วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ระวัง ‘ทะเลแดง’! จุดเดือดใหม่สงครามอิหร่าน เสี่ยงสะเทือนน้ำมันพุ่ง 200 ดอลล์/บาร์เรล

หลังจากปิดกั้นเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว อิหร่านก็ส่งสัญญาณต่อว่า พวกเขาอาจใช้ไพ่ที่อันตรายที่สุดอย่างการใช้พันธมิตรฮูตีในเยเมนปิด “ช่องแคบบาบ เอลมันเดบ” ประตูสู่ทะเลแดง ซึ่งอาจเปิดแนวรบใหม่กับวอชิงตัน และทำให้เส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลกสองแห่งตกอยู่ในความเสี่ยง

ในขณะที่การโจมตีของสหรัฐเข้าไปในอิหร่าน และการโจมตีของฮูตีทวีความรุนแรงขึ้นพร้อมกัน นักวิเคราะห์บอกว่า เตหะรานกำลังขยายความขัดแย้ง และพยายามเพิ่มแรงกดดันต่อวอชิงตันด้วยการขยายภัยคุกคามการค้าโลก และอุปทานพลังงานโลกเหนืออ่าวเปอร์เซีย

อิหร่านได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขามีอำนาจเหนือสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่ล้ำค่าที่สุด ด้วยการทำให้การจราจรในฮอร์มุซหยุดชะงัก และตอนนี้พวกเขาพร้อมแล้วที่จะเปิดจุดกดดันจุดที่สอง ณ ช่องแคบบาบ เอลมันเดบ เส้นทางน้ำที่เชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดน ซึ่งซาอุดีอาระเบียใช้ส่งออกน้ำมัน และเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญของโลก

ตามรายงานของ Press TV ของอิหร่านระบุว่า เจ้าหน้าที่เยเมนระดับอาวุโสเตือนในวันจันทร์ (13 ก.ค.69) ว่า

กองกำลังติดอาวุธดังกล่าวเตรียมปิดช่องแคบบาบ เอลมันเดบ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เขาเตือนว่า อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งไปถึง 200 ดอลลาร์/บาร์เรล หากซาอุดีอาระเบียยังโจมตีเยเมนอย่างต่อเนื่อง

โมฮัมเหม็ด อัล ฟาราห์ สมาชิกฝ่ายการเมืองของกลุ่มอันซารุลลาห์ ซึ่งเป็นขบวนการต่อต้านของฮูตี กล่าวว่า วอชิงตันยุยงให้ซาอุดีอาระเบียโจมตีเยเมน และการกระทำยั่วยุเช่นนั้นจะไม่เป็นผลดีต่อสหรัฐอย่างแน่นอน

“หากสถานการณ์ปัจจุบันทวีความรุนแรงขึ้น ช่องแคบบาบ เอลมันเดบ และช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดภายใต้ปฏิบัติการร่วมกันของพันธมิตร ราคาน้ำมัน อาจทะยานสู่ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง” อัล ฟาราห์เตือน

นักวิเคราะห์มองว่า หากช่องแคบฮอร์มุซคือ ยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งที่สุดของอิหร่าน ช่องแคบบาบ เอลมันเดบ อาจเป็นปราการสำรองสุดท้ายของเตหะราน

ฟาวาซ เกอร์เกส นักวิชาการด้านตะวันออกกลาง กล่าวกับรอยเตอร์ว่า อิหร่านพร้อมดำเนินการทุกวิถีทาง และเสริมว่าเตหะรานกำลังแสดงให้วอชิงตันเห็นว่า ตนสามารถคุกคามจุดยุทธศาสตร์ทั้งสองแห่งพร้อมกันได้ และพลิกความขัดแย้งจากการเผชิญหน้าแบบทวิภาคีไปสู่การท้าทายเส้นทางเดินเรือซึ่งเป็นเส้นทางหลักของการค้าพลังงานโลกได้ด้วย

“ตอนนี้ (เตหะราน) กำลังยกระดับความขัดแย้งทั้งใน และนอก นั่นหมายความว่า ไม่เพียงแค่ฮอร์มุซ แต่บาบ เอลมันเดบก็ตกอยู่ในความเสี่ยง” เกอร์เกส เตือน

