ภาพการไหลทะลักของผู้อพยพเข้าสู่เซวตาดินแดนของสเปนในแอฟริกาเหนือเมื่อสัปดาห์ก่อน สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วโลก เหตุการณ์นี้เริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไปจากคนไม่กี่คนแต่กลายเป็นวิกฤติที่ดูเหมือนว่าสื่อกระแสหลักและสื่อออนไลน์มีบทบาทโหมกระพือด้วย
- พรมแดนทางบกอียู-แอฟริกา
เซวตา ตั้งอยู่บนชายฝั่งแอฟริกาตอนเหนือรายล้อมด้วยดินแดนโมร็อกโก แต่อยู่ภายใต้การปกครองของสเปนและเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป (อียู) เมื่อรวมกับเมืองเมลีญาที่อยู่ใกล้เคียง ทั้งสองเมืองกลายเป็นด่านพรมแดนทางบกเพียงแห่งเดียวของอียูกับแอฟริกา และเป็นชนวนความตึงเครียดระหว่างสเปนกับโมร็อกโกบ่อยครั้ง
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การแห่อพยพล่าสุดได้แรงหนุนจากวีดีโอไวรัลไม่กี่คลิป รวมถึงการที่สำนักข่าวสเปนแห่งหนึ่งนำไปโพสต์ต่อเพื่อเน้นย้ำถึงภาระจากการย้ายถิ่น ความเคลื่อนไหวจากคนหนุ่มไม่กี่สิบคนจึงกลายเป็นประชาชนว่ายน้ำเข้ามาเป็นหมื่นๆ คนภายในวันพฤหัสบดีสัปดาห์ก่อน (30 ก.ค.)
ข้อมูลทางการระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในฝั่งสเปน 72 ราย และในฝั่งโมร็อกโก 11 ราย
- อะไรคือสาเหตุ
ตัวเร่งเกิดขึ้นสามสัปดาห์ก่อนหน้านั้น เมื่อศาลฎีกาสเปนเผยแพร่คำพิพากษาระบุว่า ผู้อพยพที่ได้รับความช่วยเหลือจากทะเลไม่สามารถถูกผลักดันกลับไปได้ในทันที ณ ด่านพรมแดนเซวตาและเมลีญา แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกล่าวว่า สเปนยังสามารถส่งตัวพวกเขากลับคืนได้ในภายหลัง โดยใช้กระบวนการทางกฎหมายที่รวดเร็ว
ที่ผ่านมาเซวตาดึงดูดใจผู้อพยพมาตลอดให้มาสร้างชีวิตใหม่ในยุโรป แต่เมื่อการตีความคำพิพากษาผิดๆ รวมถึงคำโฆษณาของคนที่มาถึงเซวตาทั้งทางบกและทางทะเลได้กระจายออกไปก็ยากที่จะย้อนคืน มีแต่คนต้องการเข้ามาเสี่ยงโชคมากขึ้นๆ
“อย่าไปเชื่อคนที่บอกว่าถ้าคุณเข้าไปในเซวตาได้ พวกเขาจะส่งคุณกลับ คุณจะไม่ถูกส่งตัวกลับ” ชายหนุ่มชาวโมร็อกโกคนหนึ่งกล่าวในคลิปวิดีโอที่ถ่ายบนถนนในเยอรมนี คลิปดังกล่าวถูกลบไปแล้วแต่ต่อมาก็มีบัญชีอื่นนำมาโพสต์ใหม่
หลายโพสต์บนแพลตฟอร์มของเมตาตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. รวมถึงโพสต์หนึ่งที่มียอดไลก์กว่า 28,000 ไลก์ อ้างผิดๆ ว่า โครงการให้สถานะผู้อพยพของสเปนหลายแสนคนจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 ก.ค. ถึงเช้ามืดวันนั้นก็ยังมีการโพสต์ข้อความนี้กันอยู่
ในความเป็นจริง ผู้ลักลอบเข้ามาอาศัยอยู่ในสเปนเป็นเวลาอย่างน้อยห้าเดือนก่อนสิ้นปี 2025 สามารถยื่นขอสถานะทางกฎหมายได้ระหว่างเดือน เม.ย. ถึงวันที่ 30 มิ.ย.รัฐบาลสเปนคาดการณ์ว่าจะได้รับคำขอประมาณ 500,000 คำขอ แต่กลับได้มากกว่าสองเท่า และรัฐบาลไม่ได้ขยายกำหนดเวลาออกไป
นับจากนั้นคลิปวีดีโอและโพสต์เรียกร้องให้เร่งเดินทางมาเซวตาถูกลบออกไป ไม่ทราบแน่ชัดว่าโพสต์แรกเริ่มต้นขึ้นวันไหน ในปี 2024 โมร็อกโกดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยหลายสิบรายที่ยุยงปลุกปั่นทางออนไลน์จนเป็นเหตุให้การพยายามข้ามแดนครั้งใหญ่ที่ถูกทลายแผนลงได้ในภายหลัง
- ผลไม่เจตนาของสื่อสเปน
