‘วัยรุ่นจ้างวานฆ่า’ ระบาดทั่วยุโรป โดยมีแก๊งอาชญากร Foxtrot ที่มีความเกี่ยวข้องกับอิหร่าน คอยสนับสนุนทุกกระบวนการ
ในย่านชานเมืองสตอกโฮล์ม มีชายคนหนึ่งแต่งกายชุดดำปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางค่ำคืนฤดูหนาว เขาถือปืนพกและเดินเข้าไปหา มูราด อับเดลคาเดอร์ นักศึกษาวัย 20 ปี ที่กำลังเดินทางกลับจากกะทำงานที่แมคโดนัลด์
มือปืนเปิดฉากยิงซ้ำแล้วซ้ำเล่าขณะเข้าใกล้เป้าหมาย และใช้ปืนยิงนัดสุดท้ายเข้าที่ศีรษะของเหยื่อขณะที่เขานอนหมดสติอยู่บนพื้น
ฆาตกรคนนี้คือ อาทิลลา อาซิโมฟ วัย 18 ปี และในคืนเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว เขาฆ่าผิดคน
อาซิโมฟทำไปเพื่อเงิน โดยได้รับการว่าจ้างจากเครือข่ายฟ็อกซ์ทรอต (Foxtrot) กลุ่มอาชญากรรมที่มีความเชื่อมโยงกับระบอบอิหร่าน ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านยุทธวิธีใช้ความรุนแรงเป็นบริการ (violence-as-a-service: VaaS)
นับตั้งแต่ปี 2022 เครือข่าย Foxtrot ถูกกล่าวหาว่า เป็นกลุ่มก่อคดีฆาตกรรมราว 35 คดี รวมการโจมตีและพยายามโจมตีเป้าหมายอิสราเอลในยุโรปอีกหลายครั้ง และมี 2 คดี ที่เกี่ยวข้องกับการใช้วัตถุระเบิดและระเบิดมือ
สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า แก๊งนี้รับสมัครวัยรุ่นให้ลงมือโจมตีเป้าหมายแลกกับเงิน แต่พวกแทบไม่ต้องจ่ายเงินเลย เพราะผู้ลงมือก่อเหตุมักถูกจับได้เสียก่อน
เช่นเดียวกับโยฮันเนส แนทแลนด์ วัยรุ่นชาวนอร์เวย์ที่ถูกคณะลูกขุนของศาลโอลด์เบลีย์ กรุงลอนดอน ตัดสินเมื่อวันพุธ (29 ก.ค.) ว่ามีความผิดฐานสมคบคิดฆาตกรรม จากแผนการฆาตกรรมที่เวสต์ยอร์กเชียร์
แก๊งอาชญากรหาวัยรุ่นรับงานผ่านออนไลน์
ตามรายงานของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (OTF) GRIMM ซึ่งเป็นหน่วยงานของ Europol ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว ระบุว่า มือปืนวัยรุ่นถูกชักชวนผ่านโซเชียลมีเดีย และพวกเขาจะได้รับคำสั่งในรูปแบบคล้ายเกม (gamified) โดยเลียนแบบกลไกการทำงานของวิดีโอเกม
แอนดี้ คราก หัวหน้าศูนย์อาชญากรรมร้ายแรงและองค์กรในยุโรปของยูโรโพล เรียกปรากฏการณ์นี้ว่าเป็น “การว่าจ้างฆาตกรรมอย่างเป็นระบบ” ต่อเยาวชนที่อ่อนแอ
ปัจจุบัน OTF GRIMM ทำงานร่วมกับประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ VaaS ดังกล่าว 11 ประเทศ ได้แก่ เบลเยียม เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ไอซ์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สเปน สวีเดน และสหราชอาณาจักร
บีบีซีระบุว่า ราวา มาจิด หัวหน้าเครือข่ายฟ็อกซ์ทรอต ได้หลบหนีออกจากสวีเดนและฐานปฏิบัติการในตุรกี และขณะนี้อาศัยอยู่ในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน
ตำรวจเชื่อว่าการโจมตี VaaS บางส่วนดำเนินการตามคำสั่งของรัฐบาลอิหร่าน รวมถึงการโจมตีด้วยระเบิดมือที่สถานทูตอิสราเอลในโคเปนเฮเกน ขณะที่การโจมตีอื่นๆ อาจเป็นส่วนหนึ่งของสงครามแย่งชิงพื้นที่ค้ายาเสพติดของฟ็อกซ์ทรอต
ด้านเดียแมนต์ ซาลิฮู นักข่าวสายสืบสวนสอบสวนของสถานีโทรทัศน์ SVT ของสวีเดน ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับเครือข่าย Foxtrot และความเชื่อมโยงกับอิหร่านมาเป็นเวลาสามปี กล่าวว่า
