วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ทรัมป์ถอย พับแผนเก็บค่าธรรมเนียมเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์พับแผนเก็บค่าธรรมเนียมเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 20% หลังถูกกดดันจากกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ แต่กองทัพสหรัฐเริ่มปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน และโจมตีต่อเนื่อง

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยอมถอยจากแผนการที่จะจัดเก็บค่าธรรมเนียม 20% สำหรับการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่บรรดาพันธมิตรของสหรัฐในภูมิภาคอ่าวอาหรับต่างรุมเร้าให้เขายกเลิกแผนดังกล่าว

 

ทรัมป์ได้ประกาศการตัดสินใจนี้เมื่อวันอังคาร (14 ก.ค.69)  เพียงแค่วันเดียวหลังจากที่เขาเพิ่งเปิดตัวนโยบายจัดเก็บค่าธรรมเนียมนี้ โดยระบุว่า รายได้ที่คาดว่าจะได้รับจะถูกทดแทนด้วยการเข้ามาลงทุนโดยตรงในสหรัฐจากกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับที่กำลังจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้ระบุจำนวนเงินที่ชัดเจนหรือชี้เฉพาะว่าประเทศใดบ้างที่จะเข้าร่วมข้อตกลงนี้

 

“ผมได้ตัดสินใจที่จะแทนที่ค่าธรรมเนียมชดเชยคืนแก่สหรัฐ20% (United States Reimbursement Fee) ด้วยข้อตกลงทางการค้าและการลงทุนที่ประเทศต่าง ๆ ในอ่าวอาหรับจะเข้ามาลงทุนในสหรัฐอเมริกา” ทรัมป์โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์

  • สหรัฐเริ่มปิดล้อมเรือเข้า-ออกอิหร่าน

แม้ว่าทรัมป์จะยอมล้มเลิกแผนการดังกล่าว แต่สหรัฐ ก็ยังประกาศกลับมาปิดล้อมการเดินเรือของอิหร่านอีกครั้ง ทั้งในส่วนที่เดินทางเข้าและออกจากท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่ง โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 16:00 น. ตามเวลาวอชิงตัน นอกจากนี้ กองกำลังสหรัฐ ยังได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ ของอิหร่านรอบใหม่ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือสินค้าในช่องแคบดังกล่าว

 

การพับแผนเก็บค่าธรรมเนียมของทรัมป์ในครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงการตัดสินใจที่เร่งรีบและขาดการไตร่ตรองอย่างรอบคอบของเขาเกี่ยวกับสถานะของเส้นทางเดินเรือที่สำคัญอย่างยิ่งนี้ ซึ่งเคยเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบประมาณ 1 ใน 5 ของโลกก่อนที่จะเกิดสงคราม ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สหรัฐ เองก็ยังมีความเห็นที่โลเลว่าการสัญจรผ่านเส้นทางนี้ควรเป็นไปอย่างเสรีหรือไม่ และหากไม่เสรี ใครควรเป็นผู้จัดเก็บค่าธรรมเนียม ขณะที่อิหร่านยังคงยืนกรานว่าตนเองเป็นผู้ควบคุมช่องแคบแห่งนี้และมีสิทธิ์จัดระเบียบการสัญจรตามที่เห็นสมควร

 

เหตุการณ์นี้ยังช่วยตอกย้ำทฤษฎี “TACO” (Trump Always Chickens Out หรือ "ทรัมป์ปอดแหกเสมอ") ซึ่งเป็นคำที่เกิดในกลุ่มนักเทรดเมื่อปีที่แล้ว ในยามที่ประธานาธิบดีผู้นี้แสดงท่าทีลังเลไปมาเกี่ยวกับนโยบายภาษีศุลกากรของเขา

  • ประเทศอาหรับกดดันทรัมป์

เมื่อผู้สื่อข่าวถามในภายหลังว่าเหตุใดเขาจึงล้มเลิกแผนดังกล่าว ทรัมป์ตอบว่าเขาได้พูดคุยกับตัวแทนจากซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ บาห์เรน คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งได้ขอร้องให้เขา “ใช้วิธีอื่น” ผ่านข้อตกลงทางการเงินกับอเมริกาแทน

