ปริศนาอันเปรียบเสมือนกล่องดำเกี่ยวกับการปราบปรามทุจริตของสี จิ้นผิง ทำให้เกิดข่าวลือทางการเมืองในจีนมานานแล้ว จนตอนนี้เกิดตลาดใต้ดินขายความลับว่า ใครจะหลุดจากตำแหน่งเป็นรายต่อไป
เว็บไซต์บลูมเบิร์กอ้างรายงานล่าสุด จากบันหยูถั่น นิตยสารจากสำนักข่าวซินหัวของทางการจีนที่ว่า ท่ามกลางการควบคุมอินเทอร์เน็ต อย่างเข้มงวดของจีน ทางการพยายามหยุดยั้งผู้ใช้นิรนามขายการเข้าถึงกลุ่มแช็ตที่อ้างว่ามีข้อมูลหลุดเรื่อง เจ้าหน้าที่ผู้กำลังถูกสอบทุจริต
สมาชิกเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้าเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าต้องการเข้าถึงกลุ่มแช็ตเอ็กซ์คลูสีฟที่ให้เบาะแสดีกว่า อาจต้องจ่ายถึง 399 หยวน (ราว 1,975 บาท) เบาะแสที่ให้มักคลุมเครือ เช่น ประวัติย่อของเจ้าหน้าโดยไม่มีคำอธิบาย หรือปลอมแปลงชื่อเจ้าหน้าที่ด้วยคำพ้องเสียง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ผู้ดูแลแช็ตสับเปลี่ยนให้สมาชิกเข้าไปอยู่ในห้องใหม่ๆ ตลอดเวลา
ข้อมูลใช่ว่าจะเชื่อถือได้ทั้งหมด บางบัญชีกุข่าวเพื่อปั่นยอด ตำรวจในมณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนปิดเว็บแบบนี้ไปหลายเว็บ แต่บางเบาะแสก็มาจากเจ้าหน้าที่ตัวจริงบ่งชี้ถึงคนไม่จงรักภักดี ตัวอย่างหนึ่งที่บันหยูถั่นรายงาน เจ้าหน้าที่ระดับล่างคนหนึ่งของมณฑลกุ้ยโจวได้ข้อมูลส่วนบุคคลมา จึงร่วมมือกับญาติอีกหกคนเปิดบัญชีวีแช็ตเก้าบัญชีเพื่อเพิ่มยอดคนติดตาม
แม้ไม่มีข้อบ่งชี้ว่า ผู้คนกำลังทำเงินจากการซื้อขายข้อมูลคาดเดาว่าใครจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่กำลังรุ่งเรืองอยู่ในส่วนอื่นๆ ของโลก แต่การทำแบบนี้ได้เผยให้เห็นความวิตกกังวลในหมู่ข้าราชการจีน เนื่องจากการรุกปราบทุจริตของสีขยายวงไปยังหน่วยงานใหม่ๆ มากขึ้น คณะกรมการเมืองชุดปัจจุบัน 24 คนถูกปลดไปแล้ว 3 คน ขณะเดียวกันการกวาดล้างในกองทัพทำให้กองทัพจีนที่มีกำลังพลประจำการมากที่สุดในโลกเหลือนายพลน้อยที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970
“ตอนนี้ข้าราชการระดับกลางและระดับสูงทุกคนในจีน คิดว่าตนเองเสี่ยงถูกหน่วยงานต่อต้านทุจริตตรวจสอบใกล้ชิด จึงเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะจ่ายเงินเพื่อให้ได้ข้อมูลของคนที่มีแนวโน้มถูกสอบสวน” วิกเตอร์ ฉี อาจารย์มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองของชนชั้นสูงในจีน กล่าวกับบลูมเบิร์ก
กลุ่มแบบนี้เบ่งบานในช่วงที่การเมืองจีนเข้าใกล้ช่วงเวลาอ่อนไหวเป็นพิเศษ เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์กำลังนับถอยหลังหนึ่งปีเข้าสู่การประชุมผู้นำพรรคในฤดูใบไม้ร่วงปีหน้า การประชุมใหญ่ที่จัดขึ้นทุกๆ 5 ปี ที่สีอาจดำรงตำแหน่งเป็นวาระที่ 4 และดูแลการโยกย้ายบุคลากร การที่เจ้าหน้าที่ต้องแข่งกันเพื่อให้ได้เลื่อนตำแหน่งก่อนการประชุมใหญ่ยิ่งทำให้ต้องการข้อมูลวงในมากขึ้น
ในทางทฤษฎี เบาะแสการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่สามารถทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ตกเป็นเป้าเตรียมการป้องกันตนเองได้ หรือช่วยให้เจ้าหน้าที่ผู้ทะเยอทะยานสร้างความสัมพันธ์ได้เหมาะสมเพื่อกำหนดเส้นทางอาชีพ สำหรับนักลงทุน สัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าผู้ว่าการมณฑลกำลังถูกตรวจสอบ จะช่วยให้มีเวลาขายสินทรัพย์ของบริษัทที่ได้รับผลกระทบ
“การรู้ข่าวล่วงหน้าเกี่ยวกับการเลื่อนตำแหน่ง การสอบสวน หรือไล่ออก ควรค่าน่าซื้อสำหรับบริษัทที่พยายามประเมินความเสี่ยงทางการเมือง จัดการความสัมพันธ์กับรัฐบาล และตัดสินได้ว่าเจ้าหน้าที่คนไหนควรคบค้ากันต่อไป” นีล โทมัส นักวิจัยอาวุโสด้านการเมืองจีน จากศูนย์วิเคราะห์จีนของสถาบันโยบายสังคมเอเชียกล่าว
“เจ้าหน้าที่เองก็สนใจใคร่รู้การโยกย้ายบุคลากรที่อาจส่งผลต่ออาชีพหรือเครือข่ายทางการเมืองของตน”
ด้านสำนักงานข่าวสารสภาแห่งรัฐ คณะกรรมการกลางตรวจสอบวินัย ซึ่งเป็นองค์กรจับตาการทุจริต และสำนักงานไซเบอร์สเปซ ซึ่งกำกับดูแลอินเทอร์เน็ต ไม่ได้ให้ความเห็นตามที่บลูมเบิร์กสอบถาม
วินัยพรรคหย่อนยาน
หลังจากรับตำแหน่งเมื่อ 14 ปีก่อนได้ไม่นานสีประกาศเล่นงานทั้ง “เสือ” และ “แมลงวัน” หมายถึง เจ้าหน้าที่ทั้งระดับสูงและระดับล่าง เป้าหมายคือชำระสะสางพรรคคอมมิวนิสต์ ที่เขามองว่าระเบียบวินัยตกต่ำมาหลายสิบปีช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจระบบตลาด
ตลาดข่าวลือผุดขึ้นมาขณะที่การกวาดล้างทุจริตมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หน่วยงานตรวจสอบวินัยสอบสวนเจ้าหน้าที่จีน 983,000 คนในปีที่ผ่านมา รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูง 181 คน ที่รัฐบาลกลางจัดการโดยตรง ตัวเลขทั้งสองรายการทุบสถิติทั้งคู่ การปราบปรามไม่มีสัญญาณชะลอตัว ซึ่งการคาดการณ์ในโซเชียลมีเดียมีมานานแล้วก่อนตั้งกลุ่มเผยเบาะแสเสียอีก และหลายครั้งที่ข่าวลือถูกต้อง
ตัวอย่างเช่น เช้าวันที่ 10 ก.พ. หน่วยงานปราบปรามทุจริตใหญ่สุดของจีนประกาศสอบสวนอี้ เหลียนหง อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์มณฑลเจ้อเจียง หลังจากมีข่าวลือในกลุ่มแชตปกติมาหลายวัน บทความชิ้นหนึ่งในวีแชตระบุว่า การค้นหาชื่ออี้บนวีแช็ตพุ่งขึ้นหกเท่าเมื่อสองวันก่อนหน้า ก่อนหน้านี้การค้นหาเคยพุ่งมาแล้วครั้งหนึ่งนับตั้งแต่เดือน เม.ย.2025 ตอนที่มีการสอบสวนบุคลากรเชื่อมโยงกับเขา
ที่มา: บลูมเบิร์ก




