ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกสมาชิกพรรควิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ปมข้อตกลงอิหร่าน เอื้อการเงินให้กับเตหะราน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐเผชิญกับคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับสงครามอิหร่านในวันพุธ (24 มิ.ย.) ในการประชุมแบบปิดกับสมาชิกพรรครีพับลิกันด้วยกัน ก่อนที่รัฐบาลของทรัมป์จะของบประมาณจากสภาคองเกรสหลายหมื่นล้านดอลลาร์เพื่อใช้ในสงครามครั้งนี้
สมาชิกพรรครีพับลิกันหลายคนในที่ประชุมแบบปิดกล่าวว่า ทรัมป์ได้โต้เถียงอย่างรุนแรงกับวุฒิสมาชิก บิล แคสสิดี พรรครีพับลิกัน ซึ่งกล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องอธิบายข้อตกลงกรอบการทำงานที่ทรัมป์ลงนามกับอิหร่านเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่ให้แรงจูงใจทางการเงินแก่อิหร่าน แต่ไม่ได้บรรลุเป้าหมายใดๆ ที่เขาวางไว้ตั้งแต่เริ่มต้นสงคราม
“ประชาชนชาวอเมริกันจำเป็นต้องรู้มากกว่าที่เราได้รับแจ้ง” แคสสิดีกล่าวกับผู้สื่อข่าว “แม้ว่าผมจะไม่แน่ใจนัก แต่สถานการณ์นี้ไม่ได้ดำเนินไปในทิศทางที่เราได้รับแจ้ง”
การโต้เถียงอย่างดุเดือดกับสมาชิกพรรคเดียวกันกับทรัมป์ เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าสงครามครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อทรัมป์อย่างไร ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนที่จะเป็นตัวกำหนดการควบคุมรัฐสภาของพรรครัฐบาล
การสนทนาดังกล่าวเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากวุฒิสภาลงมติสั่งให้ทรัมป์ยุติสงครามอิหร่าน ซึ่งเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์มากกว่า และแคสสิดีเป็นหนึ่งในสมาชิกพรรครีพับลิกันสี่คนที่สนับสนุนมติดังกล่าว ร่วมกับสมาชิกพรรคเดโมแครตที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้กล่าวถึงการสนทนากับแคสสิดี ผู้ที่พ่ายแพ้ให้กับผู้ท้าชิงที่ได้รับการสนับสนุนจากทรัมป์ในการเลือกตั้งขั้นต้นเมื่อต้นปีนี้ แต่ทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์การลงมติของวุฒิสภา
“(ถ้า)อิหร่านเห็นเข้า พวกเขาคงถามว่า ‘นี่มันเรื่องอะไรกัน’ ตอนนี้คุณก็รู้แล้วว่ามันไร้สาระ” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ฝ่ายบริหารได้ยื่นของบประมาณจากสภาคองเกรสอีก 7 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในสงคราม ซึ่งเป็นการเพิ่มงบประมาณทางทหารของสหรัฐมากขึ้นอีก จากเดิมที่ระดับ 8.67 แสนล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอส พบว่า มีชาวอเมริกันเพียงหนึ่งในสี่เท่านั้นที่เชื่อว่าสงครามครั้งนี้คุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย และคะแนนนิยมของทรัมป์อยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เขากลับมาดำรงตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว


