วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ถอดรหัสดีลนิวเคลียร์ ซาอุดีอาระเบียมีได้ แต่อิหร่านมีไม่ได้

กระทรวงพลังงานสหรัฐแถลง บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ภาคพลเรือนครั้งประวัติศาสตร์กับซาอุดีอาระเบีย เปิดทางสร้างเตาปฏิกรณ์และเสริมสมรรถนะยูเรเนียมด้วยเทคโนโลยีอเมริกัน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน กระทรวงพลังงานสหรัฐ แถลงเมื่อวันพุธ (22 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น นายคริส ไรท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐ และเจ้าชายอับดูลาซิส บิน ซัลมาน ลงนามข้อตกลง 123 และข้อตกลงปกป้องคุ้มครองทวิภาคี สอดคล้องกับข้อตกลงไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ตามกฎหมายพลังงานปรมาณูของสหรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อตกลงที่เข้มงวดที่สุดในโลก หลังจากซาอุดีอาระเบียกล่าวมาโดยตลอดว่าหากไม่ร่วมมือกับสหรัฐก็อาจร่วมมือกับจีนหรือรัสเซีย ซึ่งมีมาตรฐานการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ที่แตกต่างกัน

กระทรวงพลังงานกล่าวด้วยว่า ข้อตกลงนี้จะถูกส่งไปยังสภาคองเกรส หากสภาไม่ลงมติคัดค้านภายใน 90 วันข้อตกลงจะเริ่มมีผลบังคับใช้ แต่จะต้องได้รับเสียงข้างมากสองในสามประธานาธิบดีจึงจะไม่สามารถยับยั้งได้

สหรัฐประสานข้อตกลงนิวเคลียร์ภาคพลเรือนกับซาอุดีอาระเบียมานานหลายปี ระหว่างรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วาระ 1 ต่อเนื่องประธานาธิบดีโจ ไบเดน แต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้จนถึงวันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีเสียงเตือนจากกลุ่มต่อต้านการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ที่ว่า ข้อตกลงดังกล่าวอาจเปิดทางให้ซาอุดีอาระเบียพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้

ความแตกต่างจากแผนการของไบเดนอยู่ที่ว่า ข้อตกลงฉบับปัจจุบันไม่รวม “พิธีการเพิ่มเติม” ที่อนุญาตให้สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศของสหประชาชาติ (ไอเออีเอ) เข้าตรวจสอบอย่างครอบคลุมแบบปัจจุบันทันด่วน

ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์จำนวนหนึ่งเรียกร้องสมาชิกสภาคองเกรสโหวตคว่ำข้อตกลง

“เราขอเรียกร้องให้สมาชิกสภาคองเกรสทุกคนจากทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงความเสี่ยง และใช้อำนาจของตนปฏิเสธหรือแก้ไขข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ทรัมป์เสนอกับซาอุดีอาระเบีย เพื่อไม่ให้เปิดประตูสู่การแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ในตะวันออกกลางให้กว้างขึ้นไปอีก” นายเคลซี ดาเวนพอร์ต ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายการไม่แพร่กระจายอาวุธของสมาคมควบคุมอาวุธกล่าว

ข้อตกลงระยะเวลาประมาณ 30 ปี ซึ่งกำหนดให้มีการก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์ AP1000 มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ จะเป็นประโยชน์ต่อ Westinghouse  บริษัทร่วมทุนระหว่าง Cameco จากแคนาดา และ Brookfield Asset Management

แหล่งข่าวในวงการรายหนึ่งเผยว่า ข้อตกลงนี้กำหนดให้ต้องศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้เทคโนโลยีสหรัฐในซาอุดีอาระเบีย อีกทั้งการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่ล่าช้า เท่ากับว่าการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต้องใช้เวลาหลายปี

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ตรัสโดยตลอดว่า พระองค์ไม่ต้องการให้ราชอาณาจักรแห่งนี้ทำอาวุธนิวเคลียร์ แต่ถ้าอิหร่านทำซาอุดีอาระเบียก็ต้องทำ ยิ่งเพิ่มกังวลต่อโอกาสการแพร่ขยายนิวเคลียร์ สมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครตหลายคนเตือนว่า ข้อตกลงนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นการแข่งขันอาวุธในตะวันออกกลาง ขณะที่สงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านกำลังดำเนินไป

“พวกเขากำลังปล่อยให้ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นประเทศที่ชอบทำสงครามและเผด็จการ พัฒนาเทคโนโลยีอาวุธนิวเคลียร์ไปพร้อมๆ กับการเริ่มสงครามกับอิหร่านภายใต้ข้ออ้างในการป้องกันไม่ให้อิหร่านสร้างระเบิดนิวเคลียร์”

“ข้อตกลงนี้จะทำให้พวกเราทุกคนไม่ปลอดภัยมากขึ้น”เอ็ดเวิร์ด มาร์คีย์ สมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครตกล่าว

ด้านจิม ริสช์ ส.ว.จากพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า เห็นพ้องกับมกุฎราชกุมารที่ว่า ข้อตกลงนี้เป็นประโยชน์กับทั้งสองประเทศ

ที่มา: รอยเตอร์