับตั้งแต่เหตุการณ์ดังกล่าว มาดริดจึงติดตั้งแนวกั้นทางทะเล และส่งตำรวจจากแผ่นดินใหญ่ของสเปนประจำการในเซวตาเพิ่มเติมกว่า 500 นาย ทำให้จำนวนตำรวจในเซวตาเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 1,600 นาย ด้านกระทรวงมหาดไทยของสเปนกล่าวว่า กำลังเสริมเหล่านี้จะยังคงอยู่ตราบเท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหมือนวันที่ 30 ก.ค. อีกครั้ง

เฟอร์นันโด แกรนด์-มาร์ลาสกา รัฐมนตรีมหาดไทยของสเปน เผยว่า ยังมีผู้อพยพอยู่ในเซวตาอย่างน้อย 5,000 คน ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์เห็นว่า มีผู้คนหลายร้อยคนหลบแดดร้อนจัดอยู่ใต้ที่พักชั่วคราวที่ทำจากไม้ไผ่บนชายหาดเอลแทรมโปลินในตัวเมือง

'โมร็อกโก' สกัด ผู้อพยพ 111 คน ก่อนข้ามไปสเปน ลดความเสี่ยงอพยพครั้งใหญ่รอบ 2

รัฐมนตรีบอกว่า ผู้ที่อพยพเข้ามาอย่างผิดกฎหมายจะไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในเขตปกครองพิเศษ เพื่อเดินทางไปยังแผ่นดินใหญ่ของสเปน หรือได้รับสถานะทางกฎหมาย ยกเว้นในกรณีพิเศษที่เกี่ยวข้องกับความเปราะบางอย่างยิ่ง ดังนั้น ผู้ที่ไม่มีสิทธิ์พำนักจะถูกส่งตัวกลับไปยังโมร็อกโก

ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เมืองเมลียาก็ใช้มาตรการที่คล้ายกัน ซึ่งเมืองนี้ก็เป็นดินแดนของสเปนในแอฟริกาเหนืออีกแห่งหนึ่ง

'โมร็อกโก' สกัด ผู้อพยพ 111 คน ก่อนข้ามไปสเปน ลดความเสี่ยงอพยพครั้งใหญ่รอบ 2