สำนักข่าว The Hill รายงานว่า รัฐบาลอิตาลี ประกาศมาตรการฉุกเฉินสั่งควบคุมพรมแดนทางอากาศและทางทะเล พร้อมระงับสิทธิการเดินทางเสรีเชงเก้น (Schengen) กับประเทศสเปน เป็นการชั่วคราวตลอดเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อตอบโต้และป้องกันผลกระทบจากวิกฤตผู้อพยพหลายหมื่นคนที่ทะลักเข้าสู่เมืองเซวตา (Ceuta) ซึ่งเป็นดินแดนของสเปนในแอฟริกาเหนือ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากรัฐบาลมาดริดที่มองว่ามาตรการดังกล่าวบั่นทอนความเป็นเอกภาพของสหภาพยุโรป
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเที่ยวบินและการขนส่งทางทะเลระหว่างสองประเทศ รวมถึงระงับสิทธิภายใต้ข้อตกลงเชงเก้นของสเปน ซึ่งโดยปกติจะอนุญาตให้พลเมืองของ 29 ชาติสมาชิกยุโรปสามารถเดินทางข้ามพรมแดนไปมาหาสู่กันได้อย่างเสรี
มัตเตโอ ปิอันเตโดซี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอิตาลี ระบุว่า การควบคุมพรมแดนทางอากาศและทางทะเลนี้จะมีผลบังคับใช้ไปตลอดเดือนสิงหาคม
จอร์จา เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ซึ่งก้าวสู่อำนาจด้วยนโยบายแข็งกร้าวในการปราบปรามการลักลอบเข้าเมือง ได้เรียกการตัดสินใจครั้งนี้ว่าเป็นมาตรการพิเศษ (Extraordinary measure) ที่ดำเนินไปเพื่อปกป้องความมั่นคงแห่งชาติของประเทศ
"มาตรการนี้จะถูกบังคับใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น โดยเราจะให้ความสำคัญกับการจำกัดผลกระทบที่อาจเกิดต่อกระแสการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน" เมโลนีระบุผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่า อิตาลีพร้อมที่จะสนับสนุนทุกความคิดริเริ่มของยุโรปเพื่อช่วยเหลือสถาบันต่างๆ ของสเปนในการฟื้นฟูการควบคุมพรมแดนภายนอกของสหภาพยุโรปอย่างเต็มรูปแบบ
"การปกป้องพรมแดนคือการปกป้องความปลอดภัยของพลเมือง คือการต่อสู้กับการเข้าเมืองผิดกฎหมาย และคือการทลายเครือข่ายอาชญากรรมที่ค้ามนุษย์" ผู้นำอิตาลีกล่าวเสริม
วิกฤตครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อผู้อพยพหลายหมื่นคนจากโมร็อกโกเดินทางข้ามพรมแดนเข้าสู่คาบสมุทรแอฟริกาเหนือ หลังจากศาลฎีกาของสเปนมีคำพิพากษาว่า ผู้อพยพที่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดกั้นกลางทะเลขณะพยายามเดินทางเข้าสู่เซวตา หรือ เมลียา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งดินแดนของสเปน จะไม่สามารถถูกผลักดันกลับไปยังโมร็อกโกได้
เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวถึงสถานการณ์ในเซวตาว่า "ไม่อาจยอมรับได้" พร้อมแต่งตั้งกรรมาธิการสองคนเพื่อกำกับดูแลการรับมือกับวิกฤตนี้โดยเฉพาะ และย้ำว่ายุโรปจะไม่อนุญาตให้ใครเข้ามาโดยไม่เคารพกฎเกณฑ์ การลักลอบข้ามแดนที่อันตรายต้องหยุดลงทันที เครือข่ายค้ามนุษย์ต้องถูกกวาดล้าง และกระบวนการส่งตัวกลับจะต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วภายใต้กรอบที่กฎหมายอนุญาต
อย่างไรก็ตาม ทางการสเปนได้รายงานเมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ว่า ผู้อพยพมากกว่า 48,000 คน ได้เดินทางกลับโมร็อกโกด้วยความสมัครใจแล้ว
มักนุส บรุนเนอร์ กรรมาธิการยุโรปที่ดูแลวิกฤตนี้ เปิดเผยว่า โฆเซ มานูเอล อัลบาเรส รัฐมนตรีต่างประเทศสเปน ได้แจ้งให้ทราบว่า ผู้อพยพเกือบทั้งหมดได้เดินทางกลับไปแล้ว และไม่มีผู้อพยพแม้แต่คนเดียวที่เดินทางข้ามมายังแผ่นดินใหญ่ของอียู
ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศสเปนได้โพสต์ข้อความยืนยันว่า ความปลอดภัยของพื้นที่เชงเก้นนั้นได้รับการรับประกันอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมเรียกร้องให้ยุติการจงใจสร้างความสับสน
เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ได้วิจารณ์การเพิกถอนสิทธิเชงเก้นชั่วคราวของอิตาลี พร้อมยืนยันว่าสเปนยังคงควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ไว้ได้
"ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและความเห็นอกเห็นใจอาจเลือกได้ แต่การเคารพในสนธิสัญญาและข้อมูลของยุโรปนั้นเลือกไม่ได้ นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาแบ่งแยก แต่เป็นเวลาที่ต้องเดินหน้าสร้างสหภาพยุโรปที่แข็งแกร่งและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันต่อไป"



