สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ทำเนียบขาว ยืนยันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ และประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน มีกำหนดพบหารือที่กรุงวอชิงตัน ในวันอังคารหน้า เพื่อผลักดันข้อเสนอหยุดยิงและแผนสันติภาพรอบใหม่ หวังยุติสงครามที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2022 ท่ามกลางการประเมินว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากสงครามอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รัสเซียยอมผ่อนปรนท่าทีลง
แหล่งข่าวจากทำเนียบขาวเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า การพบปะระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีเซเลนสกีจะมีขึ้นในวันอังคารที่จะถึงนี้ โดยแหล่งข่าวฝั่งยูเครนระบุว่า ผู้นำยูเครนมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเดินทางเยือนสหรัฐ และกำลังรอการยืนยันกำหนดการอย่างเป็นทางการจากทำเนียบขาว
วาระสำคัญของการพบปะครั้งนี้ คือการสานต่อการหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครนและสหรัฐ เกี่ยวกับข้อเสนอหยุดยิงทางอากาศ (Air ceasefire) เพื่อเตรียมนำไปเสนอต่อฝ่ายรัสเซีย ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการเจรจาสันติภาพรอบใหม่เพื่อยุติความขัดแย้งที่ดำเนินมาตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากบุกโจมตียูเครน
แหล่งข่าวเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาทางการยูเครนเคยยื่นข้อเสนอหยุดยิงต่อประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียมาแล้ว แต่ถูกปัดตกไป อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่บางส่วนประเมินว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่รัสเซียกำลังเผชิญจากการถูกยูเครนใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้นำรัสเซียต้องยอมอ่อนท่าทีลง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดคล้องกับการที่ประธานาธิบดีเซเลนสกีได้หารือกับ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพกับรัสเซีย โดยเซเลนสกีได้ส่งสัญญาณว่าเจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศอาจเดินหน้าเจรจากันที่สหรัฐในเร็วๆ นี้
นอกจากนี้ เยฟเฮนี คมารา รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยูเครน เปิดเผยผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรมว่า ตนและ มีไคโล ดราปาตี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ ได้เข้าหารือกับ แมทธิว วิเทเกอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำนาโตที่กรุงเคียฟเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อประเมินปัจจัยต่างๆ ในการรับมือกับกองทัพรัสเซียในสนามรบ
คมาราระบุว่า "เราและผู้บัญชาการดราปาตีมีการผนึกกำลังและวิสัยทัศน์ร่วมกันในการทำสงคราม ทั้งในด้านความได้เปรียบทางเทคโนโลยี การใช้ยุทธวิธีแบบอสมมาตร และการเพิ่มขีดความสามารถในการทำลายล้างศัตรู" พร้อมเสริมว่า "เราได้รายงานสถานการณ์แนวหน้าและขั้นตอนของยูเครนในการบีบให้รัสเซียยอมรับสันติภาพที่เป็นธรรมให้พันธมิตรได้รับทราบแล้ว"
นอกเหนือจากวาระทางการเมือง ลอร่า ลูเมอร์ นักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาและพันธมิตรคนสนิทของทรัมป์ เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าเธอได้สัมภาษณ์ประธานาธิบดีเซเลนสกีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้ ซึ่งผู้นำยูเครนยืนยันด้วยว่ามีแนวโน้มจะเดินทางไปสหรัฐในสัปดาห์หน้าเพื่อหารือกับทรัมป์ และเข้าร่วมพิธีศพของ ลินด์ซีย์ เกรแฮม วุฒิสมาชิกสหรัฐสังกัดพรรครีพับลิกันที่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
พิธีไว้อาลัยของเกรแฮมจะจัดขึ้นในวันอังคารที่กรุงวอชิงตัน โดยทรัมป์มีกำหนดจะขึ้นกล่าวไว้อาลัย ก่อนที่พิธีศพจะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันพุธที่รัฐเซาท์แคโรไลนาบ้านเกิดของเขา ทั้งนี้ เกรแฮมถือเป็นผู้สนับสนุนตัวยงของยูเครน โดยได้เดินทางเยือนยูเครนถึง 10 ครั้งนับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากโจมตี และเป็นแกนนำสำคัญในการผลักดันให้สหรัฐออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียพร้อมให้การสนับสนุนกรุงเคียฟมาโดยตลอด


