วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม 2569

Login
Login

คิวบาฉลอง 100 ปีชาตกาล ‘ฟิเดล คาสโตร’ ปฏิวัติสังคมนิยมสิ้นมนต์ขลัง?

ขณะที่คิวบาเฉลิมฉลอง 100 ปี ชาตกาล ฟิเดล คาสโตร ประชาชนกำลังตั้งคำถามถึงคำมั่นการปฏิวัติสังคมนิยม ที่เขาเป็นผู้นำเมื่อเกือบ 50 ปีก่อน และสงสัยว่าผู้สืบทอดเหมาะสมกับตำแหน่งหรือไม่

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน พรรคคอมมิวนิสต์คิวบา เฉลิมฉลอง 100 ปีชาตกาล ของฟิเดล คาสโตร ผู้นำการปฏิวัติ มาตลอดสัปดาห์ทั้งจัดนิทรรศการ คอนเสิร์ต และการประชุม แต่วันที่ 13 ส.ค.ปีนี้ กลับกลายเป็นวิกฤติครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่ผู้คนยังจำกันได้ เนื่องจากอาหารและน้ำขาดแคลนอย่างหนัก ไฟฟ้าดับต่อเนื่อง

สำหรับชาวคิวบาหลายคน ความยากลำบากวันนี้ยิ่งทำให้คิดถึงฟิเดล คาสโตร ผู้ลาโลกไปเมื่อสิบปีก่อน

เลโอเนล ซัวเรซ วัย 54 ปี จูบภาพเหมือนของคาสโตรก่อนนำไปวางที่หน้าต่าง เขาใช้เวลาหลายปีสะสมของที่ระลึกเกี่ยวกับการปฏิวัติ และยกย่องคาสโตรว่าเป็น “ปรมาจารย์”

“ฟิเดลจะมียุทธศาสตร์ในเวลาแบบนี้” ซัวเรซกล่าว

วิกฤติที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามานี้ส่งผลกระทบอย่างหนัก จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติคนหนึ่งเสนอเงิน 100 ดอลลาร์เพื่อแลกกับภาพถ่ายของวีรบุรุษคอมมิวนิสต์ของเขา ซัวเรซจึงรู้สึกว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่น

“คุณต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป” เขากล่าว

ในความทรงจำของผู้สนับสนุน คาสโตรนำพาคิวบาผ่านพ้นวิกฤติหลายครั้ง ตั้งแต่การรุกรานที่สหรัฐสนับสนุน การห้ามซื้อห้ามขาย แผนลอบสังหาร และความยากลำบากอย่างแสนสาหัสจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต พันธมิตรและผู้ให้ความช่วยเหลือหลักของคิวบา

ในโรงงานย่านโอลด์ฮาวานา ท่ามกลางเครื่องมือเก่าคร่ำคร่า โรเจลิโอ วัลดิเวีย ช่างซ่อมบำรุงวัย 54 ปี เรียกตัวเองว่าเป็น “ฟิเดลิสตา” แฟนพันธุ์แท้ตัวจริง

“ผมเกิดในช่วงการปฏิวัติและผ่านมาได้ ผมสามารถหาหนทางของตนเอง” วัลดิเวียกล่าวพร้อมโศกเศร้าที่คิวบาวันนี้ไม่มีผู้นำอย่างคาสโตร

“ไม่มีฟิเดลอีกต่อไป ไม่มีใครมีความสามารถเหมือนฟิเดล”

  • บทพิสูจน์ความศรัทธา

ผู้ที่สนับสนุนคาสโตรตลอดเวลาที่ครองอำนาจ เป็นคนที่ลำบากยากเย็นที่สุดในวันนี้ หนึ่งในนั้นคือแอนเจลา กูเตียร์เรซ วัย 86 ปี ผู้ “ผิดหวัง” กับทิศทางที่คิวบาเดินไป

“ทำไมพวกเขาถึงตัดไฟบ่อยจัง?” เธอถามหลังจากเดินดูแผงขายของในตลาดหลายแผงโดยไม่ได้ซื้ออะไรเลยเพราะราคาสูงเกินไป “พวกเขากำลังทำลายทุกอย่าง”

กูเตียร์เรซเป็นคนรุ่นที่เติบโตภายใต้คาสโตร และได้ประโยชน์จากนโยบายการศึกษาและรักษาพยาบาลฟรีของการปฏิวัติ ที่ถึงวันนี้แทบไม่มีหลงเหลือ

สำหรับคนที่วิจารณ์คาสโตร ปัญหาของคิวบาไม่ใช่เพราะไม่มีคาสโตร แต่เป็นเพราะสิ่งที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลัง

มานูเอล คูเอสตา นักประวัติศาสตร์และนักเคลื่อนไหวฝ่ายค้านวัย 63 ปี เล่าว่าในวัยหนุ่มเขาเห็นคาสโตรเป็น “ผู้กอบกู้” ที่ทำให้คิวบาเป็นอย่างที่ใฝ่ฝันไว้ เมื่อเวลาผ่านไปภาพดังกล่าวเลือนหายไป ชีวิตจริงของผู้คนห่างไกลคำมั่นของการปฏิวัติไปทุกที

ถึงวันนี้ คูเอสตาเชื่อว่า สภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายลงทุกขณะทำให้ชาวคิวบาหลายคนมองคาสโตรเป็น “ต้นตอของหายนะแห่งชาติครั้งนี้”

ฮัสซัน เปเรซ นักประวัติศาสตร์ อดีตผู้นำนักศึกษา และผู้ร่วมงานใกล้ชิดของคาสโตร ยอมรับว่าการครบรอบหนึ่งร้อยปีครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ “สถานการณ์ที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้” สัญญาประชาคมจากการปฏิวัติ “เสื่อมถอยลง” ในช่วงไม่กี่ปีหลัง

หลายสิบปีมาแล้วที่คิวบาให้การปกป้องทางสังคมแลกกับวินัยทางการเมืองอันเข้มงวด ตอนนี้ชาวคิวบาหลายคนตั้งคำถามว่าการแลกเปลี่ยนนั้นยังมีอีกหรือไม่

แต่หลายๆ คนยังรักคาสโตรแม้ชีวิตยากลำบากขึ้นก็ตาม

มิลเดรด บาร์เรโต พนักงานทำความสะอาดวัย 66 ปี ยังคงเรียกเขาว่า “คอมมานดานเต” ซึ่งหมายถึงผู้บัญชาการ แต่เธอยอมรับว่าชีวิตในคิวบาทุกวันนี้ต้องดิ้นรน

“ตอนนี้ยากลำบากมาก” เธอกล่าว จากนั้นจึงสรุปสิ่งที่ผู้ชื่นชมคาสโตรที่เหลืออยู่หลายคนเห็นพ้องต้องกัน

“สมัยท่านผู้บัญชาการของเรา มันไม่เป็นแบบนี้”