วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม 2569

Login
Login

คาซัคสถาน: ประตูของไทยสู่เอเชียกลาง (1)

เมื่อกล่าวถึง “เอเชียกลาง” คนไทยจำนวนไม่น้อยอาจมองว่าเป็นดินแดนที่อยู่ห่างไกลจากประเทศไทย และยังไม่คุ้นเคยมากนักในความรับรู้ของสังคมไทย แต่ในความเป็นจริง ภูมิภาคใจกลางทวีปยูเรเชียแห่งนี้กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นทั้งในด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และการเชื่อมโยงการค้าระหว่างเอเชียกับยุโรป

เอเชียกลางประกอบด้วย 5 ประเทศ ซึ่งชื่อประเทศต่างลงท้ายด้วยคำว่า “สถาน” ที่มีรากศัพท์ภาษาเปอร์เซียหมายถึง “ดินแดน” ได้แก่ คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และอุซเบกิสถาน ทั้งหมดเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตก่อนจะได้รับเอกราชในปี 2534

เอเชียกลางมีจุดร่วมสำคัญคือการเป็น land-locked countries ที่ไม่มีทางออกสู่มหาสมุทร ซึ่งในอดีตถูกมองว่าเป็นจุดด้อย อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์และห่วงโซ่อุปทาน และความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนตั้งแต่ปี 2565 ส่งผลให้ภูมิภาคเอเชียกลางได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในแผนที่เศรษฐกิจและโลจิสติกส์โลก โดยเฉพาะในประเด็นด้านการกระจายเส้นทางขนส่ง ลดความเสี่ยง และแสวงหาทางเลือกใหม่ในการเชื่อมโยงระหว่างตะวันออกกับตะวันตก จุดด้อยดังกล่าวจึงถูกพลิกเป็นโอกาสสำหรับประเทศเอเชียกลางอย่างมีนัยสำคัญ

ในบรรดาประเทศเอเชียกลาง คาซัคสถานมีบทบาทโดดเด่นที่สุด ด้วยการมีพื้นที่ประมาณ 2.7 ล้านตารางกิโลเมตร ทำให้คาซัคสถานเป็นประเทศขนาดใหญ่เป็นอันดับ 9 ของโลก และเป็นประเทศไม่มีทางออกสู่มหาสมุทรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีประชากรเกือบ 21 ล้านคน มีกรุงอัสตานาเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการบริหาร ขณะที่เมืองอัลมาตีเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ การเงิน และวัฒนธรรมที่สำคัญ และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียกลาง

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คาซัคสถานกลายเป็นประเทศ “เนื้อหอม” คือความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่พิสูจน์แล้วประมาณ 30,000 ล้านบาร์เรล หรือเกือบร้อยละ 2 ของปริมาณสำรองน้ำมันโลก ขณะที่ในปี 2568 คาซัคสถานผลิตก๊าซธรรมชาติได้สูงถึงประมาณ 68,200 ล้านลูกบาศก์เมตร อีกทั้งคาซัคสถานยังครอบครองแร่ยูเรเนียมประมาณ  14% ของโลก และเป็นผู้ผลิตยูเรเนียมรายใหญ่ที่สุดของโลกมาตั้งแต่ปี 2552 โดยในปี 2568 ผลิตยูเรเนียมได้ประมาณ 25,839 ตัน คิดเป็นราว  40% ของผลผลิตทั่วโลก

ยิ่งไปกว่านั้น คาซัคสถานยังมีศักยภาพด้านแร่ธาตุสำคัญและแร่หายากที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว โดยสามารถผลิตและจัดหาผลิตภัณฑ์จากแร่สำคัญได้ 20 ชนิด จากบัญชีแร่สำคัญ 60 ชนิดของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ โดยเฉพาะโครเมียมที่คาซัคสถานมีสำรองประมาณ 16.2% ของโลก และมีทองแดง สังกะสี ตะกั่ว แมงกานีส และแร่หายากหลากหลายชนิด ทรัพยากรเหล่านี้ทำให้คาซัคสถานมีบทบาทไม่เพียงในฐานะผู้ส่งออกพลังงาน แต่ยังเป็นหุ้นส่วนที่มีศักยภาพในห่วงโซ่อุปทานยุทธศาสตร์ของโลกอีกด้วย ในขณะเดียวกัน รัฐบาลคาซัคสถานก็กำลังพยายามกระจายโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ภาคการผลิต การเกษตร เทคโนโลยีดิจิทัล โลจิสติกส์ การเงิน และบริการ เพื่อไม่ให้พึ่งพาการส่งออกทรัพยากรธรรมชาติมากเกินไป

นอกจากนี้คาซัคสถานยังเป็นผู้เล่นสำคัญในเส้นทาง Trans-Caspian International Transport Route รายละเอียดจะกล่าวถึงในตอนต่อไป  คาซัคสถาน: ประตูของไทยสู่เอเชียกลาง (1)