ผู้สันทัดกรณีเผย ไทยเล็งเตือนรัฐบาลทรัมป์ขึ้นภาษีสูงอาจจำเป็นต้องลดความร่วมมือทางทหาร รวมถึงการฝึกคอบราโกลด์ หนึ่งในเสาหลักพันธมิตรความมั่นคงเก่าแก่ที่สุดของอเมริกาในเอเชีย
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่รายหนึ่งผู้ไม่เปิดเผยตัวตนว่า รัฐบาลไทยตั้งใจรวมจุดยืนดังกล่าวไว้ในข้อเสนอโต้ตอบเมื่อทั้งสองฝ่ายกลับมาเจรจาการค้าต่างตอบแทนกันอีกครั้งในเดือนนี้ แม้ข้อกำหนดดังกล่าวจะใช้ถ้อยคำกว้างๆ แต่ไทยอาจพิจารณาใหม่ถึงการเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารร่วมหากการขึ้นภาษีนำเข้าส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ ปีก่อนไทยได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐ 5.14 หมื่นล้านดอลลาร์เป็นหนึ่งในหลายสิบชาติที่ต้องการเงื่อนไขการค้าดีขึ้น หลังจากถูกรัฐบาลวอชิงตันกำหนดภาษี 12.5% จากสินค้าส่งออกส่วนใหญ่ตามกฎหมายการค้าสหรัฐ มาตรา 301 ที่ใช้ในกรณีทำการค้าไม่เป็นธรรม
ระหว่างที่รัฐบาลทรัมป์ขยายการสอบสวนปัญหาการผลิตล้นตลาด ไทยก็ได้เสนอที่จะยกเลิกภาษีและใช้มาตรฐานของสหรัฐสำหรับการนำเข้าเนื้อวัว เนื้อแกะ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ข้อเสนอดังกล่าวถือเป็นความพยายามที่ไม่มีให้เห็นบ่อยนักของประเทศไทยที่จะอ้างถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงยาวนานหลายทศวรรษกับวอชิงตันในการเจรจาการค้าไทยเป็นหนึ่งในสองประเทศพันธมิตรตามสนธิสัญญากับสหรัฐในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับฟิลิปปินส์เป็นรากฐานสำคัญให้สหรัฐเข้ามามีปฏิสัมพันธ์ทางทหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาอย่างยาวนาน
พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เขาไม่สามารถตรวจสอบหรือยืนยันข้อเสนอได้
“หากจะมีอะไรเกิดขึ้น การเจรจามีแนวโน้มที่จะมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความร่วมมือมากกว่า” โฆษกกระทรวงกล่าว ขณะที่โฆษกกองทัพไม่รับโทรศัพท์ขอความเห็นจากบลูมเบิร์ก เช่นเดียวกับกระทรวงพาณิชย์ไทยและกระทรวงกลาโหมสหรัฐที่ยังไม่ตอบอีเมล
บลูมเบิร์กรายงานต่อไปว่า ทางการไทยเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ในการเรียกร้องเงื่อนไขทางการค้าที่ดีขึ้นเดือนที่แล้ว นางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ประเทศไทยสมควรได้รับการปฏิบัติที่เป็นประโยชน์มากกว่านี้ เนื่องจากเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ มีสนธิสัญญาไมตรี และการลงทุนของไทยในสหรัฐ
เธออธิบายว่า การเจรจาเป็นความพยายามของรัฐบาลทั้งหมด ประกอบด้วยกระทรวงต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม และกลุ่มธุรกิจ รัฐบาลพยายามคงอัตราภาษีไม่ให้เกิน 19% ตามที่ได้หารือกันภายใต้กรอบเค้าโครงก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ไทยยังให้คำมั่นเร่งออกกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าใช้แรงงานบังคับเพื่อแก้ไขข้อกังวลของสหรัฐ
พันธมิตรไทยกับสหรัฐ เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของรัฐบาลวอชิงตันในเอเชีย และเป็นฐานที่มั่นทางยุทธศาสตร์ของกองทัพสหรัฐในภูมิภาคที่จีนขยายอิทธิพลมาอย่างยาวนาน ไทยและสหรัฐร่วมกันเป็นเจ้าภาพฝึกซ้อมคอบราโกลด์ ซึ่งสหรัฐระบุว่าเป็นฝึกซ้อมข้ามชาติประจำปีที่ใหญ่สุดในแผ่นดินใหญ่เอเชีย การฝึกปีที่แล้วมีบุคลากรเข้าร่วมราว 8,000 คนจาก 30 ประเทศ
อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือทางทหารระหว่างสองประเทศเคยเจอความตึงเครียดทางการเมืองมาก่อน เมื่อวอชิงตันลดการฝึกคอบราโกลด์และระงับปฏิสัมพันธ์ทางทหารหลายรายการหลังการรัฐประหารปี 2014 จากนั้นจึงค่อยๆ กลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์ด้านกลาโหมในที่สุด
เพนตากอนเองก็ได้เน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของพันธมิตรนี้อย่างเปิดเผย ในระหว่างการเยือนกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายเอลบริดจ์ โคลบี ปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาและพลเอกธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหมได้ยืนยัน “ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของพันธมิตรระหว่างสหรัฐและไทย”
ที่มา: บลูมเบิร์ก





