'สีหศักดิ์' หารือ ปธน.คาซัคสถาน เห็นพ้องยกระดับความสัมพันธ์ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” นำไทยผงาดเอเชียกลาง-ยุโรป ดึงแร่หายากเสริมทัพอุตสาหกรรม EV
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายคาซีม-โยมาร์ต โตคาเยฟ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศทั้งสองจะประเทศจะเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 2570
ว่า จากการหารือล่าสุดระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งสองประเทศ ไทย-คาซัคสถาน ได้เห็นพ้องที่จะยกระดับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยมองข้ามกรอบความร่วมมือแบบทวิภาคีทั่วไปสู่การเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” เนื่องจากทั้งสองประเทศต่างมีบทบาทเป็นผู้นำในภูมิภาคของตนเอง (คาซัคสถานในเอเชียกลาง และไทยในอาเซียน) โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการรักษาความร่วมมือระหว่างประเทศ สันติภาพ และการค้าเสรี ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความผันแปรและไร้ระเบียบมากขึ้น ในฐานะที่ไทยและคาซัคสถานถูกวางตัวให้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในด้านการขนส่งและการค้า
เนื่องจากตั้งอยู่บนเส้นทาง Middle Economic Corridor (Trans-Caspian International Transport Corridor) ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าสำคัญที่จะเชื่อมต่อไทยไปสู่รัสเซีย ยุโรป และจีน แม้คาซัคสถานจะมีประชากรประมาณ 20 ล้านคน แต่ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมาก เนื่องจากมีรายได้ต่อหัว (GDP per capita) สูงกว่าประเทศไทยประมาณหนึ่งเท่าตัว หรือราว 14,000–15,000 ดอลลาร์
ส่วนของภาคธุรกิจ เอกชนไทยแสดงความกระตือรือร้นอย่างมากในการเข้าไปลงทุน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นประตูสู่เอเชียกลาง ถือเป็นเส้นทางที่เราจะขนส่งสินค้า ไปรัสเซีย จีน เอกชนไทยจึงสนใจที่จะเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะผลิตสินค้าอาหารในคาซัคสถานซึ่งตอนนี้มีหลายบริษัทสนใจที่จะมาดูลู่ทาง เพื่อกระจายสินค้าสู่ภูมิภาคเอเชียกลางและยุโรป
นอกจากนี้ ธุรกิจภาคบริการของไทย เช่น โรงแรม สปา และ Wellness ยังได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากกำลังซื้อที่เพิ่มสูงขึ้นของชาวคาซัคสถาน
นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงประเด็นสำคัญคือความร่วมมือด้านพลังงานและแร่ธาตุ โดยไทยเล็งเห็นโอกาสในการนำเข้าวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติก และที่สำคัญที่สุดคือ แร่หายาก (Rare Earth Minerals) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนา อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะการผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ไทยต้องการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล,
นายสีหศักดิ์ กล่าวย้ำว่า การรุกตลาดคาซัคสถานในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย การทูตเศรษฐกิจ ที่มุ่งเน้นการกระจายความเสี่ยง (Diversify) และการหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดิมอย่างสหรัฐฯ และยุโรปที่เริ่มมีข้อจำกัดด้านภาษีและมาตรการกีดกันทางการค้า โดยกระทรวงการต่างประเทศ เชื่อมั่นว่าการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับประเทศที่ร่ำรวยในเอเชียกลางและแอฟริกา จะช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับไทยในระยะยาว


