วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘ฮุน มาเนต’ โต้สีหศักดิ์ กัมพูชาเข้า UNCLOS เพราะไทยยกเลิก MOU 44

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนตปฏิเสธข้ออ้างของไทยที่ว่า การตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ของกัมพูชา ปิดฉากการเจรจาทวิภาคีปมชายแดน ระบุพูดแบบนี้ “ไม่แฟร์”

เว็บไซต์พนมเปญโพสต์รายงาน นายกฯ ฮุน มาเนต ให้สัมภาษณ์พิเศษบลูมเบิร์กทีวีออกอากาศวันที่ 24 มิ.ย. ว่า กัมพูชายังคงมุ่งมั่นแก้ปัญหาเขตแดนทางบกและเขตทางทะเลอย่างสันติ แต่ถูกทำให้ “ไม่มีทางเลือกอื่น” นอกจากใช้กลไกประนอมภาคบังคับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) หลังจากไทยยกเลิก MOU 44 ที่ดูแลการอ้างสิทธิทับซ้อนไปเพียงฝ่ายเดียว

“ผมได้ยินผู้นำไทย โดยเฉพาะรัฐมนตรีต่างประเทศ ประกาศว่าเป็นเพราะกัมพูชาเข้า UNCLOS จึงปิดประตูการเจรจาพรมแดนทางบก ผมขอบอกว่า ถ้อยแถลงนี้ไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมอยู่สักหน่อย” ฮุน มาเนตกล่าวและว่า ความเคลื่อนไหวของกัมพูชาเป็นผลลัพธ์โดยตรงจากการที่ไทยตัดสินใจยกเลิก MOU 44 ซึ่งเป็นกรอบทวิภาคีเดียวสำหรับดูแลการอ้างกรรมสิทธิ์ในอ่าวไทยมาหลายปี

“เหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับของ UNCLOS ก็เพราะไทยตัดสินใจยกเลิก MOU 44 ข้อตกลงทวิภาคีปัญหาทางทะเลระหว่างกัมพูชากับไทยเพียงฉบับเดียวที่มีอยู่”

นายกฯ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลกัมพูชาหลายชุดและรัฐบาลไทยกว่าสิบชุดใช้เวลาหลายปีพยายามหาทางออกที่ยอมรับร่วมกันได้ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว รวมถึงการหารือในสมัยของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยอย่างเศรษฐา ทวีสิน และ แพทองธาร ชินวัตร  กัมพูชาเรียกร้องไทยมาตลอดว่าอย่ายกเลิกข้อตกลงนี้ แต่ไทยก็ยังทำ กัมพูชาจึงต้องหาช่องทางทางกฎหมายอื่นภายใต้ UNCLOS

อย่างไรก็ตาม กระบวนการประนอมภาคบังคับกับการเจรจาพรมแดนทางบกเป็นคนละเรื่องไม่ควรนำมาปะปนกัน การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอน

“ต่างฝ่ายต่างเสนอผู้ประนอมฝ่ายละสองคน ขณะนี้กำลังหาคนที่ 5 มาเป็นประธาน” ฮุน มาเนตกล่าว พร้อมเสริมว่า ทั้งสองประเทศควรให้ความสำคัญกับการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายก่อนที่จะหารือถึงขอบเขตการไกล่เกลี่ยที่แน่ชัด

เมื่อถูกถามว่า กัมพูชาจะจำกัดการหารือเฉพาะเรื่องการกำหนดเขตทางทะเลแทนที่จะพิจารณาการพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนร่วมกันหรือไม่ ฮุน มาเนต กล่าวว่าการตัดสินใจดังกล่าวยังเร็วเกินไป

“เราได้ยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับการกำหนดเขตและการพัฒนาร่วมกันไปให้พิจารณาแล้ว แต่ในขั้นตอนนี้ ขอมุ่งเน้นไปที่การผลักดันกระบวนการให้คืบหน้าไปก่อน” เขากล่าว

ในการสัมภาษณ์ ฮุน มาเนต ยังย้ำถึงความรับผิดชอบของกัมพูชาในการต่อสู้กับการหลอกลวงออนไลน์ข้ามชาติมากกว่าการแข่งขันด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยกัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติการต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากหลายประเทศ เช่น จีนและสหรัฐร่วมประชุมด้วย

“ผมเชิญตัวแทนจาก FBI เขาร่วม ผอ.แคช พาเทล บอกว่าจะส่งตัวแทนระดับสูงมา” เครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ส่งผลกระทบกับทุกชาติไม่ว่าจะมีแนวคิดทางการเมืองแบบใด

“เครือข่ายอาชญากรโจมตีได้ทั้งสหรัฐและจีนพร้อมๆ กัน นี่คือความท้าทายร่วมที่ต้องอาศัยความร่วมมือของนานาประเทศ”

นายกรัฐมนตรียังพยายามสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนเกี่ยวกับความกังวลว่ากลุ่มอาชญากรอาจแสวงหาประโยชน์จากเขตเศรษฐกิจพิเศษกัมพูชา (SEZs) กล่าวว่า ตนได้สั่งการหน่วยงานความมั่นคงจังหวัด และผู้ดูแล SEZ สร้างหลักประกันว่า เขตอุตสาหกรรมไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือของการหลอกลวงออนไลน์ หากพบว่าเป็นฉากบังหน้าให้กลุ่มสแกมเมอร์ ก็ต้องถูกลงโทษตามกฎหมายเหมือนคนอื่นๆ

ฮุน มาเนต ย้ำว่า กัมพูชาไม่พบหลักฐาน SEZ ถูกใช้เป็นฐานหลอกลวงแต่ให้คำมั่นว่าจะเฝ้าระวังต่อไป

การให้สัมภาษณ์พิเศษกับบลูมเบิร์กครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่กัมพูชา ต้องการสร้างความเชื่อมั่นต่อการปกครองและความปลอดภัยของนักลงทุนต่างชาติ พร้อมๆ กับดำเนินการทางกฎหมายและความพยายามทางการทูตแก้ไขข้อพิพาททางทะเลกับไทย