 

“ผมไม่ชอบแนวคิดเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมหรอก” ทรัมป์กล่าว “พวกเขาจะเข้ามาลงทุนมหาศาลในสหรัฐซึ่งผมชอบแบบนั้นมากกว่าเยอะ”

 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ากลุ่มประเทศอ่าวอาหรับได้ให้คำมั่นสัญญาทางการเงินใหม่ ๆ แล้วจริงหรือไม่ โดยข้อมูลจากแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ระบุว่า มีรัฐบาลในภูมิภาคนี้อย่างน้อยหนึ่งแห่งที่เผยว่า พวกเขาไม่ได้ตกลงที่จะเพิ่มข้อผูกพันทางการเงินที่มีอยู่เดิม เพื่อแลกกับการขอยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

 

ราคาน้ำมันดิบได้ลดช่วงบวกลงชั่วคราวหลังจากโพสต์ของทรัมป์ ก่อนจะดีดตัวกลับขึ้นมา โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ปิดตลาดพุ่งขึ้นเกือบ 2% ไปอยู่ที่ 84.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบประมาณหนึ่งเดือน

 

การกลับลำครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของทรัมป์ ในขณะที่ความตึงเครียดกับอิหร่านกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง และรัฐบาลเตหะรานยังปฏิเสธที่จะปล่อยมือจากเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานขึ้นเมื่อวันจันทร์หลังจากที่ประธานาธิบดีประกาศข้อเสนอจัดเก็บ “ค่าธรรมเนียมชดเชย” สำหรับการช่วยคุ้มกันภัยการเดินเรือในช่องแคบ ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินในสหรัฐพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง ก่อนหน้าการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้

 

หลังจากทรัมป์ประกาศแผนเก็บค่าธรรมเนียม 20% เมื่อวันจันทร์ แหล่งข่าวระบุว่า มีประเทศสมาชิกสภาความร่วมมือแห่งอ่าวอาหรับ (GCC) อย่างน้อยหนึ่งประเทศได้ติดต่อมายังรัฐบาลสหรัฐ เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำแถลงของทรัมป์ ขณะที่อีกประเทศหนึ่งแสดงความคลางแคลงใจว่ามาตรการนี้จะถูกนำมาบังคับใช้ได้จริงหรือไม่

 

แหล่งข่าวอีกรายเสริมว่า กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับยังคงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการคัดค้าน ไม่ต้องการให้มีการเก็บค่าผ่านทางหรือค่าธรรมเนียมใด ๆ กับเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบแห่งนี้

 

ทางด้านเจ้าหน้าที่พลังงานของกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับแสดงความกังวลหลังคำประกาศของทรัมป์เมื่อวันจันทร์ว่า การกระทำเช่นนี้อาจกลายเป็นบรรทัดฐานที่กระตุ้นให้ประเทศอื่น ๆ รวมถึงจีน นำไปเลียนแบบเพื่อจัดเก็บค่าธรรมเนียมในเส้นทางเดินเรือจุดอื่น ๆ ทั่วโลก

 

คริส ไรท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐกล่าวยืนยันว่า แผนจัดเก็บค่าธรรมเนียม 20% นี้ได้รับการ “ปัดตกไปแล้ว”

 

“มันนำไปสู่บทสรุปที่ดีและเราได้คำตอบที่ถูกต้องแล้ว แต่จะไม่มีการจัดเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซอย่างแน่นอน” ไรต์กล่าวผ่านรายการของซีเอ็นบีซี เมื่อวันอังคาร

 

เหล่าผู้ค้า นักวิเคราะห์ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมต่างพากันมองข้ามแนวคิดนี้แต่แรก โดยชี้ว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติและไม่มีทางนำมาบังคับใช้ได้อย่างแท้จริง เนื่องจากมีความยุ่งยากซับซ้อนอย่างยิ่งในขั้นตอนการจัดเก็บ และยังเป็นการทำลายความสัมพันธ์กับประเทศพันธมิตรทั่วโลกอีกด้วย

