วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘สหรัฐ’ จ่อใช้กฎ ‘วางเงินประกันวีซ่า’ ถาวร 50 ชาติ สูงสุด 2 หมื่นดอลลาร์ สกัดอยู่เกินกำหนด

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เตรียมบังคับใช้มาตรการเรียกเก็บเงินประกันวีซ่า (Visa bond) แบบถาวร สำหรับผู้ยื่นขอวีซ่าจาก 50 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกา โดยผู้สมัครอาจต้องวางเงินประกันวีซ่า สูงสุดถึง 20,000 ดอลลาร์ เพื่อเป็นเงื่อนไขในการพิจารณาอนุมัติวีซ่า เพื่อลดปัญหาการพำนักอยู่เกินกำหนด (Visa overstays) ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากกลุ่มนักสิทธิมนุษยชนว่า มาตรการนี้จะกลายเป็นกำแพงสกัดกั้นการเดินทางเข้าประเทศอย่างถูกกฎหมาย

ประกาศจากรัฐบาลสหรัฐ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาระบุว่า กฎระเบียบนี้จะครอบคลุมผู้ยื่นขอวีซ่าประเภท B1 (ธุรกิจ) และ B2 (ท่องเที่ยว) โดยให้อำนาจเจ้าหน้าที่กงสุลสามารถเรียกเก็บเงินประกันจากผู้สมัครที่เข้าหลักเกณฑ์ได้สูงสุดถึง 20,000 ดอลลาร์ เพื่อเป็นเงื่อนไขในการพิจารณาออกวีซ่า

ทั้งนี้ กฎดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการใน วันที่ 3 ส.ค. โดยรายชื่อ 50 ประเทศที่พลเมืองจะต้องอยู่ภายใต้มาตรการนี้ ประกอบด้วยประเทศจากทวีปแอฟริกาถึง 30 ประเทศ รวมถึงประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ได้แก่

แอลจีเรีย, แองโกลา, แอนติกาและบาร์บูดา, บังกลาเทศ, เบนิน, ภูฏาน, บอตสวานา, บุรุนดี, กาบูเวร์ดี, กัมพูชา, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, โกตดิวัวร์, คิวบา, จิบูตี, ดอมินีกา, เอธิโอเปีย, ฟิจิ, กาบอง, แกมเบีย, จอร์เจีย, เกรเนดา, กินี, กินี-บิสเซา, คีร์กีซสถาน, เลโซโท, มาลาวี, มอริเตเนีย, มอริเชียส, มองโกเลีย, โมซัมบิก, นามิเบีย, เนปาล, นิการากัว, ไนจีเรีย, ปาปัวนิวกินี, เซาตูเมและปรินซิปี, เซเนกัล, เซเชลส์, ทาจิกิสถาน, แทนซาเนีย, โตโก, ตองกา, ตูนิเซีย, เติร์กเมนิสถาน, ตูวาลู, ยูกันดา, วานูอาตู, เวเนซุเอลา, แซมเบีย และซิมบับเว

ก่อนหน้านี้ สหรัฐได้นำร่องโครงการนี้ไปแล้ว โดยให้เจ้าหน้าที่สามารถเรียกเก็บเงินประกันในอัตรา 5,000,10,000 หรือสูงสุดที่ 15,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ในกฎระเบียบฉบับถาวรนี้ ได้ยกเลิกตัวเลือกขั้นต่ำที่ 5,000 ดอลลาร์ออกไป และปรับเพิ่มเพดานสูงสุดขึ้นเป็น 20,000 ดอลลาร์แทน

ประกาศดังกล่าวยังระบุเพิ่มเติมว่า โครงการนำร่องที่ผ่านมาได้สร้างกรอบการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และกระทรวงการคลัง ในการประเมินความเป็นไปได้ของการบริหารจัดการระบบ ซึ่งข้อมูลที่รวบรวมได้เพียงพอที่จะชี้ว่า โครงการวางเงินประกันเป็น "เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ" ในการบังคับให้ผู้ถือวีซ่าที่วางเงินประกันปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐจะยืนกรานว่านโยบายนี้มีความจำเป็น แต่กลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิผู้อพยพมองว่า นี่คืออุปสรรคสำคัญที่จะกีดกันผู้เดินทางที่สุจริตไม่ให้เดินทางเข้าสหรัฐ นอกจากนี้ นักสิทธิมนุษยชนยังวิจารณ์นโยบายปราบปรามคนเข้าเมืองอย่างแข็งกร้าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็นการละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกและกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งยังสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยต่อกลุ่มชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อย และส่งเสริมให้เกิดการเลือกปฏิบัติตามเชื้อชาติ ขณะที่ทรัมป์ชี้แจงว่ามาตรการเหล่านี้มีความจำเป็นเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ

ในขณะที่ผู้นำสหรัฐประกาศความต้องการปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติ รัฐบาลยังทำให้กระบวนการเข้าเมืองแบบถูกกฎหมายยากลำบากและมีต้นทุนสูงยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใหม่ในอัตราสูงสำหรับวีซ่าบางประเภท ไปจนถึงการบังคับใช้มาตรการตรวจสอบประวัติบนโซเชียลมีเดียอย่างเข้มงวด ทั้งกับผู้ยื่นขอวีซ่ารายใหม่และผู้อพยพที่อาศัยอยู่ในสหรัฐแล้ว