มาร์ก รุตเตอ เลขาธิการนาโต ประกาศ "พันธมิตร" เตรียมลงทุนพัฒนาขีดความสามารถในการต่อต้านโดรน มูลค่ากว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ ในอีก 5 ปี พร้อมเล็งใช้จ่ายกลาโหม 37,000 ล้านดอลลาร์ใน 1 ปี ตามที่สหรัฐเรียกร้อง
ผู้นำหลายประเทศเริ่มเปิดเผยข้อตกลงอาวุธมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในงานประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ในวันอังคาร (7 ก.ค.) ตอกย้ำให้เห็นว่าพวกเขากำลังรับฟังข้อเรียกร้องของสหรัฐที่ต้องการให้ยุโรปใช้จ่ายด้านกลาโหมเพิ่มขึ้น ก่อนที่การประชุมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะมีขึ้น
ท่ามกลางเสียงเพลงเข้าจังหวะและวิดีโอนำเสนอที่น่าสนใจในงานประชุมอุตสาหกรรมกลาโหมนาโต มาร์ก รุตเตอ เลขาธิการนาโตได้ประกาศข้อริเริ่มหลายรายการ และเชิญผู้แทนจากประเทศสมาชิกนาโตหลายประเทศร่วมนำเสนอบนเวทีด้วยกัน
"พวกเราสามารถทำอะไรได้มากขึ้นเมื่อเราร่วมมือกัน และเราต้องทำมันมากกว่านั้น" รุตเตอกล่าว "พันธมิตรนาโตกำลังเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรจัดซื้อจัดจ้างข้ามชาติกลุ่มใหม่ ซึ่งจะช่วยให้เราได้รับสิ่งที่ต้องการมากขึ้นในหลายๆ ด้าน”
รอยเตอร์ระบุว่า “ข้อตกลงอาวุธ” ที่ข้อมูลส่วนใหญ่ยังคงเก็บเป็นความลับเพื่อสร้างความฮือฮาในที่ประชุมนั้น รวมเรื่องการซื้อโดรนลาดตระเวนจากบริษัท Northrop Grumman สัญชาติสหรัฐของชาติยุโรป และการซื้อเครื่องบินจากบริษัท Saab สัญชาติสวีเดนของนาโต
ขณะที่แหล่งข่าวเผยว่า สหรัฐกำลังอยู่ระหว่างหารือกับเยอรมนี และชาติอื่นๆ เกี่ยวกับการผลิตขีปนาวุธ ร่วมกับยุโรป ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับการปกป้องยูเครน ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากวอชิงตันมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับความสามารถในการผลิตอาวุธของสหรัฐเพื่อตอบสนองความต้องการ เนื่องจากทั้งสงครามอิหร่านและสงครามในยูเครนทำให้คลังอาวุธสหรัฐร่อยหรอ
รุตเตอยังบอกด้วยว่า พันธมิตรนาโตจะลงทุนมากกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ในการพัฒนาขีดความสามารถในด้านการต่อต้านโดรนในอีก 5 ปีข้างหน้า
ด้านสำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานว่า ประเทศสมาชิกจะใช้จ่าย 37,000 ล้านดอลลาร์ภายในหนึ่งปี เพื่อเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศ และเสริมว่า ภายในปีหน้า พันธมิตรนาโตจะมีกำลังการผลิตกระสุนปืนใหญ่ได้ถึ 4 ล้านนัด
นอกจากนี้ รอยเตอร์ระบุด้วยว่า สมาชิกนาโตอาจยืนยันว่าจะสนับสนุนยูเครนอย่างต่อเนื่อง และให้คำมั่นช่วยเหลือยูเครน 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026
การประกาศของรุตเตอถือเป็นการตอกย้ำให้ถึงผลลัพธ์จากการวิจารณ์ของทรัมป์ที่กล่าวอยู่บ่อยครั้งว่า “ยุโรปมีส่วนร่วมด้านการป้องกันประเทศไม่เพียงพอ และพึ่งพาแต่สหรัฐในการปกป้องประเทศผ่านทางนาโต” ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องทวีปนี้มาตั้งแต่ช่วงต้นสงครามเย็น
ตอนนี้ทรัมป์ เดินทางถึงตุรกีแล้วและมีกำหนดการเข้าพบกับประธานาธิบดีไตยิป เออร์โดอาน ของตุรกี ในวันนี้ รวมถึงเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ
แหล่งข่าวเผยกับรอยเตอร์ว่า การหารือระหว่างทรัมป์และผู้นำตุร กีอาจมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้น โดยคาดว่าทรัมป์อาจแจ้งเออร์โดอานว่า “สหรัฐพร้อมอนุญาตให้ตุรกีกลับเข้าร่วมโครงการเครื่องบินรบ F-35 อีกครั้ง” ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความบาดหมางในความสัมพันธ์ทวิภาคีมาอย่างยาวนาน
ก่อนหน้านี้วอชิงตันคว่ำบาตรและถอดตุรกีออกจากโครงการเครื่องบินขับไล่ F-35 หลังจากที่ตุรกีซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400 จากรัสเซียในปี 2019
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าการประชุมนาโตจะสิ้นสุดลงในรูปแบบใด หลังจากทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์การดำเนินงานด้านกลาโหมของยุโรปมาโดยตลอด
เจ้าหน้าที่ยุโรปหลายคนบอกว่า พวกเขากำลังเตรียมรับมือกับการวิพากษ์วิจารณ์ของทรัมป์ และไม่สามารถรับประกันได้ว่าผลลัพธ์จะออกมาดี
รัสเซียจับตาใกล้ชิด
เครมลินกล่าวว่า รัสเซียจะติดตามผลลัพธ์การประชุมสุดยอดนาโตในตุรกีอย่างใกล้ชิด และเสริมว่าก่อนการประชุมดังกล่าว มีคำแถลงที่ "เป็นปรปักษ์" ต่อรัสเซียหลายครั้ง
ดมิทรี เพสคอฟ โฆษกเครมลิน กล่าวกับผู้สื่อข่าว "นี่เป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง รวมถึงสำหรับเราด้วย แน่นอนว่าเราจะติดตามข่าวสารและข้อมูลทั้งหมดที่มาจากอังการา"
เพสคอฟกล่าวว่า มีแถลงการณ์จำนวนมากเกี่ยวกับรัสเซียก่อนเริ่มการประชุมสุดยอด
"เป็นที่น่าเสียใจที่แถลงการณ์เหล่านั้นไม่ใช่แถลงการณ์เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมและการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ แต่เป็นแถลงการณ์ที่มีลักษณะเผชิญหน้า" โฆษกเครมลินกล่าวโดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม


