ชาวโมร็อกโกราว 2,000 กว่าคน พยายามฝ่าแนวพรมแดน อพยพเข้าสเปนและหวังเข้าไปภายในสหภาพยุโรป นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิชี้ สถานการณ์เกินควมคุม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย
สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่า มีคนเสียชีวิต 18 คน หลังจากฝูงชนผู้อพยพชาวโมร็อกโกจำนวนมหาศาล ฝ่าแนวชายแดน จากโมร็อกโกไปยังเมืองเซวตา ซึ่งเป็นดินแดนของสเปนในแอฟริกาเหนือ
การเสียชีวิตดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลของเซวตาแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า มีผู้คนเดินทางเข้ามาในพื้นที่ประมาณ 1,500 ถึง 2,000 คนในช่วง 10 วันที่ผ่านมา และคาดว่ากลุ่มผู้ลี้ภัยอีกหลายร้อยคนเพิ่งเดินทางถึงเมืองเมืองเซวตาวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) ทำให้ เฆซุส วีวาส ผู้ว่าการฯ ต้องประกาศ "ภาวะฉุกเฉินด้านมนุษยธรรมและสังคม” และเรียกร้องให้มาดริดส่งกองกำลังมาควบคุมชายแดนอีกครั้ง
ด้านกระทรวงมหาดไทยของสเปน ปฏิเสธข้อเรียกร้องให้ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติ โดยระบุว่ามาตรการดังกล่าวไม่ครอบคลุมวิกฤตการณ์การอพยพ แต่ให้คำมั่นว่าจะจัดสรรทรัพยากรให้เพิ่มเติม
ต่อมากระทรวงมหาดไทยของสเปนประกาศว่า กองทัพจะส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำการชายแดน 60 นาย และคาดว่าเฟอร์นันโด กรานเด-มาร์ลาสกา รัฐมนตรีว่กระทรวงมหาดไทย จะเดินทางเยือนเซวตาในวันศุกร์ (31 ก.ค.) เพื่อประเมินสถานการณ์
ภาพที่เผยแพร่แสดงให้เห็นกลุ่มผู้อพยพบางส่วนตะโกน “วิวา เอสปาญา!” (สเปนจงเจริญ!) ขณะที่พวกเขาเดินทางเข้าสู่ดินแดนสเปน โดยหลายคนเดินทางทางน้ำมาจากฝั่งโมร็อกโกโดยใช้เพียงเรือยาง
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า มีกลุ่มจำนวนมากเดินไปรอบๆ เขื่อนกันคลื่นเพื่อพยายามเข้าถึงถนนในพื้นที่ ขณะที่สำนักข่าวอีเอฟอีของรัฐบาลสเผนระบุว่า มีคนบางส่วนฝ่าแนวพรมแดนทางบกด้วยการปีนข้ามรั้วกั้นชายแดน
ซาคาเรีย ซาร์โรคี นักเคลื่อนไหวสิทธิผู้อพยพกล่าวกับรอยเตอร์ว่า จำนวนผู้อพยพพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คล้ายกับหนึ่งในเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเดือน พ.ค. 2021 ที่เยาวชนโมร็อกโกราว 10,000 คน อพยพเข้าสเปนภายในเวลาไม่กี่วัน
ซาร์โรคีบอกว่า ตอนนี้ยังควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ผู้คนยังคงหลั่งไหลไปยังเมืองฟนิเดกของโมร็อกโกเพื่อพยายามข้ามพรมแดน
ทั้งนี้ เมืองเซวตา และเมืองเมลียา ซึ่งเป็นเมืองปกครองตนเองของสเปนอีกแห่งหนึ่งในแอฟริกาเหนือ เป็นพรมแดนทางบกเพียงแห่งเดียวที่กั้นสหภาพยุโรปกับทวีปแอฟริกา และทั้งสองเมืองประสบกับจำนวนผู้คนที่พยายามข้ามพรมแดนเพื่ออพยพไปยังยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างมาก
เมื่อต้นเดือน ก.ค. ศาลฎีกาสเปนได้ตัดสินว่า ผู้ลี้ภัยที่ถูกสกัดกลางทะเลขณะพยายามเดินทางไปยังเมืองเซวตาหรือเมลียา ไม่สามารถส่งตัวกลับไปยังโมร็อกโกได้
โฆษกหน่วยงานรักษาความสงบแห่งชาติ (Guardia Civil) กล่าวว่า “นับตั้งแต่ศาลฎีกามีคำตัดสินออกมา สถานการณ์ก็ค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้น และในวันนี้กลับกลายเป็นการระเบิดครั้งใหญ่”
ด้านกระทรวงมหาดไทยของสเปนกล่าวว่ากำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับโมร็อกโกเพื่อแก้ไขปัญหาการหลั่งไหลเข้ามาของผู้อพยพผิดกฎหมาย โดยกล่าวโทษเครือข่ายค้ามนุษย์ว่าใช้ประโยชน์จากคำตัดสินของศาลฎีกาและสนับสนุนการอพยพโดยไม่ได้รับอนุญาต