 

“ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องตลกที่ไร้สาระสิ้นดีและไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ เลย มันก็แค่เรื่องเหลวไหลสไตล์ทรัมป์” เจย์ แฮตฟิลด์  ซีอีโอของ Infrastructure Capital Management กล่าวไว้ก่อนที่ทรัมป์จะยอมถอย

 

แหล่งข่าวระบุว่า หากมีการบังคับใช้จริง ค่าธรรมเนียมดังกล่าวอาจสูงถึงประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่พิเศษ (Supertanker) หนึ่งลำ ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าธรรมเนียมที่อิหร่านเคยเรียกเก็บอย่างมาก

 

“ตัวเลขดังกล่าวดูเหมือนจะถูกตั้งขึ้นมาลอย ๆ และหากนำมาใช้จริง มันก็ไม่ต่างอะไรจากการขูดรีด” จอห์น คาลาเบรซี  นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันตะวันออกกลาง (Middle East Institute) กล่าวไว้ก่อนประธานาธิบดีเปลี่ยนใจ “และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ข้อเสนอนี้ปฏิบัติกับ 'เสรีภาพในการเดินเรือ' เสมือนเป็นบริการที่นำมาซื้อขายกัน มากกว่าที่จะเป็นหลักการสากลที่ควรต้องช่วยกันปกป้องดูแล”

 

การเก็บค่าธรรมเนียมใด ๆ ไม่ว่าจะกระทำโดยอิหร่านหรือสหรัฐย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อพันธมิตรของสหรัฐทั่วโลก ทั้งกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวอาหรับ ตลอดจนประเทศในเอเชียที่ต้องพึ่งพาพลังงานเหล่านั้น นอกจากนี้ยังอาจสร้างบรรทัดฐานให้เกิดการเก็บภาษีในลักษณะเดียวกันในเส้นทางเดินเรืออื่น ๆ แม้ว่ากฎหมายระหว่างประเทศจะระบุห้ามไม่ให้ประเทศชายฝั่งเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่สัญจรผ่านก็ตาม

 

การจัดเก็บค่าธรรมเนียมใหม่นี้ยังขัดต่อเป้าหมายของทรัมป์ในการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งคาดว่าคะแนนเสียงจะถูกตัดสินจากความกังวลเรื่องค่าครองชีพของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดยผลวิเคราะห์จาก ClearView Energy Partners บริษัทที่ปรึกษาในวอชิงตัน ชี้ว่า ค่าธรรมเนียม 20% บนราคาน้ำมันดิบที่คิดเป็นเงิน 78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซินหน้าปั๊มปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 37 เซนต์ต่อแกลลอน

 

แม้ว่าทรัมป์จะสั่งพับแผนนี้ไปเมื่อวันอังคาร แต่แนวคิดนี้อาจไม่ได้หายไปอย่างถาวร แม้ว่าที่ปรึกษาของประธานาธิบดีจะยืนยันในทางตรงกันข้ามก็ตาม

 

เขาเคยเปรยถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะเป็นผู้จัดเก็บค่าธรรมเนียมมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายน โดยมีอดีตวุฒิสมาชิก ลินด์ซีย์ เกรแฮม ผู้ล่วงลับ แสดงความเห็นสนับสนุนเมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งชี้ให้เห็นว่าทรัมป์อาจยังคงมีความต้องการที่จะหาทางเรียกเก็บเงินชดเชยสำหรับปฏิบัติการทางเรือของสหรัฐฯ ในช่องแคบดังกล่าวต่อไป

 

ขณะที่ เควิน แฮสเซตต์  ประธานปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว ระบุว่า แผนการเก็บค่าธรรมเนียมเป็นเพียงหนึ่งในหลาย ๆ ทางเลือกที่รัฐบาลกำลังพิจารณา เพื่อหาทางรับเงินชดเชยทางการเงินจากกลุ่มผู้ขนส่งสินค้าที่ใช้เส้นทางผ่านช่องแคบนี้