วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ อาวุธล้ำค่าอิหร่าน ใช้ต่อกรตะวันตก โครงการนิวเคลียร์ชิดซ้าย

อิหร่านมอง ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ เป็น "อาวุธล้ำค่า" ใช้ต่อกรตะวันตกได้ ทำให้โครงการนิวเคลียร์ที่เคยมีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ของอิหร่านต้องชิดซ้าย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็น “อาวุธล้ำค่า” สำหรับอิหร่าน ซึ่งทำให้อิหร่านยอมเสี่ยงทวีความรุนแรงกับสหรัฐรอบใหม่ และช่องแคบแห่งนี้ยังมีความสำคัญมากกว่าโครงการนิวเคลียร์ที่อิหร่านยอมถูกคว่ำบาตรมานานหลายสิบปี

ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อยุทธศาสตร์ของอิหร่าน ถึงขนาดเรือที่แล่นผ่านช่องแคบโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเตหะรานถูกโจมตีในสัปดาห์นี้ นำไปสู่การปะทะกันอีกครั้งกับสหรัฐ และคุกคามข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวที่บรรลุเมื่อเดือนที่แล้ว

ตอนนี้บรรดาผู้นำอิหร่าน ที่ลังเลมาหลายปีเกี่ยวกับการปิดกั้นเส้นทางขนส่งพลังงาน 1 ใน 5 ของโลกผ่านฮอร์มุซ ต่างได้เห็นแล้วว่าช่องแคบนี้เป็น “ไพ่ที่แข็งแกร่งที่สุด” ในการต่อกรในข้อพิพาทต่างๆ มากมายกับตะวันตก และเป็นเหตุผลที่วอชิงตันต้องยุติสงคราม

อิบราฮิม อาซีซี สมาชิกคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ในโซเชียลมีเดียถึงสหรัฐ “

ยอมรับระเบียบใหม่ของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ: นี่คือหนทางเดียวที่จะก้าวไปข้างหน้าได้”

เสี่ยงสูง แต่ต้องเดิมพัน

แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่อิหร่าน 2 รายเผยกับรอยเตอร์ว่า แม้จุดยืนของพวกเขาในการรักษาการควบคุมเส้นทางน้ำเสี่ยงก่อให้เกิดข้อพิพาทระยะยาวกับทั่วโลกอีก แต่ในเตหะรานนั้นแทบไม่มีความคิดเห็นคัดค้านเรื่องนี้เลย

แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า มีการหารือกันว่าอิหร่านอาจตกอยู่ในความเสี่ยงในเกมนี้มากเกินไปหรือไม่ แต่โดยภาพรวม บรรดาผู้นำระดับสูงมีความเห็นตรงกันว่า ไม่มีประเทศใดจะยอมสละความได้เปรียบนี้

“ช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านมองว่าเป็นอาวุธล้ำค่า เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการเอาไปจากอิหร่าน และนั่นจะไม่มีทางเป็นไปได้” แหล่งข่าวกล่าว

แม้ข้อตกลงยุติความขัดแย้งชั่วคราวที่บรรลุเมื่อเดือนก่อน ส่งผลให้ฮอร์มุซกลับมาเปิดอีกครั้งและมีการสัญจรเพิ่มขึ้น แต่เงื่อนไขในข้อตกลงเกี่ยวกับชะตากรรมสุดท้ายของเส้นทางน้ำนี้ยังคงคลุมเครือ

บันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระบุว่า อิหร่านจะเตรียมการต่างๆ โดยใช้ความพยายามของตนเองอย่างสุดความสามารถ ให้เรือพาณิชย์เดินเรือได้อย่างที่ปลอดภัย โดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 60 วัน

แต่ผู้เจรจาของอิหร่านอาจตีความประโยคนั้นว่า สหรัฐได้รับรองสิทธิของสาธารณรัฐอิสลามในการบริหารจัดการเส้นทางน้ำ แม้ว่าจะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าผ่านทางเป็นเวลาสองเดือนก็ตาม

สหรัฐและรัฐอ่าวเปอร์เซียปฏิเสธการตีความดังกล่าว โดยมองว่าถ้อยเหล่านั้นหมายความเพียงว่า "อิหร่านควรอำนวยความสะดวกให้เรือแล่นผ่านได้อย่างปลอดภัย และไม่ควรบังคับใช้ข้อจำกัดใดๆ โดยเฉพาะการใช้กำลังบังคับ

