วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ทำไม 'อิหร่าน' ยังถล่ม 'สหรัฐ-อาหรับ' ได้อยู่ แถมแม่นยำ และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ทำไม 'อิหร่าน' ยังสามารถถล่ม 'สหรัฐ และเพื่อนบ้านอาหรับ' ได้อยู่ แม้ว่าวอชิงตันพูดแล้วพูดเล่าว่า ทำลายขีดความสามารถอิหร่านจนแทบไม่เหลือ แต่สงครามที่ปะทุล่าสุดนี้ อิหร่านกลับแสดงให้เห็นถึงการโจมตีที่แม่นยำ และรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

การโจมตีของอิหร่านต่อฐานทัพสหรัฐในจอร์แดนซึ่งคร่าชีวิตทหารสหรัฐไป 3 นาย ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) มีความสามารถในการสร้างความเสียหายร้ายแรงในสงครามสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่าน ที่ดำเนินมานาน 5 เดือน

การโจมตีเมื่อวันศุกร์ (17 ก.ค.69) ถือเป็นการโจมตีครั้งแรกที่ทำให้ทหารอเมริกันเสียชีวิตจากการถล่มฐานทัพสหรัฐของอิหร่าน นับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม

ขณะที่เพนตากอนยังไม่เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดของการโจมตี แต่นักวิเคราะห์บอกว่า เหตุการณ์ความรุนแรงครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความเป็นจริงที่น่าอึดอัดของวอชิงตันก็คือ แม้สหรัฐจะโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง แต่อิหร่านยังคงรักษาขีดความสามารถที่จำเป็นต่อการทำสงครามแบบไม่สมมาตรให้ยืดเยื้อต่อไปได้

เจนนิเฟอร์ คาวานาห์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ทางทหารของสถาบันวิจัย Defense Priorities กล่าวกับอัลจาซีรา ว่า ศักยภาพทางทหารของอิหร่านยังคงน่าเกรงขาม และฟื้นฟูได้เร็วกว่าที่คาดไว้ ขณะเดียวกันการโจมตีของอิหร่านมีความแม่นยำมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งน่าจะได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยข่าวกรองของรัสเซีย และจีน

“กองทัพอิหร่านไม่ได้ ‘ไร้ประสิทธิภาพในการรบ’ อย่างที่เพนตากอน กล่าวอ้างอย่างแน่นอน แม้จะได้รับความเสียหายอย่างมาก แต่ก็กำลังเรียนรู้ และปรับตัวไปเรื่อยๆ"

ทำไมอิหร่านยังโจมตีกองทัพสหรัฐได้อยู่?

แอนเดรียส ครีก อาจารย์อาวุโสจากโรงเรียนการศึกษาด้านความมั่นคง มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ ลอนดอน กล่าวว่า ความสามารถของอิหร่านในการสังหารบุคลากรของสหรัฐในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย โดยมีพื้นฐานมาจากตำแหน่งที่ตั้ง และการออกแบบของฐานทัพสหรัฐที่กระจายอยู่ทั่วตะวันออกกลาง และอ่าวเปอร์เซีย

กองทัพสหรัฐราว 50,000 นาย ปฏิบัติการจากฐานทัพที่ตั้งแบบถาวรและเปิดโล่ง ทั้งยังอยู่ในระยะทำการของคลังแสงขีปนาวุธ และโดรนที่ทันสมัยขึ้นเรื่อยๆ ของอิหร่าน ในขณะที่บุคลากรของสหรัฐจำนวนมากมักพักอาศัยอยู่ในที่พักแบบกึ่งถาวร ซึ่งออกแบบมาเพื่อป้องกันจรวด ปืนครก และระเบิดแสวงเครื่องเป็นหลัก มากกว่าป้องกันขีปนาวุธที่มีความแม่นยำสูงที่บรรจุหัวรบขนาดใหญ่

ดังนั้น การโจมตีของอิหร่านในรูปแบบช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สามารถสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อกองทัพสหรัฐได้

แม้พลาดไปนิดเดียวก็สามารถทำให้สมองบาดเจ็บได้จากแรงดันของระเบิด ขณะที่การตั้งรับก็ก่อให้เกิดความเสียหายได้จากการร่วงหล่นของเศษซากขีปนาวุธที่สกัดได้

 

