สำนักข่าว Reuters รายงานว่า คนขับรถบัสในเยอรมนี ใช้เท้าเตะสกัดโดรนติดระเบิดร่วงลงพื้น ขณะโดรนบินต่ำในพื้นที่ท่าอากาศยานไลป์ซิก/ฮัลเลอ ซึ่งเป็นฐานโลจิสติกส์ที่สำคัญของกองกำลังนาโต เมื่อช่วงดึกวันอังคารที่ผ่านมา
เดตเลฟ ไซฟ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรค CDU เปิดเผยเหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า โดรนลำดังกล่าวถูกติดตั้งวัตถุระเบิดระดับมืออาชีพพร้อมตัวจุดชนวน
อย่างไรก็ตาม คนขับรถบัสตาไวได้สังเกตเห็นโดรนบินในระดับต่ำ จึงตัดสินใจเตะโดรนจนร่วงกระแทกพื้นบริเวณใกล้เคียง ซึ่งไซฟ์ระบุว่า "เป็นการกระทำที่กล้าหาญและบ้าบิ่นมาก แต่ก็อันตรายอย่างยิ่ง และมีความเป็นไปได้ว่าการเข้าสกัดโดรนครั้งนั้นได้ช่วยระงับแผนการโจมตีไว้ได้สำเร็จ"
เป้าหมายของการโจมตีครั้งนี้คาดว่ามุ่งไปที่ท่าอากาศยานไลป์ซิก/ฮัลเลอ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงสนามบินทั่วไป แต่ยังเป็นฐานปฏิบัติการหลักสำหรับโครงการขนส่งทางอากาศเชิงยุทธศาสตร์ของนาโต(NATO) (Strategic Airlift International Solution - SALIS) ที่ใช้ฝูงบินบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ในการจัดส่งยุทโธปกรณ์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวรบด้านตะวันออกของกลุ่มพันธมิตร นอกจากนี้ สนามบินแห่งนี้ยังเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าของบริษัทโลจิสติกส์ยักษ์ใหญ่อย่าง DHL อีกด้วย
สื่อท้องถิ่นของเยอรมนีรายงานเพิ่มเติมว่า จุดที่พบโดรนตกนั้นอยู่ใกล้กับบริเวณที่จอดเครื่องบินขนส่งสัมภาระ Antonov An-124 ของยูเครน ซึ่งจัดว่าเป็นหนึ่งในเครื่องบินขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยผู้สื่อข่าว Reuters พบเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุใกล้กับเครื่องบินลำหนึ่งเมื่อช่วงเช้าตรู่วันพุธที่ผ่านมา
ความร้ายแรงของเหตุการณ์ทำให้อัยการรัฐบาลกลางต้องเข้ามาควบคุมคดี โดยสั่งเปิดการสอบสวนคดีต่อต้านการก่อการร้ายทันที เนื่องจากประเมินว่านี่คือแผนการโจมตีขั้นร้ายแรงที่อาจสั่นคลอนความมั่นคงทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ
ขณะเดียวกัน โฆษกรัฐบาลเยอรมนี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ฟริดริช แมร์ซ ได้เรียกประชุมด่วนเพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตโดรนครั้งนี้ และประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ อเล็กซานเดอร์ โดบรินด์ต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนสมาชิกคณะรัฐมนตรีคนอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
ในมิติของภูมิรัฐศาสตร์ ที่ผ่านมาทางการเยอรมนีมักกล่าวหารัสเซียว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นการรุกรานที่ไม่รุนแรงถึงขั้นการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ แม้ทางการรัสเซียจะออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้มาโดยตลอด จนล่าสุดสถานทูตรัสเซียประจำกรุงเบอร์ลินก็ยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อเหตุการณ์โดรนที่สนามบินไลป์ซิก/ฮัลเลอ
แม้การกระทำที่เด็ดเดี่ยวของ"คนขับรถบัส"จะได้รับการยกย่อง แต่ อาร์มิน ชูสเตอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแห่งรัฐซัคเซิน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามบิน ได้กล่าวผ่านสื่อท้องถิ่นว่า "พฤติกรรมนี้ไม่ใช่แบบอย่างที่ควรนำไปทำตาม เพียงแค่แจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบก็เพียงพอแล้ว"
ทั้งนี้ ความท้าทายสำคัญของรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงเยอรมนียังคงอยู่ เนื่องจากทางการยังไม่เปิดเผยตัวตนของพลเมืองดี ไม่ระบุแหล่งที่มาของโดรน รวมถึงยังไม่สามารถหาคำตอบที่ชัดเจนได้ว่า โดรนลำนี้หลุดลอดเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามในท่าอากาศยานได้อย่างไร