“ระบอบ(อิหร่าน)กำลังสั่งให้ผู้นำเครือข่าย Foxtrot ยุยงเครือข่ายของเขาให้โจมตีศัตรูของระบอบอิหร่าน อาจเป็นผู้เห็นต่าง นักข่าวที่ต่อต้านระบอบการปกครอง หรืออาจเป็นเป้าหมายอิสราเอลก็ได้”
ซาลิฮูบอกด้วยว่า ความเชื่อมโยงกับระบอบอิหร่านเริ่มต้นขึ้นหลังเดือนตุลาคม 2023 เมื่อมาจิดหลบหนีไปยังเตหะราน
“เขาต้องทำข้อตกลงเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระในอิหร่าน ภายใต้เงื่อนไขที่เขาและเครือข่ายของเขาต้องทำงานให้กับระบอบ(อิหร่าน)”
เจาะรูปแบบการจ้างวานฆ่า
เครือข่ายฟ็อกซ์ทรอตและมาจิด ถูกรัฐบาลสหราชอาณาจักรคว่ำบาตรเมื่อเดือนเมษายน 2025 ซึ่งเป็นเดือนหลังจากที่ผู้ก่อเหตุ แนทแลนด์ ซึ่งมีอายุ 18 ปีในขณะนั้นถูกจับกุม หลังจากเขาเดินทางไปสังหารเป้าหมายในนามของฟ็อกซ์ทรอตบริเวณใกล้กับฮัดเดอร์สฟิลด์
คดีของแนทแลนด์นี้ได้แสดงให้เห็นว่า ระบบ VaaS ทำงานอย่างไร
แนทแลนด์เป็นลูกชายของนักข่าวในเมืองสตาแวนเจอร์ ประเทศนอร์เวย์ เขาเติบโตมาในครอบครัวที่สุขสบาย แต่เขากลับไปพึ่งยาเสพติดและเกิดอาการทางจิต จนต้องเข้ารับการบำบัดและอยู่ในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าช่วงสั้นๆ ที่นั่นเขาได้พบกับวัยรุ่นอีกคนหนึ่งที่ใช้ชื่อออนไลน์ว่า UnknownHustler
UnknownHustler เป็นคนแรกที่ส่งคำขอทางออนไลน์ให้แนทแลนด์จ้างคนไปฆ่าคนใครบางคนในสหราชอาณาจักร โดยมีข้อความว่า “ฆ่าคนในอังกฤษ 270k” หรือค่าจ้าง 270,000 โครนนอร์เวย์ หรือราว 950,000 บาท ซึ่งคำขอจางวานฆ่านี้มาจากวัยรุ่นอีกคนหนึ่งที่ใช้ชื่อบัญชีว่า Generalen
Generalen ซึ่งตอนนั้นอายุ 16 ปี และใช้ชีวิตอยู่ในสถานสงเคราะห์เด็กมาสามปี ได้ชักชวนแนทแลนด์ร่วมมือก่อคดีฆาตกรรมครั้งนี้
จากนั้นแนทแลนด์ก็ถูกส่งตัวไปให้สมาชิกกลุ่ม Foxtrot คนหนึ่งที่มีชื่อบัญชีใช้ในโลกออนไลน์ว่า Agent 47 ซึ่งเป็นชื่อที่ยืมมาจากเกม Hitman
ด้านตำรวจสวีเดนกล่าวหาว่า อาลี ชีฮัด อาห์เหม็ด ซึ่งสนิทกับมาจิด หัวหน้ากลุ่ม Foxtrot คือ เจ้าหน้าที่ Agent 47
Agent 47 ได้จองตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวให้แนทแลนด์เดินทางไปสนามบินแมนเชสเตอร์ และช่วยเหลือเขาในขั้นตอนการขอหนังสือเดินทางฉุกเฉิน โดยใช้แอปพลิเคชันส่งข้อความ Signal พร้อมคอยแนะนำแนทแลนด์ในทุกขั้นตอนการเดินทาง ก่อนที่จะส่งตัวเขาไปให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายโลจิสติกส์ที่มีชื่อผู้บัญชีออนไลน์ใช้ว่า “1”
นาย 1 ปฏิบัติต่อแนทแลนด์ราวกับเป็นตัวละครในเกมคอมพิวเตอร์ โดยส่งแผนที่และวิดีโอให้เขาดูว่าปืนที่ซ่อนอยู่ในป่าในฮัดเดอร์สฟิลด์วางไว้จุดใด จากนั้นก็ส่งวิดีโออีกชุดให้เขาดูวิธีการเข้าถึงเงินสดจำนวนมากที่ซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ใกล้กับอุโมงค์ทางเดินเท้า
เมื่อแนทแลนด์เข้าพักในโรงแรมที่ฮัดเดอร์สฟิลด์พร้อมอาวุธแล้ว Agent 47 ก็ส่งข้อความหาเขาอีกครั้งว่า “พรุ่งนี้เรามีเรื่องต้องทำอีกเยอะ”
ต่อมาแนทแลนด์ถูกจับกุมในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยที่เขายังไม่ได้รับแจ้งเลยว่าใครคือเป้าหมายที่จะลงมือฆ่า และเจ้าหน้าที่สืบสวนต่อต้านการก่อการร้ายยังคงพยายามหาคำตอบว่าเป็นการสังหารเพื่อจุดประสงค์ทางอาชญากรรม หรือเป็นการสังหารทางการเมืองที่อิหร่านเป็นผู้ดำเนินการ
