วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

สื่อจับโป๊ะ ‘ทรัมป์’ แอบขึ้นเครื่องบินทหาร แทน Air Force One ออกจากตุรกี กลัวอิหร่านสังหาร

สื่อต่างชาติจับโป๊ะ ประธานาธิบดีทรัมป์ แอบขึ้นเครื่องบินทหารผ่านรถขนส่งอาหารสนามบิน แทนนั่ง Air Force One ออกจากตุรกี หวั่นภัยคุกคามอิหร่านลอบสังหาร

ตามรายงานของนิวยอร์กไทม์ส ระบุว่า เนื่องจากมีรายงานภัยคุกคามลอบสังหารจากอิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จึงเดินทางออกจากตุรกีด้วยเครื่องบินทหารลับไปยังสหราชอาณาจักรในเดือนที่แล้ว ขณะที่ทำเนียบขาวประกาศว่า ผู้นำสหรัฐเดินทางด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่า นี่ถือเป็นกลอุบายลับที่ไม่ธรรมดาเกี่ยวกับการซ่อนตัวประธานาธิบดี โดยทรัมป์ต้องซ่อนในรถขนอาหารของสนามบิน ไปต่อเครื่องบินอีกลำ เพื่อเบี่ยงเบนภัยคุกคามที่จ้องเล่นงาน

ตามรายงานของเดอะโพสต์ ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ทรัมป์อยู่ในกรุงอังการา ประเทศตุรกี เพื่อเข้าร่วมประชุมนาโตกับผู้นำชาติพันธมิตร ซึ่งตามภาพรายงานการเดินทางกลับที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์ แสดงให้เห็นว่าประธานาธิบดีเดินทางด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่า แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวกับเดอะโพสต์ว่าไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ทรัมป์ก็ไปขึ้นเครื่องบินขนาดเล็กกว่าผ่านรถบรรทุกขนส่งอาหารของสนามบิน ที่ปกติใช้ขนส่งอาหารและเสบียงต่างๆ

เจ้าหน้าคนดังกล่าวยังได้ยืนยันปฏิบัติการตามที่นิวยอร์กไทม์สรายงานด้วย

เดอะการ์เดียนได้ส่งคำขอความคิดเห็นไปยังทำเนียบขาว และกระทรวงกลาโหมสหรัฐเรียบร้อยแล้ว

อนึ่ง การเดินทางไปนาโตเป็นการเดินทางระหว่างประเทศครั้งแรกด้วยเครื่องบินลำใหม่ ซึ่งการปรับปรุงเครื่องบินได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับต้นทุนและความปลอดภัยของยานพาหนะประจำตัวประธานาธิบดีสหรัฐ และมีขึ้นในขณะที่ความขัดแย้งกับอิหร่านซึ่งมีพรมแดนติดกับตุรกีทวีความรุนแรงขึ้น

ด้านทรัมป์ประกาศในทรูธโซเชียลก่อนเดินทางกลับด้วยว่า เขาจะใช้เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่า “เพื่อรำลึกถึงวันเก่าๆ” ไปยังฐานทัพอากาศมิลเดนฮอลล์ในสหราชอาณาจักร แทนเครื่องบินลำใหม่ที่เข้าใช้เดินทางไปตุรกี หรือเครื่องบินโบอิ้ง 747-8 ที่ได้รับเป็นของขวัญจากกาตาร์ แต่เครื่องบินลำใหม่จะจอดที่ฐานทัพเดียวกันเพื่อให้ทหารอเมริกันที่ประจำการอยู่ที่อังกฤษได้เยี่ยมชม

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ โดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐที่คุ้นเคยกับปฏิบัติการนี้ และเอกสารที่ตรวจสอบแล้ว เปิดเผยว่า หลังจากที่ทรัมป์ขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่าต่อหน้ากล้องจากสื่อต่างๆ ในกรุงอังการา เขาก็ถูกนำตัวไปยังเครื่องบินขนาดเล็กกว่าอย่างลับๆ ซึ่งเป็นเครื่องบินขนส่ง C-32A ของกองทัพอากาศ

ปฏิบัติการในลักษณะเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นในปี 2000 เมื่อบิล คลินตัน ใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่ไม่ติดเครื่องหมายใดๆ เดินทางเข้าไปในปากีสถาน ขณะเดียวกันก็ให้เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่าของเขาเป็นตัวล่อขณะเดินทางเข้าตุรกี

นักข่าวร่วมเดินทางไม่ทราบทรัมป์เปลี่ยนเครื่องบิน

ตำแหน่งที่ตั้งของประธานาธิบดีที่แท้จริงยังถูกปิดเป็นความลับจากผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวบางคนด้วย

เจ้าหน้าที่สหรัฐบอกเดอะโพสต์ว่า ภัยคุกคามที่อาจเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นต่อทรัมป์ที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่านนั้น เป็นจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการกลลวงดังกล่าว

ยิ่งไปกว่านั้น นักข่าวที่คิดว่าพวกเขากำลังเดินทางไปกับทรัมป์บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่า เผยว่า พวกเขาได้รับคำแนะนำให้ปิดม่านหน้าต่างในห้องโดยสารของสื่อมวลชน ขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะโพสต์ระบุว่า นอกจากนักข่าวแล้ว เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวบางคนก็เชื่อว่าประธานาธิบดียังอยู่บนเครื่องบินลำดังกล่าวอีกด้วย

เมื่อนักข่าวถามทรัมป์ในภายหลังว่าทำไมพวกเขาต้องปิดม่านหน้าต่างระหว่างเดินทาง ทรัมป์กล่าวว่าเพราะพวกเขา “อาจอยู่บนเที่ยวบินที่อันตราย” เขากล่าวต่อว่า “แต่ถ้าผมไป พวกคุณก็ไปด้วย ใช่ไหม?”

ไม่แน่ชัดทรัมป์กลับมาขึ้นแอร์ฟอร์ซวันเมื่อใด

เดอะโพสต์รายงานว่า เครื่องบินขนส่ง C-32A ที่ทรัมป์ใช้เดินทางไปยังสหราชอาณาจักร ถึงที่หมายประมาณ 22.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่าพร้อมสื่อมวลชนที่เดินทางมาด้วยนั้นถึงที่หมายในอีกไม่กี่นาทีต่อจากเครื่องบินทหาร แต่ยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์ได้รับการย้ายจากเครื่องบิน C-32A กลับไปยังเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่าได้อย่างไรและมีคนเห็นเขาอีกทีหลังลงจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน

คณะสื่อมวลชนที่ติดตามทรัมป์เล่าว่า ผู้นำลงจากบันไดของเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่าเวลา 22.56 น. ตามเวลาท้องถิ่น เขาชูสองนิ้วเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ แต่ไม่ได้เดินไปพูดคุยผู้สื่อข่าว จากนั้นทรัมป์ใช้เวลาสักครู่ในการทักทายเหล่าทหาร ก่อนที่จะเดินไปยังเครื่องบินลำใหม่ที่ได้รับมาจากกาตาร์

เมื่อเดอะการ์เดียนสอบถามความเห็นเกี่ยวกับการเปิดเผยเที่ยวบินลับบนเครื่องบินลำที่สาม ทำเนียบขาวได้ส่งคำแถลงจากสตีฟ เชิง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารให้แทน โดยเชิงระบุว่า เครื่องบินเจ็ตที่ได้รับจากกาตาร์นั้นติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงที่รับรองความปลอดภัยของประธานาธิบดีและคณะทำงานแล้ว

“ดังที่ประธานาธิบดีได้กล่าวไว้เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีศัตรูของอเมริกามากมายที่จ้องมองเขาอยู่ และเราใช้ทุกวิถีทางที่เรามีอยู่เพื่อจัดการกับภัยคุกคามเหล่านั้น” เชิงกล่าว ซึ่งเป็นคำแถลงเดียวกันกับที่ให้แก่เดอะโพสต์