ผู้นำยุโรปต่างอำลา ‘เคียร์ สตาร์เมอร์’ อย่างอบอุ่น ขอบคุณที่ทำหน้าที่อย่างดี และช่วยสนับสนุนยูเครนอย่างแข็งขันตลอดการทำงาน 2 ปี
เคียร์ สตาร์เมอร์ ประกาศเตรียมลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันจันทร์ (22 มิ.ย.) ท่ามกลางคะแนนนิยมที่ร่วงลงเรื่อยๆ แต่ยังคงมีคำปลอบแสนอบอุ่นจากบรรดาผู้นำยุโรปที่ชื่นชมว่าการทำงานร่วมกับสตาร์เมอร์นั้น ง่ายกว่าผู้นำคนก่อนๆ
สตาร์เมอร์ ซึ่งเป็นนายกฯ อังกฤษคนแรกที่ไม่ได้มาจากฝ่ายอนุรักษนิยมนับตั้งแต่อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป ได้ปฏิเสธเรื่องที่ว่าอังกฤษอาจกลับเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) แต่เขาก็ผลักดันการพัฒนาความสัมพันธ์หลังจากประเทศเผชิญความบอบช้ำจากเหตุการณ์ เบร็กซิต (Brexit)
นายกฯ สตาร์เมอร์ ยังสามารถคงบทบาทความเป็นกลางของอังกฤษในการสนับสนุนระดับภูมิภาคต่อยูเครน เคียงข้างผู้นำ 3E รวมถึงเอ็มมานูเอล มาครงแห่งฝรั่งเศส และฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี
เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมธิการยุโรป โพสต์ใน X ถึงสตาร์เมอร์
“ผู้นำหลายคนอาจต้องใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาตนเองจนกลายเป็นรัฐบุรุษอย่างที่คุณเป็นได้ภายในเวลาเพียงสองปี ความมั่นคงยุโรปและยูเครนแข็งแกร่งขึ้นเพราะคุณ ขอบคุณ คุณเคียร์”
สตาร์เมอร์เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2024 โค่นล้มรัฐบาลเก่าที่ไม่ได้รับความนิยมเนื่องจากผลงานการบริหารประเทศในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ และมีความแตกแยกจากการลงประชามติ Brexit ที่ขมขื่น
แม้สตาร์เมอร์ได้รับชัยชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย แต่เขาก็เผชิญสถานการณ์เดียวกับผู้นำยุโรปคนอื่นๆ โดยสตาร์เมอร์ประสบปัญหาในการเอาชนะใจโหวตเตอร์ที่ผิดหวังกับพรรคการเมืองกระแสหลัก และหันไปสนใจพรรคการเมืองต่อต้านกระแสหลักที่สัญญาว่าจะปฏิรูปการเมืองด้วยมาตรการที่กล้าหาญมากขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตาม ในต่างประเทศ ผู้คนไม่ได้ให้ความสำคัญต่อภาพลักษณ์ที่ขาดเสน่ห์ของเขามากนัก เมื่อเทียบกับในอังกฤษ ซึ่งสตาร์เมอร์ถูกกล่าวหาอยู่บ่อยครั้งว่าขาดความมั่นใจ
ไมเคิล มาร์ติน นายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์ ระบุในแถลงว่า
“ผมขอแชื่นชมต่อบทบาทสำคัญที่เคียร์มีส่วนในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไอร์แลนด์และสหราชอาณาจักร รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี”
การสนับสนุนยูเครนของสตาร์เมอร์นั้นยังคงสานต่อแนวทางที่ผู้นำพรรคอนุรักษนิยมคนก่อนๆ เช่น บอริส จอห์นสัน ที่ให้การสนับสนุน ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของ ยูเครน หลังจากรัสเซียรุกรานในปี 2022
ด้านเซเลนสกีเองก็กล่าวขอบคุณสตาร์เมอร์
“ที่ติดต่อกันและมีส่วนร่วมอยู่เสมอ และพยายามทำในสิ่งที่จำเป็นเสมอมา” และกล่าวว่าการสนทนาของพวกเขานั้น “เต็มไปด้วยสาระสำคัญอย่างแท้จริง”
“เคียร์ คุณเป็นแขกที่จะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเสมอในยูเครน” เซเลนสกีโพสต์ใน X
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีแถลงอย่างเป็นทางการจากเมิร์ซในทันที ซึ่งผู้นำเยอรมนีคนนี้ก็เผชิญกับความนิยมที่ตกต่ำลง ทำให้เกิดการคาดเดาจากสื่อเกี่ยกวับอนาคตของเขา
อีกฟากของแอตแลนติก การกล่าวชื่นชมมีน้อยกว่า
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวส่งท้ายสตาร์เมอร์แบบไม่ใยดีนัก โดยประกาศหนึ่งวันก่อนที่สตาร์เมอร์จะแถลงเตรียมลาออก ว่าผู้นำอังกฤษจะลาออกแล้ว และบอกว่า เขาประสบความล้มเหลวอย่างมากในประเด็นสำคัญ อย่างการอพยพยเข้าเมืองและเรื่องพลังงาน ซึ่งทรัมป์ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับนโยบายของรัฐบาลอังกฤษ
ส่วนในรัสเซีย ที่มองว่าอังกฤษเป็นหนึ่งในศัตรูคนสำคัญ คิริล ดิมิทรีฟ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวอ้างว่า ตนเองมีส่วนทำให้สตาร์เมอร์ต้องลาออก
ดิมิเทรียฟโพสต์ใน X ว่า “เราทำสิ่งนี้ร่วมกัน โดยการเปิดโปงนโยบายของสตาร์เมอร์ที่สนับสนุนสงครามและดำเนินการผิดพลาดอย่างต่อเนื่อง ในด้านการอพยพ อาชญากรรม พลังงาน และเศรษฐกิจ”
ด้านโฆษกของดิมิทรีฟกล่าวว่า ความเห็นของเขาเป็นความเห็นส่วนตัว ซึ่งหมายถึงตัวเขาเองและผู้ใช้โซเชียลมีเดียคนอื่นๆ ที่วิพากษ์วิจารณ์สตาร์เมอร์


