วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน 2569

Login
Login

'คิม จองอึน‘ วิจารณ์ ’ญี่ปุ่น' กำลังเข้าสู่ ‘รัฐสงคราม’ หวังเป็นมหาอำนาจทางทหาร

'คิม จองอึน‘ ผู้นำเกาหลีเหนือ วิจารณ์ ’ญี่ปุ่น' ว่ากำลังเข้าสู่ ‘รัฐสงคราม’ อย่างเปิดเผย หวังขึ้นเป็นมหาอำนาจทางทหาร

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของทางการเกาหลีเหนือ รายงานในวันนี้ (23 มิ.ย.) ว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ วิพากษ์วิจารณ์ญี่ปุ่นว่ากำลังก้าวสู่รัฐสงคราม ระหว่างการประชุมพรรคแรงงานเกาหลีซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 20-22 มิ.ย.

คิมกล่าวว่า ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศพ่ายแพ้ในเอเชีย ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นรัฐสงครามอย่างเปิดเผย โดยอาศัยสถานการณ์ที่น่ากังวลในปัจจุบันเป็นโอกาสในการปลดเปลื้องข้อจำกัดทั้งหมดที่ขัดขวางการก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางทหาร

คิมเสริมว่า การกระทำเช่นนี้ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงและสร้างความกังวลอย่างมากต่อประชาคมระหว่างประเทศ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ ผู้นำเกาหลีเหนือใช้ถ้อยคำเกี่ยวกับ “การเป็นมหาอำนาจทางทหาร” และ “ลัทธิทหารนิยม” ในการวิพากษ์วิจารณ์ญี่ปุ่น

ก่อนหน้านี้ ระหว่างการเยือนกรุงเปียงยางเมื่อต้นเดือนนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ได้แสดงจุดยืนคัดค้านความพยายามในการฟื้นฟูลัทธิทหารนิยม ในงานเลี้ยงต้อนรับที่คิมเป็นเจ้าภาพ ซึ่งถ้อยแถลงดังกล่าวถูกมองว่ามุ่งเป้าไปที่ญี่ปุ่น

นอกจากนี้ คิมยังวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐและเกาหลีใต้ว่าเป็นฝ่ายยกระดับความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีอย่างรุนแรง ผ่านการเพิ่มขีดความสามารถทางทหาร การซ้อมรบ และกิจกรรมด้านข่าวกรอง ขณะเดียวกันคิมได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเกาหลีเหนือเร่งเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ

คิมเสริมว่า การดำเนินการของสหรัฐที่ไร้การยับยั้งและใช้อำนาจฝ่ายเดียว ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประเทศพันธมิตร ซึ่งคำพูดดังกล่าวของคิมถูกตีความว่าอ้างถึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ นอกจากนี้ คิมย้ำว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความถูกต้องของการตัดสินใจทางการเมืองและแนวทางที่เกาหลีเหนือเลือกเดิน

ผู้นำเกาหลีเหนือย้ำว่าจะเดินหน้าแผนการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง โดยอ้างว่าเป็นรากฐานของการพัฒนายุทธศาสตร์ป้องกันประเทศที่ครอบคลุม และมีความทันสมัย

ทั้งนี้ ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการประชุมเต็มคณะของคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานเกาหลี (WPK)