อัลจาซีรา รายงานว่า โดยรวมแล้ว ตัวเลขทหารสหรัฐที่เสียชีวิตอย่างเป็นทางการในสงครามครั้งนี้อยู่ที่ 18 นาย รวมถึงทหาร 7 นายที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ศูนย์ปฏิบัติการทางยุทธวิธีในคูเวต และฐานทัพอากาศปรินซ์สุลตานในซาอุดีอาระเบีย และยังมีทหารเสียชีวิต 3 รายในจอร์แดนด้วย แต่นอกจากนี้กองทัพระบุว่าการเสียชีวิตอื่นๆ ไม่ได้เป็นผลโดยตรงจากการโจมตีของอิหร่าน

ทหารที่ไม่ได้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่าน รวมนักบิน 6 นายที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุขณะเติมเชื้อเพลิงในเดือนมีนาคม และล่าสุดคือ จ่าสิบเอกกองทัพบกที่เสียชีวิตระหว่างจุดระเบิดควบคุมโดรนติดอาวุธที่ตกในอิรัก

อนึ่ง นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น มีทหารสหรัฐได้รับบาดเจ็บประมาณ 500 นาย และมีรายงานว่าโครงสร้างพื้นฐาน และอุปกรณ์ทางทหารที่สำคัญของสหรัฐประมาณ 220 แห่งได้รับความเสียหาย หรือถูกทำลาย หลังจากการหยุดยิงล่มสลายเมื่อวันที่ 8 ก.ค.

 

จับตาอิหร่านเปิดไพ่เด็ด

ตามที่ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐตอบคำถามเมื่อวันพุธในสภาคองเกรสว่าสงครามครั้งนี้เป็นชัยชนะทางทหารครั้งประวัติศาสตร์ และกองทัพเรือ กองทัพอากาศ และฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอิหร่านถูกทำลายจนแทบไม่เหลือขีดความสามารถ

อย่างไรก็ตาม เฮกเซธ เองยอมรับว่า “ไม่ได้คาดว่าอิหร่านจะยุติความสามารถในการยิง แต่คำถามคือ พวกเขายังสามารถปฏิบัติการได้มากน้อยเพียงใด เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้อย่างสหรัฐ"

เจสัน แคมป์เบลล์ นักวิจัยอาวุโสของสถาบันตะวันออกกลาง และอดีตเจ้าหน้าที่เพนตากอน กล่าวว่า

การโจมตีของสหรัฐ บ่งชี้ว่าอิหร่านไม่เพียงแต่รักษาสมรรถนะด้านขีปนาวุธ และโดรนไว้เท่านั้น แต่อาจกำลังพัฒนาอาวุธขั้นสูงที่ไม่เคยใช้มาก่อนด้วย

แคมป์เบลล์ กล่าวว่า “ผู้นำระดับสูงของสหรัฐในหลายช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้กล่าวไว้เกินจริงอย่างมากเกี่ยวกับระดับความเสื่อมถอยของอิหร่าน และศักยภาพของอิหร่าน หรือไม่ก็มุ่งความสนใจไปที่ศักยภาพบางด้านของอิหร่าน ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ได้มีความสำคัญมากนักต่อความสามารถของอิหร่านในการบรรลุวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ของตนเอง"

แพทริค บิวรี รองศาสตราจารย์อาวุโสแห่งมหาวิทยาลัยบาธ และอดีตนักวิเคราะห์วิจัยของนาโต เห็นด้วยว่าอิหร่านอาจยังคงสามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อทรัพย์สิน และบุคลากรของสหรัฐได้ต่อไปในอนาคตอันใกล้ แม้ว่าวอชิงตันจะมีแสนยานุภาพทางทหารเหนือกว่าอย่างมากก็ตาม

“ปัญหาที่แท้จริงที่กำลังทหารของอเมริกาเผชิญอยู่คือ ความไม่สมดุลของต้นทุน มีหลักฐานมากมายที่แสดงให้เห็นว่า คลังอาวุธของอิหร่าน โดยเฉพาะโดรน และขีปนาวุธ มีต้นทุนการผลิต และการยิงที่ถูกกว่าอุปกรณ์ที่จำเป็นในการสกัดกั้นพวกมันในขณะนี้มาก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมอิหร่านจึงสามารถสร้างความเสียหายในเชิงยุทธศาสตร์ได้” บิวรีกล่าว และเสริมว่า “และทำไมปัญหานี้จึงไม่หายไปเสียที”

อย่างที่ครีก อาจารย์ด้านความมั่นคง อธิบายไว้ว่า “อิหร่านไม่จำเป็นต้องเอาชนะสหรัฐในทางทหาร เพียงแต่ต้องเจาะทะลวงแนวป้องกันของสหรัฐบ่อยๆ ก็พอที่จะสร้างความเสียหายทั้งด้านมนุษย์ ปฏิบัติการ และการเมือง ที่ส่งผลต่อการมีอยู่ของสหรัฐในภูมิภาคนี้”

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์