ส่วนวัยรุ่นที่ชักชวนแนทแลนด์ให้ร่วมงานด้วย หรือ Generalen เป็นคนที่มีคดีมากมาย นอกจากการจ้างแนทแลนด์เป็นมือสังหารแล้ว เขายังชักชวนคนอย่างน้อยสองคนที่ก่อเหตุฆาตกรรมในสวีเดนด้วย ได้แก่ อาซิโมฟ ซึ่งกำลังรับโทษจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาฆ่าคนผิด และเด็กหนุ่มอายุ 17 ปีที่ยิงอาห์เหม็ด ซัมซัม เสียชีวิตในเมืองลุนด์ ทางตอนใต้ของสวีเดน เมื่อเกือบ 4 สัปดาห์ก่อนหน้านี้
ฆาตกรทั้งสองคนไม่ได้รับเงิน เพราะถูกจับได้ทั้งคู่ ซึ่งซาลิฮูกล่าวว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการทำงานของฟ็อกซ์ทรอต
“พวกเขาไม่สนใจเลยว่าวัยรุ่นจะถูกจับได้หรือไม่ เพราะเมื่อถูกจับได้ พวกเขาไม่สามารถเรียกร้องเงินที่เสนอให้ได้ และเรายังไม่เห็นกรณีตัวอย่างที่มีการจ่ายเงินให้กับฆาตกรวัยรุ่นเหล่านี้เลย” ซาลิฮูกล่าว
“นี่เป็นนโยบายที่จงใจมุ่งรับสมัครวัยรุ่น และรับสมัครอายุน้อยลงเรื่อยๆ เพราะพวกเขาไม่ทันคำนึงถึงผลที่จะตามมาหากถูกจับกุม และเต็มใจที่จะเสี่ยงมากกว่า”
ในที่สุด Generalen ก็ถูกจับกุม เพราะเขากำลังวางแผนฆาตกรรมลูกชายวัย 14 ปีของเจ้าหน้าที่ตำรวจชาวนอร์เวย์ เขาชักชวนเด็กชายวัย 15 ปี และ 17 ปี ให้ลงมือแทงเป้าหมายด้วยมีด แต่เด็กชายวัย 15 ปีเลือกแจ้งตำรวจ เมื่อ Generalen ถูกจับกุม นักสืบก็ได้พบกับรายละเอียดของแผนการฆาตกรรมที่ฮัดเดอร์สฟิลด์ในโทรศัพท์ของเขา ซึ่งนำไปสู่การที่ตำรวจอังกฤษสามารถจับกุมแนทแลนด์ได้ทันเวลา
Generalen ถูกตัดสินว่ามีความผิดในเดือนพฤษภาคมและกำลังรับโทษจำคุก 14 ปี
ตำรวจต้องขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ
หน่วยปฏิบัติการพิเศษกริมม์ (OTF GRIMM) ประสบความสำเร็จอยู่บ้างในช่วง 15 เดือนนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้มากกว่า 280 ราย รวมถึงผู้ต้องสงสัยสำคัญบางราย
การจับกุมที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งคือการจับกุมนายอาเหม็ด ซึ่งเชื่อว่าเป็นสายลับหมายเลข 47
เขาถูกควบคุมตัวในเมืองสุไลมานิยาห์ของชาวเคิร์ดในอิรัก และขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังสวีเดน
สเตฟาน เฮคเตอร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสวีเดน กล่าวว่า พวกเขากำลังขยายความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง และแสดงให้กลุ่มอาชญากรได้เห็นว่า “พวกเขาจะไม่สามารถรู้สึกปลอดภัยได้จากที่ใดในโลก”
ในเดือนพฤษภาคม โมฮาเหม็ด โมวกลี โมห์ดี อดีตแร็ปเปอร์ที่ตำรวจสวีเดนระบุว่าเป็น “ตัวการสำคัญ” ในกลุ่มฟ็อกซ์ทรอต ได้ถูกจับกุมในตูนิเซีย แต่มาจิดเองยังคงหลบหนีอยู่ในอิหร่าน
ซาลิฮูกล่าวว่า “เขายังคงเคลื่อนไหวอยู่ และตราบใดที่เครือข่ายนี้ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ เกรงว่าเราจะยังคงเห็นการโจมตีศัตรูของระบอบอิหร่านต่อไป”
ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการจับกุมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินงานของกลุ่มฟ็อกซ์ทรอตมากน้อยเพียงใด แต่กลุ่มอื่นๆ รวมถึงคู่แข่งของฟ็อกซ์ทรอตอย่างเครือข่ายดาเลน (Dalen) ได้นำวิธีการ VaaS มาใช้ในการชักชวนวัยรุ่นที่อ่อนแอให้ก่อเหตุฆาตกรรมแล้ว ดังนั้นอันตรายจึงยังคงมีอยู่มาก
วิธีการนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วจากสวีเดนไปทั่วสแกนดิเนเวียและยุโรปเหนือ และกรณีของแนทแลนด์ก็ได้แพร่มาถึงสหราชอาณาจักรเมื่อปีที่แล้ว



