วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน 2569

Login
Login

เตือนภัยฮอร์มุซ หลังเรือน้ำมันถูกโจมตี สหรัฐ-อิหร่านตอบโต้หนัก สั่นคลอนดีลหยุดยิง

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า สำนักงานความมั่นคงทางทะเลของอังกฤษ (UKMTO) รายงานเหตุเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีด้วยวัตถุบินบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐอเมริกาและอิหร่านต่างเปิดฉากโจมตีตอบโต้กัน ซึ่งนับเป็นการยกระดับความรุนแรงครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายเพิ่งลงนามในข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว

คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาว่าอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลงที่เพิ่งบรรลุร่วมกันเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน 4 เดือน โดยสหรัฐระบุว่าได้ทำการโจมตีเป้าหมายของอิหร่านในช่วงข้ามคืน ขณะที่อิหร่านก็อ้างว่าได้โจมตีเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับกองกำลังสหรัฐเพื่อเป็นการตอบโต้

การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. เกิดขึ้นตามหลังเหตุโจมตีเรือสินค้าเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับความรุนแรงระลอกล่าสุด โดยอิหร่านได้พยายามแสดงอำนาจควบคุมเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลกแห่งนี้ หลังจากที่เส้นทางดังกล่าวเพิ่งเริ่มกลับมาเปิดให้บริการในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังต้องหยุดชะงักไปหลายเดือน

UKMTO ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกโจมตีล่าสุดได้รับความเสียหายบริเวณสะพานเดินเรือ แต่ลูกเรือทุกคนปลอดภัย ขณะที่ศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วม (JMIC) ซึ่งดำเนินงานโดยกองกำลังผสมทางเรือเพื่อปกป้องการเดินเรือ ได้ประกาศยกระดับเตือนภัยอันเป็นผลมาจากเหตุการณ์ล่าสุดแล้ว

แม้ทางการอิหร่านจะไม่ได้ออกมาให้ความเห็นโดยตรงต่อรายงานการโจมตีเรือแต่ละลำ แต่สถานีโทรทัศน์แห่งรัฐของอิหร่านรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามได้ยิงกระสุนเตือนใส่เรือไม่ระบุสัญชาติที่พยายามสัญจรผ่านเส้นทางที่อิหร่านไม่อนุมัติ ซึ่งการกระทำนี้ส่งผลให้เรือลำอื่นๆ ต้องหันมาขออนุญาตจากอิหร่านก่อนพยายามข้ามช่องแคบ

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านระบุว่า ได้เปิดฉากการโจมตีเชิงป้องกัน ต่อเป้าหมายทางทหารที่เชื่อมโยงกับสหรัฐ ขณะที่บาห์เรนซึ่งเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพเรือสหรัฐประจำภูมิภาค รายงานว่าถูกโดรนของอิหร่านโจมตีเช่นกัน 

ข้อกล่าวหาหลักของอิหร่านคือ สหรัฐล้มเหลวในการรักษาข้อตกลงชั่วคราว โดยเฉพาะการไม่สามารถคงสถานะการหยุดยิงในเลบานอนได้ หลังจากที่อิสราเอลบุกเลบานอนเมื่อเดือนมีนาคมเพื่อไล่ล่ากลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ที่อิหร่านหนุนหลัง แม้อิสราเอลและเลบานอนจะตกลงหยุดยิงตามการไกล่เกลี่ยของสหรัฐหลายครั้ง แต่ก็แทบไม่มีผลในทางปฏิบัติ เนื่องจากอิสราเอลยืนกรานจะไม่ถอนกำลังออกจากพื้นที่ยึดครอง และฮิซบอลเลาะห์ก็ปฏิเสธที่จะวางอาวุธตราบใดที่ทหารอิสราเอลยังคงอยู่

สื่อของรัฐเลบานอนรายงานว่า เกิดเหตุโดรนอิสราเอลโจมตีในเขตนาบาตีเยห์ทางตอนใต้เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. โดยกองทัพอิสราเอลอ้างว่ามุ่งเป้าไปที่บุคคลที่เป็นภัยคุกคามต่อกองกำลังของตน

นาอิม กัสเซม ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ ปฏิเสธข้อตกลงระหว่างอิสราเอล-เลบานอนที่เพิ่งเกิดขึ้นว่าเป็นการยอมจำนน และถือว่าข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ

 

ทางด้าน โมห์เซน เรซาอี ที่ปรึกษาผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า วอชิงตันละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MoU) ยุติสงครามด้วยการสนับสนุนกองกำลังตัวแทนในภูมิภาคและสร้างความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งตลอดสงครามที่ผ่านมา อิหร่านตอบโต้การโจมตีของสหรัฐ ด้วยการถล่มรัฐเพื่อนบ้านในอ่าวอาหรับที่เป็นที่ตั้งฐานทัพขนาดใหญ่ของสหรัฐ

เรือหลายร้อยลำ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมัน ถูกปิดล้อมอยู่ภายในอ่าวอาหรับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น เมื่อเรือเหล่านี้เริ่มทยอยเดินทางออกจากช่องแคบในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันก็ร่วงลงเข้าใกล้ระดับก่อนเกิดสงครามเนื่องจากอุปทานที่พุ่งสูงขึ้น แต่การจะแก้ไขวิกฤตพลังงานโลกได้อย่างสมบูรณ์นั้น จำเป็นต้องรักษาปริมาณการสัญจรแบบสองทางผ่านช่องแคบให้อยู่ในระดับเดียวกับก่อนสงคราม ซึ่งจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อผู้ขนส่งมั่นใจในความปลอดภัย

ขณะที่รัฐบาลสหรัฐกำลังผลักดันให้ใช้เส้นทางเดินเรือตอนใต้เลียบชายฝั่งโอมาน แต่รัฐบาลอิหร่านซึ่งมีเป้าหมายท้ายที่สุดคือการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ช่องแคบฮอร์มุซ ต้องการให้เรือใช้เส้นทางตอนเหนือที่ผ่านน่านน้ำและอยู่ภายใต้การควบคุมของตน

อิบราฮิม อาซิซี หัวหน้าคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน กล่าวเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า การละเมิดคำสั่งการเดินเรือของอิหร่านผ่านช่องแคบจะถูกตอบโต้อย่างเด็ดขาด

เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ และหัวหน้าผู้เจรจาความขัดแย้งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ฝ่ายอเมริกาได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงแล้ว และอิหร่านจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบหากการกระทำของอิหร่านนำไปสู่การกลับมาปะทะกันอีกครั้ง

"อิหร่านลงนามในข้อตกลงหยุดยิง และเราได้ให้เกียรติข้อตกลงนั้น หากพวกเขาไม่เห็นด้วยกับวิธีนำ MoU ไปปฏิบัติ พวกเขาก็แค่ยกหูโทรศัพท์คุยกัน แต่ความรุนแรงจะถูกตอบโต้ด้วยความรุนแรง" แวนซ์ โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X

การยกระดับความรุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ขณะที่ตลาดปิดทำการ ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีเวลา 2 วันในการแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวและสาดอาวุธใส่กันโดยไม่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในทันที

ก่อนหน้านี้ รวมถึงในช่วง 2 สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การแสดงออกด้วยคำพูดตอบโต้กันอย่างดุเดือดในวันศุกร์และวันเสาร์ มักจะตามมาด้วยท่าทีที่ประนีประนอมมากขึ้นจากทั้งสองฝ่ายในเวลาที่ตลาดกลับมาเปิดทำการในวันจันทร์