‘รัสเซีย’ ปฏิบัติการโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนอย่างหนัก เอาคืนที่ยูเครนถล่มคลังสินค้าอีคอมเมิร์ซที่สำคัญสองแห่ง
รัสเซียโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนในวันอาทิตย์ (19 ก.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 13 ราย หลังจากที่เคียฟส่งโดรนโจมตีคลังสินค้าอีคอมเมิร์ซในรัสเซียอย่างหนัก
ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีในกรุงเคียฟเผยว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นไม่กี่นาทีหลังจากที่กองทัพอากาศยูเครนประกาศเตือนประชาชนผ่านทางแอป Telegram ว่ากำลังมีขีปนาวุธพุ่งเข้ามา
ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า มีระเบิดลูกหนึ่งรุนแรงมากจนทำให้สัญญาณเตือนภัยของรถยนต์ที่จอดอยู่ในใจกลางเมืองดังขึ้น
หน่วยบริการฉุกเฉินแห่งรัฐของยูเครนรายงานใน Telegram ว่ามีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บอีก 13 รายจากการโจมตีที่ตำรวจระบุว่ามุ่งเป้าไปที่ 6 เขต
ตามรายงานของวิทาลี คลิทช์โก นายกเทศมนตรีเคียฟ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ระบุว่า อาคารอพาร์ตเมนต์ในเขตโซโลเมียนสกีถูกโจมตี และเกิดไฟไหม้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ขณะที่บ้านหลังหนึ่งในเขตสเวียโตชินสกีก็เกิดเพลิงไหม้เช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีรายงานการโจมตีที่ศูนย์การค้าและความบันเทิงในเขตดนิโปรฟสกี รวมถึงอาคารอพาร์ตเมนต์ในเขตเชฟเชนคิฟสกี และอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัยอีกด้วย
ด้านเจ้าหน้าที่ประจำภูมิภาค โอเล็กซานเดอร์ กันจา รายงานผ่าน Telegram ว่า ในเมืองดนีโปรเปโตรฟสค์ ซึ่งเป็นภูมิภาคตอนกลางที่ติดกับแนวหน้า ถูกรัสเซียโจมตีด้วยโดรนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
ขณะที่ผู้ว่าการภูมิภาค อเล็กซานเดอร์ คินสไตน์ รายงานผ่าน Telegram ว่า ในฝั่งรัสเซีย การโจมตีของยูเครนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายในภูมิภาคเคิร์สค์ใกล้แนวหน้า
ทั้งนี้ การโจมตีของรัสเซียมีขึ้นหลังจาก ยูเครนส่งโดรนโจมตีไปทำลายโกดังสินค้าอีคอมเมิร์ซในเขตมอสโกและตัมบอฟ เมื่อวันเสาร์ (18 ก.ค.) ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่
ในขณะเดียวกัน การโจมตีของรัสเซียในยูเครนเมื่อวันเสาร์ ก็ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บเกือบ 20 ราย ในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครน โพสต์ใน X ระบุว่า
“ในการตอบโต้รัสเซียที่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน เมือง และชุมชนของเรา ศูนย์โลจิสติกส์สำคัญสองแห่งจึงถูกโจมตี คือ ในภูมิภาคมอสโกและแทมบอฟ” เซเลนสกีอ้างว่า ศูนย์เหล่านี้ถูกใช้ “เพื่อจัดหาส่วนประกอบที่ถูกคว่ำบาตร ซึ่งไว้ใช้ในการผลิตโดรนและอุปกรณ์นำทาง”
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เคียฟได้ยกระดับการโจมตีดินแดนรัสเซียอย่างหนักหน่วง ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของชาวรัสเซียทั่วไป โดยเคียฟเรียกการโจมตีเหล่านี้ว่าเป็นการแก้แค้นที่รัสเซียทิ้งระเบิดใส่ดินแดนของตนมานานกว่าสี่ปี
ทั้งนี้ ปฏิบัติการที่เคียฟเรียกว่า “การคว่ำบาตรระยะไกล” ส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของรัสเซีย ทำให้เกิดวิกฤติเชื้อเพลิงอย่างเต็มรูปแบบในประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เซอร์เกย์ โซบยานิน นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก กล่าวว่า มีโดรนกว่า 370 ลำมุ่งหน้าไปยังภูมิภาคมอสโกในชั่วข้ามคืน นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 11 ถึง 18 ก.ค. ยังมีโดรนของยูเครนอีกเกือบ 1,892 ลำที่มุ่งหน้าไปยังมอสโก แต่ถูกสกัดกั้นได้