ภายในวันที่ 23 มิ.ย. ประชาชนราว 100 คนมาถึงเซวตา ตามรายงานข่าวของสื่อท้องถิ่น El Faro de Ceuta ที่เชื่อมโยงการเดินทางนั้นกับคำพิพากษาศาลฎีกา ทางการสเปนและโมร็อกโกเห็นพ้องต้องกันในประเด็นนี้ โดยกล่าวหาว่าเครือข่ายค้ามนุษย์เผยแพร่และแสวงหาประโยชน์จากข้อมูลเท็จดังกล่าวในสื่อสังคมออนไลน์
ภาพวีดีโอที่สถานีโทรทัศน์ El Faro เผยแพร่ทางออนไลน์แสดงให้เห็นกลุ่มชายหนุ่มยิ้มร่า ชูนิ้วโป้งบ้างสองนิ้วบ้างในเมืองเซวตากลับส่งผลกระทบโดยไม่ตั้งใจ นั่นเป็นการกระตุ้นให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นพยายามข้ามทะเล ผู้อพยพหลายคนเผยกับรอยเตอร์ว่าผู้คนหลายร้อยคนเริ่มว่ายน้ำข้ามทะเลเข้ามา
อีกหนึ่งแรงปลุกกระแสเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.ค. รายงานข่าวชิ้นใหม่จาก El Faro ใช้คำ “เซวตาไม่ไหวแล้ว” บรรยายภาพหญิงสาวสองคนที่ข้ามพรมแดนมาได้สำเร็จ พวกเธอกำลังเดินอยู่บนท้องถนนเมืองเซวตาด้วยสภาพเปียกปอนแต่ยังยิ้มได้ ผู้อพยพสามคนกล่าวกับรอยเตอร์ว่า คลิปนี้มีคนชมมากมายในโมร็อกโก
- อินฟลูเอนเซอร์ร่วมวง
วันต่อมา (29 ก.ค.) โซเชียลมีเดียก็เต็มไปด้วยคลิปวีดีโอ เมื่อเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามเป็นหมื่นๆ โพสต์คลิปขณะว่ายน้ำไปยังเมืองเซวตา บางคนสวมชุดว่ายน้ำและห่วงยาง
มูนิม เบลฮัจ ช่างตัดขนสุนัข มีผู้ติดตามอินสตาแกรม 31,000 คนกล่าวว่า เขาตัดสินใจไปหลังเห็นรายงานข่าวผู้อพยพได้เข้าพักในศูนย์รับรองเมืองเซวตา
ไม่เพียงเท่านั้นวีดีโอชวนให้เข้าใจผิดก็มีเช่นกัน คลิปหนึ่งที่มีคนดูเป็นล้านๆ คน เป็นคลิปชายหนุ่มคนหนึ่งใช้ไม้เซลฟี่ถ่ายภาพตนเองขณะว่ายน้ำ หลายโพสต์บอกว่าเป็นการว่ายไปเซวตา แต่ข้อเท็จจริงคือคลิปนี้ถ่ายจากเมืองหนึ่งบนชายฝั่งแอตแลนติกของโมร็อกโกเมื่อเดือน ก.ค.
วันรุ่งขึ้น (30 ก.ค.) จำนวนยิ่งเพิ่ม ทางการสเปนกล่าวว่า ผู้คนเข้ามาเซวตาอย่างผิดปกติกว่า 70,000 คน
กลุ่มแชตก็ดูเหมือนมีส่วนด้วย รายงานจาก Chema Gil บริษัทวิเคราะห์ความปลอดภัยสเปน พบกลุ่มเปิดในวอทส์แอปสองกลุ่มใช้หมายเลขโทรศัพท์แอลจีเรีย สมาชิกรวม 3,700 คน คอยให้คำแนะนำเส้นทางไปเซวตา
การพูดคุยเร่งให้สมาชิกรีบไปด้วยข้อความ เช่น “ถ้าไม่ไปวันนี้ ถึงพรุ่งนี้ต้องเสียใจ” Gil ตรวจสอบไม่ได้ว่าใครเป็นแอดมิน รอยเตอร์เองก็ไม่สามารถตรวจสอบกลุ่มได้อย่างเป็นอิสระ และกลุ่มดังกล่าวก็ถูกลบไปแล้ว
ภายในเย็นวันถัดไป (31 ก.ค.) ความหิวโหยและการไม่ต้อนรับทำให้คนส่วนใหญ่ต้องกลับไป อีกหลายคนยังคงตกค้างโดยเฉพาะชาวแอฟริกันจากซับซาฮาราและผู้เยาว์ที่ไม่มีผู้ใหญ่มาด้วยซึ่งไม่อาจถูกเนรเทศได้
“เราพลาดมากเลยที่มาที่นี่ มีแต่ความหิวโหย” เบลฮัจรำพึง
ผ่านสุดสัปดาห์โกลาหลมาแล้ว ร้านรวงและคาเฟในเซวตายังคงเปิดให้บริการตามปกติ เมืองนี้มีประชากร 84,000 คน และภาคภูมิใจในความเป็นเมืองสี่วัฒนธรรม หลังเกิดเหตุผู้อพยพทะลัก ชาวบ้านยังเห็นต่างว่าเรื่องนี้ควรโทษใคร
“มันไม่ใช่ความผิดของพวกหนุ่มๆ หรอก ถ้าคุณเปิดพรมแดน แน่นอนว่าใครๆ ก็ต้องมา แต่จะไปโทษพวกหนุ่มๆ ไม่ได้ ทางการต่างหากล่ะ ที่ต้องรับผิดชอบ” โมฮัมหมัด อับเดลกาเดร์ ดริส พนักงานเสิร์ฟร้านปลาทอด วัย 44 ปี ในเมืองเซวตากล่าวกับสำนักข่าวเอพี