ไม่ยอมแพ้ ไม่มีอะไรจะเสีย

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้อิหร่านมีท่าทีแบบนี้คือ ความไม่ไว้วางใจต่อสหรัฐ ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นจากการที่ทรัมป์ตัดสินใจฉีกข้อตกลงนิวเคลียร์ที่มีอยู่ในปี 2018, การกลับเข้าสู่สงครามอีกครั้งในปีนี้หลังจากตกลงหยุดยิงเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา และการเริ่มสงครามโดยไม่ประกาศล่วงหน้าในระหว่างกระบวนการเจรจาทางการทูต

แหล่งข่าวอาวุโสรายหนึ่งบอกว่า ถ้าอิหร่านยอมถอยเรื่องฮอร์มุซ ทรัมป์อาจเรียกร้องในด้านอื่นๆ มากขึ้น รวมถึงประเด็นนิวเคลียร์และคลังขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งความเคลื่อนไหวแบบนั้นคือการยอมแพ้ และไม่มีทางเป็นเช่นนั้นได้

เจ้าหน้าที่อาวุโสกล่าวว่า อิหร่านเตือนมาหลายปีแล้วว่าตนสามารถปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ และครั้งหนึ่งเคยบอกด้วยว่าการทำอย่างนั้นง่ายเหมือนดื่มน้ำ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้อิหร่านยังคงลังเลที่จะทำเช่นนั้นและมองว่ามันเป็นอาวุธสุดท้ายที่จะใช้เมื่อจำเป็น

สาเหตุที่อิหร่านลังเลเพราะกังวลเกี่ยวกับอันตรายจากการถูกโดดเดี่ยวจากต่างประเทศ และความเคลื่อนไหวนี้อาจทำให้ทั้งเพื่อนบ้านอ่าวเปอร์เซียและลูกค้าพลังงานทั่วโลกไม่พอใจ และอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของพวกเขาเอง

แต่เมื่อสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีวันที่ 28ก.พ. สั่งหารผู้นำสูงสุดของอิหร่านและเจ้าหน้าที่ระดับสูง เจ้าหน้าที่อิหร่านจึงรู้สึกว่าพวกเขาไม่มีอะไรจะเสียแล้ว พวกเขาจึงปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ให้เรือทุกประเภทผ่านยกเว้นเรือของตนเอง ส่งผลให้อุปทานพลังงานโลกหยุดชะงักครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

แต่ในที่สุด ต้นทุน-ความเสียหายจากการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซก็สูงขึ้น จนทั้งสองฝ่ายตกลงยุติความขัดแย้งกันได้ แต่เนื่องจากอิหร่านสามารถใช้การปิดช่องแคบดึงสหรัฐให้มาเจรจาได้ อิหร่านจึงเชื่อว่าตนเองต้องแสดงความสามารถในด้านนั้นอย่างเป็นทางการมากขึ้น

อาลี อันซารี ศาสตราจารย์ประวัติศาสตร์จากหมาวิทยลัยเซนต์แอนดรูวส์ในสก็อตแลนด์ กล่าว

“ทั้งสองฝ่ายต่างวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาทางเศรษฐกิจที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ แต่ทั้งสองฝ่ายต่างก็คิดว่าตนเองชนะ และคิดว่าพยายามอีกนิดหน่อยก็จะได้สิ่งที่ต้องการแล้ว”

ตอนนี้อิหร่านให้ความสำคัญกับฮอร์มุซมากกว่าประเด็นนิวเคลียร์มาก ที่อิหร่านเชื่อว่าวอชิงตันยอมรับสิทธิิเตหะรานในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและการลดความเข้มข้นของยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงที่มีอยู่ภายในประเทศของตนแล้ว

ปัญหานิวเคลียร์เคยเป็นข้อพิพาทที่ใหญ่ที่สุดระหว่างอิหร่านและสหรัฐมาเกือบ 25 ปี เป็นสาเหตุที่ทำให้มีการคว่ำบาตรระหว่างประเทศครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน และเป็นเหตุผลหลักที่ประธานาธิบดีทรัมป์อ้างเพื่อทำสงคราม

อย่างไรก็ตาม การเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกเลื่อนไปเป็นประเด็นเตรียมหารือเพิ่มเติมภายใต้ข้อตกลงยุติสงครามชั่วคราว

แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านเผยกับรอยเตอร์ว่า อิหร่านปฏิเสธที่จะเริ่มต้นการเจรจาเกี่ยวกับประเด็นนิวเคลียร์จนกว่าสหรัฐจะยอมรับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