สหประชาชาติ พบว่า กองทัพเมียนมาได้ยกระดับการโจมตีพลเรือนก่อนเลือกตั้งในเดือน ธ.ค. และม.ค. ที่ผ่านมา ทั้งยังละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่สืบสวนของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยในวันอังคาร (11 ส.ค) ว่า กองทัพเมียนมาได้ยกระดับการโจมตีพลเรือน ก่อนการเลือกตั้งในเดือน ธ.ค. และ ม.ค. ที่ผ่านมา และทุกฝ่ายในสงครามกลางเมืองของเมียนมาต่างมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมสงคราม และการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง รวมถึงการทรมานและความรุนแรงทางเพศในปีที่ผ่านมา
คณะสอบสวนอิสระในกรณีเมียนมา (Independent Investigative Mechanism for Myanmar - IIMM) ระบุในรายงานว่า
“ตลอดปีที่ผ่านมา การสืบสวนของคณะแสดงให้เห็นว่า ความถี่และความรุนแรงของอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่กระทำโดยกองทัพเมียนมาและกลุ่มติดอาวุธต่างๆ ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
อนึ่ง คณะทำงานดังกล่าวก่อตั้งขึ้นในปี 2018 เพื่อสืบสวนการละเมิดในเมียนมาย้อนไปตั้งแต่ปี 2011 รวมถึงสืบสวนอาชญากรรมในปี 2017 ที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านชนกลุ่มน้อยชาวโรฮิงญาซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ซึ่งหลายแสนคนถูกบีบให้หนีออกนอกประเทศด้วยการปราบปรามของกองทัพและการละเมิดอื่นๆ นับตั้งแต่รัฐประหารในปี 2021
รายงานดังกล่าวระบุว่า การโจมตีพลเรือนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อปีก่อน และความรุนแรงเหล่านั้นเพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้งที่จัดโดยกองทัพมีขึ้นในระหว่างเดือน ธ.ค.2025 และ ม.ค. 2026
การจัดเลือกตั้งดังกล่าว ที่รัฐบาลตะวันตกและกลุ่มสิทธิมนุษยชนบอกว่าไม่มีความยุติธรรมและไม่มีเสรีภาพ ทำให้พรรคที่มีกองทัพหนุนหลังชนะเลือกตั้ง เปิดโอกาสให้ มิน ออง ไลง์ ผู้นำคณะรัฐประหารของเมียนมาขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี และเขาเพิ่งเยือนประเทศไทยเป็นประเทศที่ 4 หลังจากได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อพยายามสร้างความชอบธรรมในเวทีนานาชาติ
รัฐบาลเมียนมายังไม่ตอบกลับคำขอความคิดเห็นจากรอยเตอร์ในทันทีที่ติดต่อไป
โจมตีแม้แต่พลเรือน
IIMM ระบุว่า หน่วยงานพบรูปแบบการโจมตีทางอากาศที่มุ่งโจมตีบ้านเรือน โรงเรียน สถานพยาบาล อาคารทางศาสนา และค่ายผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ และพบว่ามีการโจมตีทางอากาศเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงหลายเดือนก่อนการเลือกตั้ง
โดยกองทัพเมียนมาใช้เครื่องร่อนราคาประหยัด เฮลิคอปเตอร์ และโดรนเพื่อส่งระเบิดโจมตีในระดับต่ำ และกำลังสอบสวนเหตุการณ์ในภูมิภาคสะกาย ซึ่งมีรายงานว่า นักบินได้ดับเครื่องยนต์ก่อนถึงเป้าหมาย เพื่อให้สามารถร่อนลงพื้นดินได้อย่างเงียบๆ และนั่นเป็นการแจ้งเตือนภัยต่อพลเรือนน้อยลง
“ชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศเมียนมาไม่เพียงแต่ต้องอยู่ภายใต้ภัยคุกคามจากความรุนแรงอย่างต่อเนื่องเท่านั้น แต่ยังต้องรับมือกับผลกระทบที่เพิ่มขึ้นและเกิดขึ้นต่อเนื่องจากสิ่งที่พวกเขาเผชิญ” นิโคลัส คูมเจียน หัวหน้า IIMM กล่าว
IIMM ระบุว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนยังได้รวบรวมหลักฐานมากมายเกี่ยวกับการควบคุมตัวโดยพลการ การทรมาน และความรุนแรงทางเพศในสถานที่ที่กองทัพบริหารจัดการ รวมถึงการทรมานทางร่างกายและทางเพศ และการเสียชีวิตในระหว่างการถูกควบคุมตัว
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่กระทำโดยกลุ่มติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลทหารด้วย
ด้านกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อค้นพบในรายงานดังกล่าว
คูมเจียน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า แม้การรวบรวมหลักฐานเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่เขาหวังว่าศาลระหว่างประเทศจะให้ความยุติธรรมแก่เหยื่อในเมียนมาในที่สุด และ “ผู้กระทำผิดจะได้รู้ว่ามีคนกำลังจับตาดูอยู่”
ทั้งนี้ สงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่รัฐประหารในปี 2021 ต่อรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งนำโดยอองซาน ซูจี ได้คร่าชีวิตผู้คนไปมากถึง 100,000 คน และทำให้ผู้คนหลายล้านคนต้องพลัดถิ่น ยูเอ็น ระบุด้วยว่า มีผู้ถูกควบคุมตัวหลายหมื่นคนนับตั้งแต่นั้นมา