ขยายภารกิจ ขยายความขัดแย้ง

นักวิเคราะห์ กล่าวว่า ความอันตรายของความขัดแย้งระลอกนี้ไม่ใช่การกลับไปสู่สงครามเต็มรูปแบบในทันที แต่เป็นการ “ขยายขอบเขตภารกิจ” อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยที่แต่ละฝ่ายจะค่อยๆ ยกระดับความตึงเครียด และพยายามเลี่ยงไม่ให้ก้าวสู่การเผชิญหน้ากันโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ความขัดแย้งแผ่ขยายจากอ่าวเปอร์เซียไปสู่ทะเลแดง ภัยคุกคามต่อการค้า และอุปทานพลังงานที่เพิ่มขึ้นอาจเพิ่มแรงกดดันต่อวอชิงตัน และเตหะรานให้กลับสู่การเจรจา ก่อนที่การปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลกทั้งสองแห่งจะกลายเป็นสมรภูมิหลักของความขัดแย้งนี้

เดนนิส รอสส์ อดีตผู้แทนเจรจาสันติภาพตะวันออกกลางของสหรัฐ กล่าวว่า

ในมุมของวอชิงตัน ประเด็นที่สำคัญคือ จะเปลี่ยนความคิดของอิหร่านอย่างไร เพื่อให้พวกเขายินดีที่จะเจรจาอีกครั้ง ซึ่งไม่ใช่แค่เจรจาเท่านั้น แต่ต้องพร้อมทำข้อตกลงที่ยอมรับได้ด้วย

‘ฮูตี’ ลิ่วล้อสำคัญ

ฮูตีได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาสามารถสั่นสะเทือนการค้าโลกได้ผ่านช่องแคบบาบ เอลมันเดบ โดยหลังจากสงครามกาซาปะทุขึ้นในปี 2023 กลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านกลุ่มนี้ได้เปิดฉากโจมตีเรือพาณิชย์ในทะเลแดง โดยบอกว่ามีเป้าหมายโจมตีเรือที่มีความเชื่อมโยงกับอิสราเอลเพื่อแสดงการสนับสนุนชาวปาเลสไตน์

ปฏิบัติการดังกล่าวทำให้บริษัทขนส่งทางทะเลรายใหญ่ต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือไปทางตอนใต้ของแอฟริกา ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มสูงขึ้น จากนั้นก็กระตุ้นให้สหรัฐและอังกฤษเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อฮูตี และปฏิบัติการทางทะเลหลายภารกิจเพื่อปกป้องการขนส่งสินค้า

แอนเดรียส ครีค อาจารย์อาวุโสประจำสถาบันความมั่นคงศึกษาของคิงส์คอลเลจ ลอนดอน กล่าวถึงภัยคุกคามล่าสุดจากกลุ่มฮูตีว่า เสมือนเป็น “ทางเลือกนิวเคลียร์อีกทางหนึ่ง” สำหรับอิหร่าน หลังจากปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านจะใช้ทางเลือกทะเลแดงก็ต่อเมื่อกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) สรุปว่าการกลับไปสู่สงครามเต็มรูปแบบเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว

แต่เขาก็เตือนว่า ถ้าวอชิงตันโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของอิหร่านอย่างหนัก เตหะรานอาจตอบโต้ด้วยการใช้พันธมิตรในเยเมนปิดช่องแคบบาบ เอลมันเดบได้ ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

อับดุลอาซิซ ซาเกอร์ ประธานศูนย์วิจัยอ่าวเปอร์เซีย ในซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า ประเทศในอ่าวเปอร์เซียเชื่อมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าการใช้วิธีทางการทูตกับอิหร่านถึงขีดจำกัดแล้ว แม้ว่าการเผชิญหน้าในวงกว้างก่อให้เกิดต้นทุนมหาศาลต่อภูมิภาคก็ตาม

“ไม่ว่าจะเป็นอิหร่านที่ได้รับชัยชนะ หรืออิหร่านที่พ่ายแพ้ ล้วนมีผลกระทบต่อภูมิภาค” ซาเกอร์ กล่าว และเสริมว่า หลายรัฐในอ่าวเปอร์เซียอาจพิจารณาว่าต้นทุนที่เกิดขึ้นอย่างหลัง (อิหร่านแพ้) เป็นที่ยอมรับได้มากกว่า หากนำไปสู่สภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงในภูมิภาคที่มีเสถียรภาพมากขึ้น

ซาเกอร์ บอกว่า ฮูตียังคงมีความสามารถในการทำให้การเดินเรือในช่องแคบบาบ เอลมันเดบ หยุดชะงักได้ แต่ไม่อาจทวีความรุนแรงขึ้นได้ ถ้าปราศจากแนวทางที่ชัดเจนจากเตหะราน และหากกลุ่มฮูตีพยายามคุกคามการขนส่งสินค้าทางเรือ อาจกระตุ้นให้สหรัฐ และพันธมิตรตอบโต้ทางทหารในวงกว้างมากขึ้น เพื่อบั่นทอนขีดความสามารถของฮูตี

 

อ้างอิง: Reuters

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์